1. ผู้ที่แต่งกายได้งามนั้นมีอะไรเป็นพื้นฐานของ การแต่งกาย จงอธิบาย

       พื้นฐานของการแต่งกาย คือ มารยาทในการแต่งกาย เพราะถ้าเรามีมารยาทในการแต่งกาย แต่งกายเรียบร้อยสุภาพ ถูกกาลเทศะแล้วเราจะกลายเป็นคนที่งดงามดูดีในสายตาของผู้อื่น และแต่งกายให้เมาะสมกับรูปร่างผิวพรรณหน้าตาขนาดร่างกาย เพราะ เราจะดูดีขึ้นได้หากสวมใส่ชุดที่เหมาะสมกับเราเอง

2. หลักที่ควรยึดถือในการแต่งกายมีอะไรบ้าง

1. ถูกต้องตามกาลเทศะ 
2. มีความสะอาด
3. มีความสุภาพเรียบร้อย
4. มีความเหมาะสมกับวัย
5. มีความเหมาะสมกับรูปร่าง
6. มีความเหมาะสมกับฐานะและความเป็นอยู่
7. มีความประหยัด

http://203.172.184.5/bc/web/2555/532kt3/5322014101...

3. เปรียบเทียบศิลปะการแต่งกายที่เหมาะสมของบุคคลต่อไปนี้

   3.1 คนอ้วนกับคนผอม

การแต่งการของคนที่มีรูปร่างวอ้วน ควรเลือกเสื้อผ้าสีเข้ม ลายตามขวางแนวตั้ง หลีกเลี่ยงลายดอกใหญ่ๆ หลีกเลี่ยงเสื้อผ้ารัดติ้วหรือหลวมมากเกินไป ควรใส่พอดีตัว สวมเสื้อคอวีทำให้คอยาวขึ้น เลี่ยงการใส่กางเกงเอวสูง

http://draping.wordpress.com/category/%E0%B8%81%E0...

แต่การแต่งกายของคนรูปร่างผอม ควรเลือกเสื้อผ้าที่มีสีสว่างๆ ลายตามยาวแนวนอนจะทำให้มีเนื้อมากขึ้น เลือกกระโปรงพลีทบานๆ ทำให้ดูมีสะโพหมากขึ้น หลีกเลี่ยงเสื้อสีเข้ม พอดีตัว ทำให้เราดูผอมเกินไป เลี่ยงกระโปรงสั้นมากๆ แขนกุด สายเดี่ยวเพราะจะทำให้เห็นกระดูกได้

http://www.dek-d.com/nugirl/31729/

   3.2 คนผิวขาวและคนผิวคล้ำ

คนผิวสีอ่อน ควรเลือกเสื้อโทนสีเข้ม เลี่ยงโทนสีอ่อนเพราะจะทำให้กลืนผิวไปกับสีผ้า ดูจืดจาง ส่วนคนผิวขาวอมชมพูหรือ ขาวอมเหลืองสามารถใส่ได้ทุกโทนสี

http://board.postjung.com/676526.html

แต่คนผิวสีคล้ำ ควรเลือกเสื้อผ้าสีกลางไม่เข้มไม่อ่อน เพราะถ้าเข้มหรืออ่อนไปจะทำให้ดูดำขึ้น ส่วนคนผิวมีน้ำผึ้งจะใส่สีโทนไหนก็ได้แต่ถ้าเป็นโทนสองสี เช่น ฟ้าอมเขียว จะทำให้ดูเด่นขึ้น

http://board.postjung.com/676526.html

   3.3 คนรูปร่างเล็กและรูปร่างใหญ่

   

คนรูปร่างเล็กควรเสฃลือกเสื้อพอดีตัว ไม่ให้จะลุ่มล่ามเกินไปจะดูไม่สง่างาม เลี่ยงการใส่เสื้อลายขวางเพราะจะทำให้ดูอ้วนเตี้ย กระโปรงควรใส่สั้นำพอเหมาะถ้าสั้นมากเกินไปจะดูเป็นเด็กน้อย

http://nongsuwanan.wordpress.com/category/%E0%B8%8...

คนที่รูปร่างใหญ่ ควรเลือกเสื้อผ้าที่พอดีตัว ไม่ใหญ่เกินไปเพราะจะดูตัวพองขึ้นและไม่เล็กเกินไปเพราะจะเห็นสัดส่วนชัดเจน และเลือกกางเกงที่พอดี ไม่รัด และกระเป๋าหลังไม่เยอะ กระโปรงเลือกที่ไม่พองฟูเพราะจะทำให้ดูก้นใหญ่

http://www.xn--42c6baj1dovd6b8b1f4ece.com/

4. บรรยายลักษณะรูปร่างของนักเรียนเอง และอธิบายว่าถ้าจะใช้ผ้าเป็นริ้วเป็นลายจะใช้ริ้วลายแบบไหน

ลักษณะของตนเอง เป็นคนรูปร่างเล็กแต่มีสะโพกเล็กน้อย ผอม ผิวขาวอมเหลือง ถ้าเลืกใส่เสื้อผ้า จะใช้ลายทางขวางเพื่อให้ดูตัวใหญ่ขั้น ใส่กาวเกงขายาวเพื่อเพิ่มความสูงและใส่กางเกงขายาวสีดำเพื่ออำพรางสะโพก 

5. เครื่องเกาะเกี่ยวที่ใช้ในการตัดเย็บมีอะไรบ้าง เสื้อผ้าที่นักเรียนใส่ส่วนใหญ่ต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง

   

1.กระดุม เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวชนิดหนึ่งเพื่อบังคับไม่ให้รอยผ่าหรือรอยเปิดทับซ้อนกันโดยไม่แยกกระดุมที่ติดผ้าหรือสาบชิ้นล่าง ในขณะที่ผ้าหรือสาบชิ้นบนต้องเจาะช่องเพื่อให้กระดุมลอดผ่านได้ ช่องที่เจาะนี้เรียกว่ารังดุม กระดุมมีหลายแบบหลายชนิด ได้แก่ กระดุมแป๊บ เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวที่ใช้ติดกับระยะเปิดสั้นๆ กระดุมไม่มีก้าน กระดุมมีก้าน

2. ตะขอ ใช้สำหรับติดเสื้อ คอเสื้อ ขอบกระโปรง ขอบกางเกง ตะขอมี 2 ชนิด ตะขอขนาดเล็ก และตะขอขนาดใหญ่

3. ซิป เป็นเครื่องเกาะเกี่ยวที่เปิดปิดได้ ใช้กับของใช้ในบ้านและงานเสื้อผ้า มีตั้งแต่ขนาด 3 - 24 นึ้ว แต่ละขนาดใช้งานต่างกัน ควรใช้ให้เหมาะสมกับงานมีขนาดต่างๆกัน การติดซิปมี 2 ชนิด 1. การติดซิปด้วยมือ 2. การติดซิปด้วยจักร

http://writer.dek-d.com/jantana59/story/viewlongc....

6. อธิบายการติดกระดุมและติดตะขอมาพอเข้าใจ

การติดกระดุม 

การติดกระดุมแป็บ

1. .วางกระดุมฝาบน(ตัวผู้) บนเส้นกลางตัวที่กำหนดตำแหน่งของกระดุม แล้วใช้เย็บแบบคัทเวิร์ก รูละ 3 ครั้ง เพื่อความสวยงาม จนครบทั้ง 4 รู
2. ปิดสาบบนซ้อนตามรูปของแบบเสื้อ กดกระดุมฝาบน (ตัวผู้) ให้กดทับสาบเสื้อสาบล่างจนเห็นรอยกดชัด วางฝากระดุมล่าง(ตัวเมีย) ให้ตรงกับรอยกด แล้วเย็บแบบคัทเวิร์ก รูละ 3 ครั้ง เพื่อความสวยงาม จนครบทั้ง 4 รู

การติดกระดุมไม่มีก้าน

1. วางกระดุมตรงตำแหน่งเส้นกลางตัว
2. แทงเข็มขึ้นรูหนึ่งและแทงลงอีกรูหนึ่ง ทำซ้ำประมาณ 2 - 3 ครั้ง เพื่อให้แน่นหนา ใช้ด้ายพันเส้นด้ายล่างเม็ดกระดุมหลายๆ รอบ เพื่อให้เกิดเนื้อที่ว่าง

การติดกระดุมมีก้าน

1. วางกระดุมตรงตำแหน่งเส้นกลางตัวให้ตรงกึ่งกลางรังดุม ตัดผ้ารองใต้กระดุมทางด้านผิด
2. แทงเข็มทางด้านถูกตรงห่วงก้านกระดุมกับแทงเข็มขึ้นลง 3-4 ครั้ง
3. แทงเข็มลงใต้ผ้าเย็บ 3-4 ครั้งและตัดเส้นด้าย
4. แทงเข็มลงใต้ผ้าเย็บหลายๆ ครั้ง แล้วตัดด้ายออก

http://writer.dek-d.com/jantana59/story/viewlongc....

การติดตะขอ
1.กำหนดตำแหน่งที่จะติดตะขอ
2.ติดตะขอเกี่ยวหรือตะขอสับบนเส้นกลางของตะเข็บข้างตัวหรือกลางลำตัว
3.ติดตะขอรับบนเส้นกลางตะเข็บทางด้านซ้ายมือ
4. ติดตะขอรับให้หัวตะขออยู่บนกลางตะเข็บทางด้านขวามือ สอยพันหรือเย็บแบบรังดุม สอยเรียงเส้นด้ายลงในช่องตะขอ

http://writer.dek-d.com/jantana59/story/viewlongc....

7. อธิบายการปะเพื่อการตกแต่ง

 การปะนอกจากจะเป็นการซ่อมแซมผ้าที่ขาดได้แล้ว ยังเป็นการตกแต่งให้สวยงามอีกด้วย การปะมีหลากหลายแบบ สามารถทำได้ตามใจของ ส่วนใหญ่เป็นการนำเศษผ้าอีกผืนมาทำเป็นชิ้นสวยงามรูปต่างๆเพื่อนำไปตกแต่ง ทำให้ผ้าที่ถูกตกแต่งดูดีมีราคาขึ้น สวยงามสามารถช้งานต่อไปได้

8. ถ้ากางเกงที่ใส่ขาดที่หัวเข่าจะแก้ไขดัดแปลงอย่างไรให้ใช้งานได้

ถ้าขอกไม่มากควรซ่อมแซมโดยการเย็บเก็บเข้าไปให้ชิดกัน แต่ถ้าขาดเป็นรูใหญ่ให้ปะผ้าเพิ่มเข้าไป แต่ถ้าขาดจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ก็นำมาดัดแปลงทำเป็นการะเป๋ายีนส์ได้ โดยตัดขา2ข้างออก แล้วนำส่วนที่เอามาเป็นเป็นกระเป๋า

9. ถ้านักเรียนดัดแปลงเสื้อผ้าที่ไม่ใช้เป็นผ้ากันเปื้อน นักเรียนจะใช้ลวดลายและตะเข็บอะไรตกแต่ง และมีวิธีทำอย่างไร

นำเสื้อผ้าที่เป็นสีสันสดใส สีพื้นมา และหาเสื้อผ้าที่มีลวดลายตกแต่งสวงงาม เช่นลายตัวการ์ตูน มาตัด นำมาตกแต่งผ้าชิ้นที่เป็นสีพื้น โดยการเนา สอยหรือดนถอยหลังก็ได้ หรือนำลูกปัด โบว์มาตกแต่งด้ยการเย็บติดเข้าไป หลังจากที่ตกแต่งเสร็จ ก็นำมาทำเป็นผ้ากันเปื้อน อาจเย็บสายคล้องคอเข้าไปด้วยก็ได้เพื่อความสวยงามจามที่ต้องการ

10. อธิบายขั้นตอนการซักรีดเสื้อผ้า

ขั้นตอนการซักผ้า

   

1. แยกชนิดของผ้า สีของผ้า ไม่ให้ปนกัน
2. แล้วก็แช่ผ้าพร้อมผงซักฟอกไว้ 15 นาที
3. ใช้มือขยี้ให้ทั่ว
4. ล้างด้วยน้ำสะอาด 2 - 3 ครั้ง
5. สังเกตดูว่าน้ำยังมีฟองอยู่ไหม
6.ถ้าไม่มีน้ำ ก็บิด แล้วก็สบัด
7. ตากได้

http://go2pasa.ning.com/group/englishclub/forum/to...

ขั้นตอนในการรีดผ้าดังนี้

  

1. พรมน้ำผ้าที่จะรีด ตามลักษณะของเส้นใยที่ต้องการความชื้นมาก
หรือน้อย แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที
2. ปรับอุณหภูมิเตารีด ให้ความร้อนเหมาะสมกับชนิดของผ้า
ที่จะรีดตามตัวเลข หรือตัวหนังสือที่กำหนดไว้ ทดลองความร้อนด้วยการ
รีดด้านใน เช่น สาบเสื้อ
3. ใช้วิธีรีดที่ถูกต้องตามส่วนต่างๆของเสื้อ เช่น รีดกดที่สันกลีบกางเกง
เส้นโค้ง ตะเข็บของเสื้อหรือกางเกง รีดตามความยาวของเส้นใย ถ้ารีดตามขวาง
ผ้าจะยืดเสียรูปทรง
4. ขณะที่รีดผ้าควรให้สายเตารีดเรียบไม่ม้วนงอ เพราะจะทำให้สาย
เสียดสีกัน ทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟไม่ทน อาจเกิดอันตรายได้
5. ควรรีดผ้าหลาย ๆ ชิ้นในคราวเดียวกัน เพื่อเป็นการประหยัดไฟฟ้า
และประหยัดเงิน
6 ตามปกติน้ำประปาสามารถใช้กับเตารีดไอน้ำได้ แต่ถ้าคุณอยู่ในย่านน้ำที่ค่อนข้างกระด้าง ก็อาจทำให้เกิดคราบที่เตารีดได้ง่าย และอาจเป็นผลให้เตารีดเสียหายได้ ฉะนั้นหากไม่แน่ใจเรื่องคุณภาพน้ำ ให้ใช้น้ำกรองจะดีกว่า
ใช้น้ำยาอัดกลีบให้ถูกต้อง
7. น้ำยารีดผ้าและอัดกลีบเป็นเครื่องมือในการรีดผ้าที่ยอดเยี่ยม แต่ต้องใช้อย่างเหมาะสม โดยฉีดผลิตภัณฑ์นี้ก่อนรีดผ้า แล้วปล่อยให้ซึมลงไปในเนื้อผ้าก่อนรีดทับ การปล่อยให้เนื้อผ้าดูดน้ำนาซักรีดลงไปจนหมดก่อน จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดคราบทั้งที่เตารีดและเสื้อผ้าของคุณด้วย
8.ความรีดผ้าบาง ๆ ก่อน เช่น ผ้าเช็ดหน้าเป็นต้น
9. ปิดสวิตช์และถอดปลั๊กทุกครั้งเมื่อรีดผ้าเสร็จแล้ว

http://malilathai.wordpress.com/2012/02/16/%E0%B8%...