ตอนที่ 1 : ร่วมกันคิด / คิดร่วมกัน

การประดิษฐ์ของใช้ของประดับตกแต่งในบ้านจากวัสดุที่มีคุณภาพ    

ร่วมกันคิด  ข้อ 1.1  "การประดิษฐ์กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ต้องเตรียมวัสดุอุปกรณ์อะไรบ้าง  และมีขั้นตอนการทำอย่างไร ?" 

การประดิษฐ์กระเป๋าผ้าอเนกประสงค์ 

วัสดุ

1. เศษผ้าเหลือใช้จากอุปกรณ์ที่ไม่ใช้แล้วต่างๆ
เราก็สามารถนำมาใช้ได้ เช่น
จากผ้าเช็ดหน้า จากผ้าคลุมโคมไฟ จากผ้ารองหมอนที่ไม่ใช้แล้ว

2. นำผ้านั้นๆมาทำความสะอาดให้เรียบร้อย ลายผ้านั้น
สามารถนำวัสดุเหลือใช้ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เช่น
จากลูกบิดประตู จากที่ปลอกมันฝรั่ง ไม้ กระดุม ฟองนำ

                                                                                                      3. เมื่อพิมพ์ลายที่ต้องการ
ชุบสีย้อมเรียบร้อย เมื่อผ้าแห้ง ก็นำมาเย็บเป็นกระเป๋าตามที่ต้องการ




วิธีทำ

1. วัดขนาดของผ้าที่ต้องการและตัดเป็นฐานวงกลมสันผ่าศูนย์กลางประมาณ 7 นิ้ว และวัดผ้าขนาดความสูงของกระเป๋าเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 นิ้ว

2.เย็บผ้าทั้งสองชิ้นประกอบกันเป็นทรงกระบอก  และเมื่อเย็บเสร็จแล้ววัดความห่างจากขอบปากถุงด้านบนลงมา 2 cm เพื่อเจาะห่วงตุ๊ดตู่

3. เจาะห่วงตุ๊ดตู่ลงไปโดยเว้นระยะให้พอดีกับเชือก  และร้อยเชือกเข้าไปในรู ตามด้วยการเย็บสายสะพายเชื่อมกับตัวกระเป๋า

  กระเป๋าใบนี้ออกแบบมาเพื่อสามารถใช้ใส่ปิ่นโตสะพายไปทำบุญได้  หรือในกรณีที่ต้องการใส่สิ่งของอย่างอื่น  เพื่อลดโลกร้อน

ที่มา http://udomsuk.exteen.com/20120414/entry-5

       http://www.decorreport.com

 

การประดิษฐ์ของประดับตกแตกแต่งจากวัสดุทดแทนที่เป็นเอกลักษณ์ไทยและภูมิปัญญาท้องถิ่น

ร่วมกันคิด ข้อ 1.2  "นักเรียนจะประดิษฐ์ของประดับตกแต่งจโดยใช้วัสดุที่มีอยู่ในท้องถิ่นอะไรได้บ้าง  และมีขั้นตอนการทำอย่างไร ?" ควรมีภาพประกอบด้วย

การทำโคมไฟจากกะลามะพร้าว



วัสดุอุปกรณ์

1. กะลามะพร้าว
2. หลอดไฟ สายไฟ ปลั๊กไฟ
3. เทปพันสายไฟ
4. ไม้อัดเหลือใช้คอโคมไฟไม่ใช้แล้ว
5. เครื่องยิงกาว
6. สีไม้โอ๊คเครื่องมือและอุปกรณ์
7. เลื่อยฉลุ
8. สว่านเจาะ
9. กระดาษทรายหยาบ
10. กระดาษทรายละเอียด
11. ดินสอ
12. วงเวียน

ขั้นตอนในการทำ

1.นำกะลามะพร้าว 1 ลูกผ่ากลางกะลาแบ่งเป็น 2 ส่วนขนาดไม่เท่ากันให้ส่วนหนึ่งเล็กกว่าอีกส่วนหนึ่งประมาณ1 ซ.ม

2. นำกะลาส่วนที่เล็กเจาะรูตรงกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว
แล้วขัดกะลาให้ มันแล้วทาด้วยสีไม้โอ๊ก

3. นำกะลาส่วนที่ใหญ่กว่าเจาะรูตรงกลางประมาณ 2 นิ้วและเจาะรูด้านข้างขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ1 ซ. ม เพื่อติดสวิสซ์ไฟ

4. นำคอโคมไฟที่ไม่ใช้แล้วมาติดกับกะลาด้านที่ใหญ่โดยติดกาวให้แน่น

5. นำสายไฟติดปลั๊กไฟให้เรียบร้อยแล้วสอดเข้ารูเพื่อติดสวิสซ์ไฟแล้วนำไม้อัดมาปิดฐานกะลาให้เรียบร้อย

6.นำกะลาส่วนที่เล็กมาติดกับคอโคมไฟด้านบนและสอดสายไฟจากฐานกะลาขึ้นมาให้เรียบร้อย

7. ตรวจความเรียบร้อยของโคมไฟ

 

ที่มา http://13497rongrutsamee.blogspot.com/

  

 

 

การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก   

ร่วมกันคิด  ข้อ 1.3  "การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก  เราสามารถประดิษฐ์อะไรได้บ้าง ?" 

1. ประเภทบรรจุภัณฑ์แบ่งตามวิธีบรรจุและวิธีการขนถ่าย สามารถแบ่งได้ 3
ประเภท

1.1 บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอยู่กับผลิตภัณฑ์ชั้นแรกเป็นสิ่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์เอาไว้เฉพาะหน่วย โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรกคือ เพิ่มคุณค่าในเชิงพาณิชย์ (To Increase Commercial Value) เช่น การกำหนดให้มีลักษณะพิเศษเฉพาะหรือทำให้มีรูปร่างที่เหมาะแก่การจับถือ และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ภายใน พร้อมทั้งทำหน้าที่ให้ความปกป้องแก่ผลิตภัณฑ์โดยตรงอีกด้วย
                                     
1.2. บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่อยู่ถัดออกมาเป็นชั้นที่สอง มีหน้าที่รวบรวมบรรจุภัณฑ์ขั้นแรกเข้าไว้ด้วยกันเป็นชุด ในการจำหน่ายรวมตั้งแต่ 2 – 24 ชิ้นขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรก คือ การป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์จากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรงกระทบกระเทือน และอกนวยความสะดวกแก่การขายปลีกย่อย เป็นต้น ตัวอย่างของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ กล่องกระดาษแข็งที่บรรจุเครื่องดื่มจำนวน ฝ 1 โหล , สบู่ 1 โหล เป็นต้น
                                    
1.3. บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหน่วยรวมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขนส่ง โดยปกติแล้วผู้ซื้อจะไม่ได้เห็นบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มากนัก เนื่องจากทำหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ในระหว่างการขนส่งเท่านั้น ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ หีบ ไม้ ลัง
กล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่บรรจุสินค้าไว้ภายใน ภายนอกจะบอกเพียงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขนส่งเท่านั้น เช่น รหัสสินค้า (Code) เลขที่(Number) ตราสินค้า สถานที่ส่ง เป็นต้น

                                        
2. การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของการใช้
บรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีก (Consumer Package) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคซื้อไปใช้ไป อาจมีชั้นเดียวหรือหลายชั้นก็ได้ ซึ่งอาจเป็น Primary Package หรือ Secondary Package ก็ได้
บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Shopping หรือ Transportation Package) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้รองรับหรือห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ขั้นทุติยภูมิ ทำหน้าที่รวบรวมเอาบรรจุภัณฑ์ขายปลีกเข้าด้วยกัน ให้เป็นหน่วยใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการเก็บรักษา และการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษลูกฟูกที่ใช้บรรจุยาสีฟัน กล่องละ 3 โหล

3. การแบ่งบรรจุภัณฑ์ตามความคงรูป
3.1. บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงแข็งตัว (Rigid Forms) ได้แก่ เครื่องแก้ว (Glass Ware) เซรามิคส์ (Ceramic) พลาสติกจำพวก Thermosetting ขวดพลาสติก ส่วนมากเป็นพลาสติกฉีด เครื่องปั้นดินเผา ไม้ และโลหะ มีคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทานเอื้ออำนวยต่อการใช้งาน และป้องกันผลิตภัณฑ์จากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี
3.2. บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงกึ่งแข็งตัว (Semirigid Forms) ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกอ่อน กระดาษแข็งและอลูมิเนียมบาง คุณสมบัติทั้งด้านราคา น้ำหนักและการป้องกันผลิตภัณฑ์จะอยู่ในระดับปานกลาง
3.3. บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงยืดหยุ่น (Flexible Forms) ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุอ่อนตัว มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ได้รับความนิยมสูงมากเนื่องจากมีราคาถูก ( หากใช้ในปริมาณมากและระยะเวลานาน ) น้ำหนักน้อย มีรูปแบบและโครงสร้างมากมาย
4. แบ่งตามวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้
การจัดแบ่งและเรียกชื่อบรรจุภัณฑ์ในทรรศนะของผู้ออกแบบ ผู้ผลิต หรือนักการตลาด จะแตกต่างกันออกไป บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทก็ตั้งอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์หลักใหญ่ (Objective Of Package) ที่คล้ายกันคือ เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products)
        กล่องที่ใช้บรรจุสินค้าเพื่อการขนส่งนี้ เราเรียกกันว่า “กล่องกระดาษลูกฟูก
                                         
   กล่องกระดาษส่วนใหญ่ที่ใช้บรรจุผลิตภัณฑ์และเห็นกันอยู่ทั่วไปในท้องตลาดคือ กล่องกระดาษลูกฟูก ซึ่งมีบทบาท สำคัญในการคุ้มครองผลิตภัณฑ์ไปสู่จุดหมายปลายทางโดยไม่ให้เกิดการเสียหาย
         ฉะนั้นการเลือกกล่องให้ถูกต้อง กับการใช้งานจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้จึงมีการกำหนดมาตรฐานของกล่อง รวมทั้งการทดสอบเพื่อควบคุม คุณภาพสำหรับใช้เป็นแนวทางให้ผู้เกี่ยวข้องได้ปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

  สมบัติที่สำคัญๆ ของกล่องกระดาษลูกฟูก ได้แก่ มิติรวม การต้านแรงดันทะลุ
การต้านแรงกดและน้ำหนักรวมของ กระดาษ ทำผิวกล่อง เป็นต้น

 ที่มา http://www.doae.go.th/library/html/detail/keeper/pachna3.htm

การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก   

ร่วมกันคิด  ข้อ 1.3  "การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์ที่เน้นเอกลักษณ์ไทยเพื่อการส่งออก  เราสามารถประดิษฐ์อะไรได้บ้าง ?"  บรรจุภัณฑ์ที่รักษาคุณภาพขนมไทย
บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรักษาคุณภาพของขนมไทยไว้ได้จะต้องเป็นบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ กล่าวคือจะต้องมีความสอดคล้องกับเทคโนโลยีการผลิตและการบรรจุภัณฑ์ สามารถป้องกันอากาศ ความชื้น กลิ่นและเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ได้ดี ส่งผลให้สามารถเก็บขนมไทยไว้ได้นาน นอกจากนั้นบรรจุภัณฑ์ยังต้องสะดวกต่อการใช้ เช่น เป็นขนาดที่ใช้รับประทานเพียงคนเดียว ขนาดที่ใช้รับประทานทั้งครอบครัว หรือเป็นขนาดที่ใช้ในการส่งภัตตาคารหรือสายการบิน เป็นต้น

บรรจุภัณฑ์ภูมิปัญญาไทยโบราณในสไตร์ "ห่อ มัด ร้อย"

1.ห่อ...ขนมใส่ใส้
ใบตองหรือใบกล้วย สามารถนำมาห่ออาหารได้หลากหลาย ขนมใส่ใส้...ขนมหวานที่ต้องห่ออย่างพิถีพิถันด้วยใบตองสด 2 ชั้น ประกบกันเป็นรูปสามเหลี่ยมทรงสูง
คาดด้วยใบมะพร้าวและกลัดด้วยไม้กลัดก่อนนำไปนึ่งสุกกลิ่นหอมของใบตองช่วยสร้างเสน่ห์ให้กับขนมไทย จนใครๆ ก็อยากลิ้มลอง

 

2.ใบตอง...ห่อจำปี
นอกจากสมัยก่อนคนไทยจะนำใบตองมาห่ออาหารคาวหวานแล้ว
ยังนิยมนำดอกจำปีและดอกจำปามาจัดเรียงบนใบตองสดแล้วกลัดด้วยไม้กลัด
เป็นบรรจุภัณฑ์รูปลักษณ์แบบไทยๆ ที่ช่วยรักษาความหอมของดอกจำปีจำปาให้ยาวนาน

3.ข้าว...ห่อใบตอง
คนไทยสมัยก่อนมักพกข้าวไปทานยามทำไร่ ทำนา วิธีทำข้าวห่อแบบไทยๆ
ทำโดยการเอาข้าวพร้อมกับข้าวใส่ในใบบัวแล้วห่อเป็นรูปสี่เหลี่ยม มัดด้วยตอกก่อนนำไปนึ่ง กลิ่นหอมของใบบัว ช่วยทำให้ข้าวหอมกรุ่น ชวนรับประทานมากขึ้น

1. ประเภทบรรจุภัณฑ์แบ่งตามวิธีบรรจุและวิธีการขนถ่าย สามารถแบ่งได้ 3 ประเภท

1.1 บรรจุภัณฑ์เฉพาะหน่วย (Individual Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอยู่กับผลิตภัณฑ์ชั้นแรก เป็นสิ่งที่บรรจุผลิตภัณฑ์เอาไว้เฉพาะหน่วย โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรกคือ เพิ่มคุณค่าในเชิงพาณิชย์ (To Increase Commercial Value) เช่น การกำหนดให้มีลักษณะพิเศษเฉพาะหรือทำให้มีรูปร่างที่เหมาะแก่การจับถือ และอำนวยความสะดวกต่อการใช้ผลิตภัณฑ์ภายใน พร้อมทั้งทำหน้าที่ให้ความปกป้องแก่ผลิตภัณฑ์โดยตรงอีกด้วย

 

 

1.2. บรรจุภัณฑ์ชั้นใน (Inner Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่อยู่ถัดออกมาเป็นชั้นที่สอง มีหน้าที่รวบรวมบรรจุภัณฑ์ขั้นแรกเข้าไว้ด้วยกันเป็นชุด ในการจำหน่ายรวมตั้งแต่ 2 – 24 ชิ้นขึ้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ขั้นแรก คือ การป้องกันรักษาผลิตภัณฑ์จากน้ำ ความชื้น ความร้อน แสง แรงกระทบกระเทือน และอกนวยความสะดวกแก่การขายปลีกย่อย เป็นต้น ตัวอย่างของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ กล่องกระดาษแข็งที่บรรจุเครื่องดื่มจำนวน  1 โหล , สบู่ 1 โหล เป็นต้น

 

1.3. บรรจุภัณฑ์ชั้นนอกสุด (Out Package) คือ บรรจุภัณฑ์ที่เป็นหน่วยรวมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการขนส่ง โดยปกติแล้วผู้ซื้อจะไม่ได้เห็นบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้มากนัก เนื่องจากทำหน้าที่ป้องกันผลิตภัณฑ์ในระหว่างการขนส่งเท่านั้น ลักษณะของบรรจุภัณฑ์ประเภทนี้ ได้แก่ หีบ ไม้ ลัง กล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่บรรจุสินค้าไว้ภายใน ภายนอกจะบอกเพียงข้อมูลที่จำเป็นต่อการขนส่งเท่านั้น เช่น รหัสสินค้า (Code) เลขที่ (Number) ตราสินค้า สถานที่ส่ง เป็นต้น

2. การแบ่งประเภทบรรจุภัณฑ์ตามวัตถุประสงค์ของการใช้

2.1บรรจุภัณฑ์เพื่อการขายปลีก (Consumer Package) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ผู้บริโภคซื้อไปใช้ไป อาจมีชั้นเดียวหรือหลายชั้นก็ได้ ซึ่งอาจเป็น Primary Package หรือ Secondary Package ก็ได้

2.2บรรจุภัณฑ์เพื่อการขนส่ง (Shopping หรือ Transportation Package) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่ใช้รองรับหรือห่อหุ้มบรรจุภัณฑ์ขั้นทุติยภูมิ ทำหน้าที่รวบรวมเอาบรรจุภัณฑ์ขายปลีกเข้าด้วยกัน ให้เป็นหน่วยใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกในการเก็บรักษา และการขนส่ง เช่น กล่องกระดาษลูกฟูกที่ใช้บรรจุยาสีฟัน กล่องละ 3 โหล

 

3. การแบ่งบรรจุภัณฑ์ตามความคงรูป

3.1. บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงแข็งตัว (Rigid Forms) ได้แก่ เครื่องแก้ว (Glass Ware) เซรามิคส์ (Ceramic) พลาสติกจำพวก Thermosetting ขวดพลาสติก ส่วนมากเป็นพลาสติกฉีด เครื่องปั้นดินเผา ไม้ และโลหะ มีคุณสมบัติแข็งแกร่งทนทานเอื้ออำนวยต่อการใช้งาน และป้องกันผลิตภัณฑ์จากสภาพแวดล้อมภายนอกได้ดี

 3.2. บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงกึ่งแข็งตัว (Semirigid Forms) ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติกอ่อน กระดาษแข็งและอลูมิเนียมบาง คุณสมบัติทั้งด้านราคา น้ำหนักและการป้องกันผลิตภัณฑ์จะอยู่ในระดับปานกลาง

3.3. บรรจุภัณฑ์ประเภทรูปทรงยืดหยุ่น (Flexible Forms) ได้แก่ บรรจุภัณฑ์ที่ทำจากวัสดุอ่อนตัว มีลักษณะเป็นแผ่นบาง ได้รับความนิยมสูงมากเนื่องจากมีราคาถูก ( หากใช้ในปริมาณมากและระยะเวลานาน ) น้ำหนักน้อย มีรูปแบบและโครงสร้างมากมาย

 

4. แบ่งตามวัสดุบรรจุภัณฑ์ที่ใช้

การจัดแบ่งและเรียกชื่อบรรจุภัณฑ์ในทรรศนะของผู้ออกแบบ ผู้ผลิต หรือนักการตลาด จะแตกต่างกันออกไป บรรจุภัณฑ์แต่ละประเภทก็ตั้งอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์หลักใหญ่ (Objective Of Package) ที่คล้ายกันคือ เพื่อป้องกันผลิตภัณฑ์ (To Protect Products) เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ (To Distribute Products) เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ (To Promote Products)

http://www.ismed.or.th/SME/src/bin/controller.php?view=knowledgeInsite.KnowledgesDetail&p=&nid=&sid=69&id=1030&left

http://thaioflife.blogspot.com/2011/01/1.html