กิจกรรมที่  1.1  คำถามพัฒนากระบวนการคิด กระบวนการคิด

ข้อ 1 การช่วยเหลือพ่อแม่ตามบทบาทหน้าที่ของลูกที่ดี  ทำได้อย่างไรบ้าง ?

เราต้องมีความรับผิดชอบต่อตนเอง และรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย  เราสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของท่านโดยช่วยท่านทำงานบ้าน  ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน  รวมทั้งปฏิบัติตนเป็นคนดีมีศีลธรรมในการดำเนินชีวิต เช่น ไม่สร้างเรื่องให้ท่านเดือดเนื้อร้อนใจ และไม่ทำให้วงศ์ตระกูลเสียชื่อเสียง

ข้อ 2 สถานการณ์ใดบ้างที่นักเรียนสามารถแสดงหน้าที่และบทบาทที่ดีต่อชุมชนได้ ?

                เราจะต้องมีความรับผิดชอบต่อชุมชน เช่น ในด้านของสิ่งแวดล้อม เราก็จะต้องช่วยกันดูแลรักษาความสะอาด มีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม เคารพกฎระเบียบข้อบังคับที่ชุมชนได้กำหนดไว้และที่สำคัญคือเราต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อาศัยอื่นๆในชุมชน ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เช่น เมื่อเราเห็นชุมชนมีปัญหาในด้านต่างๆ เราอาจจะไปแจ้งผู้นำชุมชนเพื่อให้มีการแก้ไขปัญหานั้น

 

ข้อ 3 ถ้าพบเห็นขยะในบริเวณโรงเรียน นักเรียนควรทำอย่างไร ?

1.เราจะต้องรู้จักเก็บแล้วนำไปทิ้งในถังขยะที่ถูกประเภท เพื่อช่วยให้สภาพแวดล้อมของโรงเรียนดูน่าอยู่ขึ้นและช่วยป้องกันอุบัติเหตุได้

2. เมื่อพบขยะแล้ว มีบางครั้งทีไม่ได้นำขยะไปทิ้ง เพราะเร่งรีบกำลังจะไปทำอย่างอื่นอยู่ก็จะไม่ได้เก็บ หรือบางที่ขยะนั้นสกปรกมากๆก็จะไม่ได้นำไปทิ้ง แต่บางครั้งก็จะเก็บและนำไปทิ้ง โดยเฉพาะขยะจำพวกเศษกระดาษ แต่ที่จริงแล้วเราควรที่จะเก็บขยะที่พบไปทิ้งให้ถูกที่เสมอ

 

 

ข้อ 4 การจัดตกแต่งห้องให้สวยงามกลมกลืนทำได้อย่างไร ?

 การแต่งห้องให้ดูสวยงามกลมกลืนต้องคำนึงถึง แสง สี ความสะดวก ขนาดห้อง และความปลอดภัย

ต้องคำนึงถึงการเลือกใช้สีและเฟอร์นิเจอร์ที่ใช้  ตามที่เจ้าของชอบ โดยเวลาเลือกเครื่องเรือนต่างๆต้องมีโทนใกล้เคียงกัน  แต่ละห้องย่อมมีเอกลักษณ์ในการเลือกโทนสีแตกต่างกัน เช่น ห้องนั่งเล่นควรมีสัสันสวยงาม มีชีวิตชีวา ใส่แสงสีได้มาก ส่วนห้องครัวความมีสีที่สะอาด ง่ายต่อการดูแลทำความสะอาด ห้องนอนก็ควรมีสีที่ไม่ฉูดฉาดมากนัก ควรเป็นสีที่ให้บรรยากาศผ่อนคลาย เป็นต้น ส่วนเครื่องเรือนควรวางเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ควรมีมากจนเกินความจำเป็น  จนดูรกตา

 

ข้อ 5 ถ้าบ้านของนักเรียนมีพื้นที่คับแคบมาก ควรจัดวางเครื่องเรือนอย่างไร จึงจะเหมาะสมที่สุด ?

มี 5 วิธี ดังนี้

1.ใช้พื้นที่แนวตั้งให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ช่วยให้พื้นที่ดูโล่งและกว้างมากขึ้น
2.ต้องพยายามออกแบบให้เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ใช้ประโยชน์ได้หลายอย่าง เช่น ชุดโซฟาสามารถปรับเปลี่ยนเป็นเตียงนอนได้ โต๊ะกลางสามารถปรับขึ้นมาเป็นโต๊ะเขียนหนังสือหรือโต๊ะทานข้าวได้
3. ขนาดของเฟอร์นิเจอร์จะต้องไม่ใหญ่เกินไป
4.ใช้กระจกเงามาช่วยตกแต่งผนังบางด้านให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ห้ามกรุกระจกเงาหันหน้าชนกันโดยเด็ดขาด และที่สำคัญควรใช้สีภายในห้องโทนอ่อนๆ สบายๆ
5.สีสันของเฟอร์นิเจอร์ก็ไม่ควรเข้มเกินไป จะทำให้ห้องดูคับแคบเข้าไปอีก
แหล่งอ้างอิง http://www.cmc.co.th/homeguide/116.html

 

 Designing Teenagers Room in Red Color

 

  ข้อ 6 การจัดและตกแต่งห้องให้มีแสงสว่างเหมาะสมกับการใช้งานทำได้อย่างไร ?

เรื่องของหลอด (ไฟ)

1.ห้องนอน เป็นห้องสำหรับพักผ่อน จึงควรเป็นบรรยากาศแบบสบายๆ ไม่ต้องมีแสงสว่างมากนัก เลือกหลอดไฟแบบคอมแพกต์ ฟลูออเรสเซนต์ชนิดที่ให้แสงออกเหลืองอ่อน (Warm White) ช่วยทำให้ห้องอบอุ่น

2.ห้องแต่งตัว เป็นห้องที่ต้องการแสงสว่างที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากมีผลต่อการเลือกสีของเสื้อผ้าหรือนิยมใช้หลอดฮาโลเจน (หลอดไส้) เพราะให้แสงธรรมชาติ ปัจจุบันใช้หลอดประหยัดไฟคอมแพกต์ ฟลูออเรสเซนต์

3.ห้องรับแขก หรือห้องนั่งเล่น แสงควรอบอุ่น การเลือกหลอดไฟสำหรับสองห้องนี้เน้นที่แสงขาวนวลถึงเหลือง ติดหลอดไฟคอมแพกต์ ฟลูออเรสเซนต์

4.ห้องทำงาน แสงที่เหมาะควรเป็นแสงขาวนวล สังเกตดูว่าในสถานที่ทำงานหรือออฟฟิศโรงงานต่างๆ มักใช้หลอดไฟขาวเป็นหลัก สาเหตุก็เพราะต้องการสร้างบรรยากาศการทำงานนั่นเอง หลีกเลี่ยงการใช้แสงสีเหลืองอ่อนเนื่องจากแสงเหลืองเหมาะกับห้องที่ใช้ผ่อนคลายมากกว่า ที่เหนือโต๊ะทำงานควรมีการติดตั้งหลอดไฟดาวน์ไลต์ที่ให้แสงสว่างกระจายไปทั่วห้องได้ รวมทั้งบนโต๊ะทำงานควรมีโคมไฟตั้งโต๊ะ เพื่อให้แสงเพิ่ม และกลบเงาจากดาวน์ไลต์

5.ห้องครัว ควรเลือกใช้โคมไฟดาวน์ไลต์แบบมีกระจกปิดเพื่อป้องกันฝุ่น ควัน และความชื้น เช่น โคมไฟ Wall lynx หรือหลอดคอมแพกต์ ฟลูออเรสเซนต์

ห้องครัวหรือห้องประกอบอาหาร นิยมใช้แสงสีขาวนวลถึงเหลือง ติดหลอดไฟเพื่อให้แสงสว่างเป็นจุดๆ ตามที่ต้องการใช้งาน

6.ห้องรับประทานอาหาร ควรมีโคมไฟสีออกเหลืองนวล ซึ่งช่วยเพิ่มความอยากอาหาร และช่วยเพิ่มแสงสีให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้น ทั้งนี้ควรเป็นหลอดกลมเนื่องจากกระจายแสงได้ทั่วถึง อาจเพิ่มโคมไฟลอยที่ผนังด้วย เพื่อเพิ่มบรรยากาศความอบอุ่นและทำให้ห้องมีมิติ

7.บริเวณรอบตัวบ้าน ควรเลือกโคมไฟชนิดหลอดแบบคอมแพกต์ ฟลูออเรสเซนต์

แหล่งที่มา http://variety.thaiza.com/แต่งบ้านด้วย-หลอด-ไฟตามใจเลือก/104899/

 

ข้อ 7 นักเรียนจะหาความรู้เกี่ยวกับการจัดและตกแต่งห้องต่าง ๆ ในบ้านได้จากแหล่งความรู้ใดบ้าง ?

1.จาก internet สามารถหาได้สะดวกรวดเร็ว สามารถเจาะจงเรื่องที่สนใจเฉพาะได้ โดยเข้าเว็บที่ใช้ค้นหาและพิมพ์ key words ที่ต้องการค้น

ไอเดียแต่งสวน http://www.decorreport.com/a353446-ไอเด-ยแต-งสวน-เก-ๆ

แต่งห้องเล็ก http://www.centralinteriordesign.com/6096/designing-small-teenagers-bed-room.html

 

2.จากหนังสือ การตกแต่งบ้าน เช่น วรสาร บ้านและสวน

3.จากผู้รู้ เช่น ที่ scg experience เป็นต้น

 

ข้อ 8 การมีส่วนร่วมในการจัดสวน ปลูกต้นไม้ในบริเวณโรงเรียน(บ้าน) ช่วยฝึกคุณธรรมและลักษณะนิสัยที่ดีในเรื่องใดบ้าง ?

ต่อตนเองคือ เป็นการสร้างจิตสำนึกต่อการดูแลรักษาธรรมชาติ การปลูกต้นไม้ ต้องมีความดูแล เอาใจใส่ มีความอดทน รู้จักรอคอย จะทำให้เราฝึกรู้จะความพากเพียร การดูแลเอาใจใส่ต่อสิ่งต่างๆรอบตัว และทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจที่ไดเช่วยเหลือสิ่งแวดล้อม

ต่อผู้อื่น ทำให้เรารู้จักทำประโยชน์เพื่อส่วนร่วม รู้จะเสียสละเวลาส่วนตนเพื่อช่วนเหลือส่วนร่วม

 

ข้อ 9 เพราะเหตุใดจึงควรปลูกไม้ยืนต้นทางด้านทิศตะวันตกของอาคารบ้านเรือน ?

เพราะแดดตอนบ่ายมักจะร้อนมาก การปลูกต้นไม้ยืนต้นไว้จะได้ช่วยให้ร่มเงาบังแสงแดด ไม่ให้ส่องตัวบ้านโดยตรง ทำให้ตัวบ้านไม่กักเก็บความร้อนไว้มากเกินไป รวมถึงเป็นการถนอมสีที่ทาบ้านให้มีสภาพคงทน ยืดอายุการใช้งานอีกด้วย

 

 ข้อ 10 การจัดสวนให้น่าสนใจและสวยงามมีแนวทางอย่างไร ?

ขั้นตอนที่ 1
การตรวจสอบพื้นที่ เพื่อดูแลความเหมาะสมในการออกแบบสวนโดยต้องคำนึงถึงขนาดพื้นที่,ทิศทางของแสง,ลักษณะของดิน เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อที่จะได้จัดขนาดและลักษณะของต้นไม้ให้เหมาะสมกับพื้นที่

 

ขั้นตอนที่ 2
ทำการร่างแบบ เพื่อกำหนดตำแหน่งของต้นไม้,หินที่จะจัดวาง หรือ บ่อน้ำและน้ำตกว่าควรจะอยู่ที่ใด การร่างแบบลงบนกระดาษจะช่วยให้นึกภาพออกได้ชัดเจนกว่าและสามารถแก้ไขข้อบกพร่องต่าง ๆ ให้ลงตัวได้ง่ายเมื่อพอใจกับแบบร่างแล้วดำเนินงานขั้นต่อไป

 

ขั้นตอนที่ 3
การเลือกซื้อพรรณไม้ เพื่อให้ได้พรรณไม้ตามที่กำหนดไว้ก่อนหน้าอีกทั้งยังได้เห็นพรรณไม้ในลักษณะเป็นของจริง ทำให้สามารถมองเห็นภาพตามที่กำหนดไว้ชัดเจนขึ้นก่อนเลือกซื้อพรรณไม้ควรศึกษาลักษณะของพรรณไม้นั้นๆว่าเหมาะสมกับพื้นที่ๆจะจัดสวนหรือไม่เช่นขนาดของต้นไม้เมื่อโตเต็มที่,สีของพรรณไม้,ควรจะเลือกไม้ดอก หรือไม้ใบ เป็นต้น

ขั้นตอนที่ 4
การปรับพื้นที่ เพื่อให้ได้สภาพเหมือนกับแบบที่ร่างเอาไว้เช่นบางส่วนที่ต้องการทำเนินให้เอาปูนขาวโรยรอบๆบริเวณนั้นไว้เพื่อกำหนดเป็นตำแหน่งแล้วถมดินให้เป็นเนินตามที่ต้องการการปรับพื้นที่ควรจะทำหลังจากการก่อสร้างในส่วนอื่นๆเสร็จสิ้นแล้วเพราะอาจจะมีการขุดท่อประปาหรือวางสายไฟซึ่งจะทำให้พื้นที่ๆปรับไว้ได้รับความเสียหาย

 

ขั้นตอนที่ 5
การปลูกต้นไม้ใหญ่ ควรเตรียมหลุมสำหรับปลูกไม้ซึ่งเป็นไม้ใหญ่ก่อน แล้วจึงปลูกไม้มุมและไม้คลุมดินเป็นลำดับต่อไป ตำแหน่งการปลูกให้ดูจากแบบร่างที่ทำไว้ล่วงหน้าไว้ ก่อนแล้วการปูทางเท้า ทำหลังจากการปลูกหญ้าเสร็จแล้วจากนั้นให้ เลือกวัสดุในการทำทางเท้า และกำหนดทิศทางโดยดูจากแบบร่างแล้วใช้ปูนขาวโรยเพื่อกำหนดตำแหน่งให้ถูกต้อง และยังเป็นการทำให้เห็นภาพก่อนการปูพื้นจริงซึ่งทำให้ง่ายต่อการปรับแต่งแก้ไข

 

แหล่งที่มา http://www.homedd.com/HomeddWeb/servlet/homedd.A_home_diy.frontweb.DiyTopic?ClassID=00008&ItemID=02301&TypePage=0&IndexShow=0&goPage=0&Mytype=1

 

กิจกรรมที่ 1.2 บันทึกแนวคิด

หัวข้อ : สมาชิกในครอบครัวควรมีบทบาทในการทำงานบ้านให้สำเร็จด้วยดีได้อย่างไร?
              

     งานบ้าน  เป็นงานที่ที่สมาชิกทุกๆคนในบ้านต้องมีรับผิดชอบ คือทุกคนต่างมีหน้าที่ที่ตนต้องทำ โดยไม่เกี่ยงงานกัน งานนั้นจะต้องแบ่งให้เหมาะสมกับเพศ อายุ และความสามารถ เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพมากที่สุด เช่น งานที่หนักๆผู้ชายจะเป็นฝ่ายรับผิดชอบเช่น พ่อและลูกชาย หรืองานเล็กๆ ที่ต้องใช้ความละเอียดควรเป็นผู้หญิง เช่น แม่และลูกสาว และอาจมีงานเบาๆสำหรับผู้สูงอายุให้ท่านได้มีส่วนร่วมกับกิจกรรมครอบครัว

การทำงานนั้นจะต้องมีการวางแผนมีระบบ เช่น มีการเตรียมพร้อม มีการนัดวันทำความสะอาด แจกจ่ายงานให้ครบถ้วน มีอุปกรณ์พร้อม เป็นต้น