โครงงาน 

เรื่อง กล้วย (กล้วยแขก) 

 

จัดทำโดย

๑. นางสาววันวิสา                   สมศรี                   เลขที่ ๗

๒. นางสาวสุพัตรา                 ฝั่งซ้าย                 เลขที่ ๙

๓. นางสาวแคทรียา                ศรีตาบุตร            เลขที่ ๑๒

๔. นางสาวไพรศรี                  ป้อมอาสา            เลขที่ ๑๖

๕. นางสาวอารีรัตน์                บัวทุม                  เลขที่ ๑๗

๖. นางสาวปิยะดา                   บุญกาญจน์         เลขที่ ๑๘

๗. นางสาวอัจจิมาพร             แก้วสาริกา           เลขที่ ๒๐

๘. นางสาวณัฐทิยา                 จำปาสา               เลขที่ ๒๑

๙. นางสาวปัทมา                     วงษาลี                เลขที่ ๒๒

๑๐. นางสาวอัญชลี                 โททัย                  เลขที่ ๒๗

 

เสนอ

คุณครูพัชราภรณ์           บรรลือ

 

ภาคเรียนที่ ๒             ปีการศึกษา ๒๕๕๑

โรงเรียนวารินชำราบ

อำเภอวารินชำราบ        จังหวัดอุบลราชธานี

 

กิตติกรรมประกาศ

 

โครงงานเรื่อง “ผลิตภัณฑ์กล้วยน้ำหว้า” อาหารจากกล้วยจะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีคณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณ คุณครูพัชราภรณ์           บรรลือ     คุณครูประจำวิชา     ที่คอยให้คำปรึกษาและให้ความรู้ความเข้าใจในการจัดทำโครงงานในครั้งนี้เป็นอย่างสูง

     

      คณะผู้จัดทำขอขอบพระคุณมา ณ ที่นี้ด้วย

 

 คณะผู้จัดทำ

 

กลุ่มที่  ๑   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ /๒

มกราคม  ๒๕๕๒

  บทคัดย่อ

 

โครงงานเรื่อง “กล้วย” อาหารจากกล้วยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเนื้อหาความรู้ทางด้านสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม มาประใช้ในการดำเนินชีวิตในปัจจุบัน โดยการศึกษาเกี่ยวกับกล้วย ทั้งนี้ก็เพื่อให้ได้อาหารรูปแบบใหม่ๆ ที่เกิดจากวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายแทนอาหารจำพวกข้าว และยังสามารถพัฒนาเป็นอาชีพอีกด้วย ทั้งยังสร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาสังคมศึกษาและเห็นคุณค่าของวิชาสังคมศึกษาและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่อยู่ในชีวิตประจำวัน

ความรู้ที่ใช้ในการทำกล้วยแขกในครั้งนี้ คณะผู้จัดทำได้นำความรู้ทางด้านสังคมศึกษาในเรื่องภาวะเศรษฐกิจมาใช้และจากการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองผลที่ได้จากการศึกษาและทำโครงงานในครั้งนี้คือได้ผลิตภัณฑ์จากกล้วยซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้จากพืชจำพวกแป้งที่ใช้แทนข้าวได้ 

 

บทนำ

 

กล้วย (Musa sapientum Linn.) เป็นพืชล้มลุกขนาดใหญ่ จัดอยู่ในตระกูล Musaceae มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกเฉียงใต้ เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะอากาศอบอุ่นและชุ่มชื้น เป็นพืชปลูกง่าย ไม่ยุ่งยากในการบำรุงรักษาและให้ผลผลิตตลอดปี จึงมีการขยายพันธุ์กันอย่างแพร่หลาย สำหรับประเทศไทยมีการปลูกกล้วยเพื่อบริโภค ตั้งแต่ระดับครัวเรือนจนถึงการปลูกเพื่อการจำหน่ายในระดับอุตสาหกรรม จัดเป็นพืชเศรษฐกิจพืชหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรทั่วทุกภาคของประเทศ

การใช้ประโยชน์จากกล้วยนั้น พบว่า กล้วยให้ประโยชน์ในทุกส่วนตั้งแต่ลำต้น ใบ และผล ในส่วนของลำต้นใช้เป็นอาหารสัตว์ แปรรูปเป็นเชือกกล้วยและปุ๋ย ส่วนใบใช้ประดิษฐ์งานด้านศิลปะ และเป็นภาชนะบรรจุอาหาร ผลของกล้วยอุดมด้วยวิตามิน และเกลือแร่ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ใช้รับประทานสดและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ได้หลายชนิด

ในบางฤดูกาลผลผลิตของกล้วยจะมีมากกว่าการบริโภค ทำให้บริโภคไม่ทันและราคาตกเป็นผลให้ใช้ประโยชน์ได้น้อยลง การแปรรูปกล้วยจึงเป็นแนวทางหนึ่งสามารถจะแก้ปัญหาผลิตผลมากเกินได้ นอกจากนั้นการแปรรูปกล้วยยังอาจทำให้เกิดการสร้างรายได้ให้กับครอบครัวและ พัฒนาเป็นอุตสาหกรรมได้ และต้นกล้วยที่เหลือทิ้งเนื่องจากถูกตัดเอาผลไปใช้บริโภคแล้วนั้น สามารถนำมาเพิ่มมูลค่าได้โดยการนำมาทำเป็นเส้นใยและกระดาษ

  

ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

 

เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยเรากำลังตกอยู่ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ข้าวยากหมากแพง ข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของคนไทย เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญกำลังลดน้อยลงเรื่อยๆ ดังนั้นคณะผู้จัดทำจึงมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นบูรณาการกับความรู้ทางสังคมศึกษาซึ่งก็ได้แนวคิดขึ้นว่าถ้าหากข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักและเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญหมดไป สิ่งที่จะแทนซึ่งให้พลังงานเช่นกันก็คืออาหารจากกล้วยและคณะผู้จัดทำตกลงกันว่าจะศึกษาอาหารจากกล้วยที่มีในท้องถิ่นคือ “กล้วย” ด้วยเหตุจึงเกิดเป็นโครงงานเรื่อง “กล้วย” อาหารจากกล้วยในครั้งนี้ขึ้น

   วัตถุประสงค์

 

๑. เพื่อศึกษาเรื่องอาหารจากแป้ง

๒. เพื่อศึกษาเกี่ยวกับกล้วย

๓. เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตซึ่งสามารถรับประทานแทนข้าวได้

๔. เพื่อนำความรู้จากการศึกษาพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคตได้

๕. เพื่อศึกษาภูมิปัญญาท้องถิ่น

๖. เพื่อสร้างทัศคติที่ดีต่อวิชาสังคม

 ขอบเขตการศึกษาค้นคว้า

สถานที่ทำโครงงาน :

๑. โรงเรียนวารินชำราบ

ระยะเวลาในการทำโครงงาน : วันที่ ๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒

  

กล้วยน้ำหว้า

  ชื่อสามัญ                 Pisang Awak

ชื่อพ้อง                    กล้วยน้ำหว้าเหลือง กล้วยใต้ กล้วยอ่อง

ชื่อวิทยาศาสตร์       Musa (ABB group) "Kluai Nam Wa"

แหล่งที่พบ              พบได้ทุกภาคของไทย

 ลักษณะทั่วไป

ต้น ลำต้นสูงไม่เกิน 3.5 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 15 เซนติเมตร กาบลำต้นด้านนอกมีสีเขียวอ่อน มีประดำบ้างเล็กน้อย

ใบ ก้านใบมีร่องค่อนข้างแคบ เส้นกลางใบสีเขียว

ดอก ก้านช่อดอกไม่มีขน ปลีรูปไข่ค่อนข้างป่อม ปลายป้าน ด้านนอกสีแดงอมม่วงมีนวลหนา ด้านในมีสีแดงเข้ม

ผล เครือหนึ่งมีประมาณ 7 - 10 หวี หวีหนึ่ง มี 10 - 16 ผล ก้านผลยาว เปลือกหนา สุกมีสีเหลืองเนื้อสีขาว รสหวาน ไส้กลางมีสีเหลือง ชมพูหรือขาว ทำให้แบ่งออกเป็นกล้วยน้ำว้าเหลือง กล้วยน้ำหว้าแดง และกล้วยน้ำหว้าขาว

 การใช้ประโยชน์  ผลใช้แปรรูป และรับประทานสด

  กล้วยแขก

 ส่วนผสม                                  

           

                        1.         กล้วยน้ำว้าห่ามๆ         10        ผล        

                        2.         แป้งสาลี                      1/2       ถ้วยตวง            

                        3.         แป้งข้าวเจ้า                  1 1/2    ถ้วยตวง            

                        4.         ผงฟู                             1          ช้อนชา             

                        5.         มะพร้าวขูด                  1/2       ถ้วยตวง            

                        6.         เกลือป่น                      1        ช้อนชา                    
                        7.         งาคั่ว                            2       ช้อนโต๊ะ                       

                        8.         น้ำตาลทราย                2          ช้อนโต๊ะ                       

                        9.         น้ำ                                1          ถ้วยตวง                        

                        10.       น้ำมันพืชสำหรับทอด 2          ถ้วยตวง                    

                  

 วิธีทำ

                        1. ร่อนแป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า ผงฟู เข้าด้วยกัน ใส่เกลือ มะพร้าวขูด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน

                        2. ค่อยๆ เติมน้ำทีละน้อย คนจนแป้งละลายดีใส่งาคั่วคนให้ทั่วกัน

                        3. ปอกกล้วยทีละลูก แล้วแบ่งกล้วยออกเป็น 3 ส่วนตามยาว ใส่ลงในชามแป้งที่ผสมไว้ชุบแป้งให้ติดทั่วทั้งชิ้น

                        4. น้ำมันใส่กระทะกระทะตั้งไฟให้ร้อน ใส่กล้วยที่ชุบแป้ง แล้วลงทอดจนแป้งเหลืองกรอบทั้งสองด้าน ตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน

 ผลการศึกษา

 จากการศึกษาพบว่ากล้วยแขกที่ได้รสชาติดี กล้วยไม่มีกลิ่นเหม็นเมื่อคลุกเคล้าเข้ากับมะพร้าวและน้ำตาลเข้ากันได้อย่างดี แต่กล้วยบางส่วนอาจจะแตกหักบ้างเพราะสอยแผ่นเล็กเกินไปแต่ก็ไม่ใช่ปัญหามากนักเพราะสามารถแก้ไขได้โดยการนำเอามะพร้าวที่มีขนาดใกล้เคียงกันมาคลุกเคล้ากันเพื่อให้เกิดความสมดุลและเหมาะสมน่ารับประทาน

 สรุปผลการศึกษา

 จากการศึกษาผู้จัดทำได้กลอยที่คลุกเคล้ากับมะพร้าวและน้ำตาลที่มีรสชาติกลมกล่อม ซึ่งกลอยที่ได้นี้สามารถนำไปบรรจุภัณฑ์และจำหน่ายเป็นรายได้อีกด้วยเป็นอาหารจำพวกแป้งที่ให้พลังงานเช่นเดียวกับข้าว

 ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน

๑. ได้ศึกษาเรื่องอาหารจากกล้วย

๒. ได้ศึกษาเกี่ยวกับกล้วย ( พืชท้องถิ่น )

๓. ได้ผลิตภัณฑ์อาหารจากสารอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรตซึ่งสามารถรับประทานแทนข้าวได้

๔. ได้นำความรู้จากการศึกษาไปพัฒนาเพื่อเป็นอาชีพในอนาคตได้

๕.ได้สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น

๖.ได้สร้างทัศนคติที่ดีต่อวิชาสังคมศึกษา