การละเมิดสิทธิมนุษยชน

 

อดีต

เป็นผู้กระทำ   

1.  ล้อเพื่อนว่าเป็นกระเทย  คือ ตอนเรียนมัธยมในห้องจะมีเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่ฉันกับเพื่อนๆชอบแกล้งเขามาก เพราะเขาเป็นผู้ชายที่ชอบแต่งตัว ทาแป้ง และชอบอยู่กับกลุ่มผู้หญิง ซึ่งเวลาเดินผ่านหรือเจอหน้ากันก็จะชอบเรียกเขาว่า “ตุ๊ด” แต่จริงๆแล้วเขาไม่ใช่ เราชอบแกล้งเขาเพื่อความสนุกเฉยๆ แต่มันทำให้เขาอับอายเพื่อนอีกหลายๆคนมาก ซึ่งนี่ก็เป็นการละเมิดสิทธิการดำเนินชีวิตของเขาโดยการทำให้เขาเกิดความอับอาย

2.  ฉีกหนังสีอในห้องสมุดของโรงเรียน  คือ  เป็นเหตุการณ์ตอนมัธยมเหมือนกันซึ่งมีวิชาเรียนชื่อว่า “วิชารักการอ่าน” โดยครูจะให้เราไปอ่านหนังสือที่ห้องสมุดในทุกๆคาบเพื่อที่จะบันทึกรักการอ่าน แต่ด้วยความที่ขี้เกียจเขียนในชั่วโมงเรียนและอยากกลับไปเขียนที่บ้าน แต่กลัวที่บ้านไม่มีเรื่องที่จะให้อ่านจึงรวมหัวกันกับเพื่อน ฉีกเนื้อความส่วนที่เราจะเขียนออกจากหนังสือแล้วพับใส่กระป๋ากระโปรงโดยไม่ให้ครูเห็น ซึ่งอันนี้ก็เป็นการละเมิดสิทธิของครูโดยการไม่ฟังคำสั่งเเละยังเป็นการละเมิดทรัพย์สินของโรงเรียนด้วย

ถูกกระทำ      

 1.  ถูกครูตี  คือ เป็นเหตุการณ์ตอน ม.6 ซึ่งโดนครูตีเนื่องจากการแต่งกายผิดระเบียบของโรงเรียนโดยทางโรงเรียนจะกำหนดให้นักเรียนแต่ละห้องใส่ชุดพละแค่อาทิตย์ละ 1 วันแต่ฉันกับเพื่อนในกลุ่มไม่ค่อยเชื่อฟังเท่าไหร่เพราะคิดว่าเขาคงไม่มาตรวจทุกวันหรอกจึงนิ่งนอนใจใส่มาเกือบทุกวันเพราะมันสะดวก ซักแล้วใส่ได้เลยไม่ต้องรีด ซึ่งครั้งที่ 1 และ 2 ครูเขาจะเตือนก่อน แต่พอมาถึงครั้งที่ 3 เราก็ยังไม่ปรับปรุงการแต่งกายใหม่ครูเลยทำโทษโดยการตีคนละ 1 ทีและวิ่งรอบสนามโรงเรียน นี่ก็เป็นการที่ครูมาละเมิดสิทธิการเเต่งกายของเราเเละทำให้เราได้รับความเจ็บปวดด้วย

 2.  เพื่อนลอกการบ้าน  คือ  ในตอนเรียนระดับ ม. ปลายฉันก็เป็นคนขยันในระดับหนึ่งเวลามีการบ้านก็จะทำเสร็จก่อนเรียนคาบต่อไปเสมอ และมีบางครั้งเพื่อนๆในห้องก็ชอบมาขอดูการบ้านฉัน โดยเฉพาะพวกผู้ชาย เพราะบางคนบอกว่าทำไม่ได้ บางคนก็ไม่ได้ทำการบ้านมาจึงใช้วิธีการลอกการบ้านเพราะคิดว่ามันจะเร็วกว่าทำเอง ซึ่งก็มีบางครั้งครูก็สงสัยว่าเวลาตรวจการบ้านของเด็กห้องนี้ทำไมชอบผิดเหมือนๆกันเป็นกลุ่มๆ เพราะเนื่องจากว่าใครเป็นเพื่อนสนิทกลุ่มเดียวกับใครเขาก็จะทำเมือนกันทุกคน ซึ่งเหตุการณ์นี้เป็นการที่เพื่อนมาละเมิดสิทธิด้านความคิดของฉันนั่นเอง

 

ปัจจุบัน

เป็นผู้กระทำ   

1.  ล้อเลียนเเละหัวเราะเยาะการพูดของอาจารย์ คือ ตอนนี้มีวิชาที่เรียนกับครูต่างชาติจากฟิลิปปินส์ ซึ่งเขาสามารถพูดได้ 2 ภาษาอังกฤษ และไทย แต่ภาษาไทยไม่ค่อยชัดพูดได้แค่นิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งเวลาที่เราฟังเขาพูดจะรู้สึกว่ามันตลกมากเพราะบางคำที่เขาพยายามพูดมีทั้งถูกและผิด บางคำก็เพี้ยนไปจากคำเดิมเลย ซึ่งฉันและเพื่อนๆจะชอบหัวเราะกัน แต่อาจารย์ก็ไม่โกรธ เพราะบางครั้งคำที่อาจารย์พูดผิดพวกเราก็จะช่วยแก้ไขให้และอาจารย์จะพยายามพูดตามจนถูกต้อง ซึ่งจริงๆเวลาที่เขาพูดผิดหรือเพี้ยนนั้น เราไม่ควรที่จะหัวเราะด้วยความชอบใจ เพราะเป็นการแสดงมารยาทที่ไม่เหมาะสมและอีกอย่างเป็นการละเมิดสิทธิในการการพูดของเขาด้วย

2.  ยืมของเพื่อนใช้แล้วไม่คืน คือ  เป็นการยืมของใช้ที่เกี่ยวกับการเรียน เช่น ปากกา ดินสอ หรือ กระดาษรายงาน โดยส่วนมากจะเป็นของจำพวกนี้ เพราะบางครั้งของตัวเองหายแต่จำเป็นต้องใช้จึงต้องยืมของเพื่อนแต่เป็นการยืมใช้ในระยะยาวและไม่มีกำหนดคืนเท่านั้นเอง ซึ่งเพื่อนก็จะไม่ทวงคืนเพราะรู้ว่าเราคงยังไม่ซื้อหรอกและบางครั้งก็ยืมนานจนเพื่อนบอกว่า “เอาไปเถอะยกให้เลย” ซึ่งนี่ก็เป็นการละเมิดสิทธิในเรื่องสิ่งของของผู้อื่น แต่เป็นการละเมิดโดยได้รับอนุญาตแล้ว 

3.  ทำเสียงดังรบกวนคนข้างห้อง คือ  เป็นการเปิดวิทยุเสียงดังรบกวนผู้อื่น แม้ว่าคนข้างห้องจะไม่มาบอกเราว่ารำคาญเสียงวิทยุของเราแต่เราก็รู้สึกว่าเสียงมันดังนะเพราะขนาดคนข้างห้องเปิดทีวีเรายังได้ยินเลยชัดเจนแล้วทำไมเขาจะไม่ไดยินเสียงวิทยุของเราล่ะซึ่งเวลาเปิดเราก็จะเปิดดังด้วย และอีกอย่างเราเป็นคนนอนดึกมากและจะเปิดวิทยุอยู่ตลอดเวลาจะปิดก็ต่อเมื่อเราจะนอนทีเดียวเลย แต่ขณะที่คนข้างห้องฉันเขาเป็นคนที่นอนเร็วมาก ทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไปละเมิดสิทธิการนอนของเขารึเปล่า แต่ฉันก็ไม่เปลี่ยนนิสัยดังกล่าวได้สักทีเนื่องจากเป็นคนชอบฟังเพลงมาก

ถูกกระทำ      

1.  โดนกระเป๋ารถเมล์ด่า  คือ เป็นเหตุการณ์ที่ฉันไม่เคยเจอขึ้นรถเมล์มาก็เยอะ ไม่เคยถูกว่าแค่เรื่องการกดกริ่งบนรถเมล์ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นมันไม่มีเหตุผลเลยที่เขาจะมาว่าฉันเพราะฉันแค่กดกริ่งบนรถเมล์ค้างไว้แล้วเขาก็มาดุฉันว่า "กดกริ่งไม่เป็นเหรอกดอย่างนี้ก็หูหนวกกันพอดี"ซึ่งฉันก็กดกริ่งรถเมล์มาหลายคันไม่เห็นมีใครว่าเลยซึ่งจากเหตุการณ์วันนั้นฉันถูกละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงด้านการดำเนินชีวิตในสังคมเพราะเขาทำให้ฉันเกิดความอับอายและไม่กล้ามองหน้าคนบนรถเมล์เลย

2.  นอนไม่หลับจากเเสงไฟหน้าห้อง  คือ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่หอพักของฉันเองเนื่องจากว่าหน้าห้องของฉันจะมีดวงไฟอยู่เเละคนข้างห้องจะเปิดในตอนเช้ามืดประมาณตี 5 ของทุกวัน ซึ่งห้องของฉันด้านบนจะมีช่องที่ทำให้เเสงไฟเข้ามาได้ซึ่งมันจะสว่างมากทำให้ฉันรู้สึกตัวเเละตื่นขึ้นมาทุกครั้งเวลาที่เขาเปิดไฟ อีกอย่างฉันจะเป็นคนหลับยากเมื่อตื่นขึ้นมาเเล้วเเละจะทำให้รู้สึกหงุดหงิดมาก ดังนั้นฉันจึงคิดว่านี่คือสิ่งเขากำลังละเมิดสิทธิด้านการนอนของฉัน 

 

อนาคต

เป็นผู้กระทำ   

1.  ไม่พูดคำหยาบกับผู้อื่น   คือ  ฉันสัญญาว่าจะไม่พูดคำหยาบกับผู้อื่นเด็ดขาด โดยเฉพาะกับพ่อ เเม่ พี่น้อง เเละครูอาจารย์  เพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้เราดูไม่ดี ผู้อื่นจะไม่ศรัทธาในตัวเราด้วย เเละอีกอย่างเป็นการละเมิดสิทธิทางด้านการฟังของผู้อื่นด้วยเพราะทุกคนก็คงอยากที่จะฟังเเต่สิ่งที่ดีๆเท่านั้น ทั้งนี้โดยนิสัยส่วนตัวฉันก็เป็นคนที่พูดจาค่อยๆ นิ่มๆ เเละไม่ค่อยพูดขึ้นเสียงดังกับผู้อื่นอยู่เเล้วยิ่งถ้าเป็นคำหยาบเเทบจะไม่ได้ยินออกจากปากของฉัเลย ดังนั้นฉันจะรักษาความดีของฉันต่อไป

2.  ไม่ลักขโมยของผู้อื่นมาเป็นของตน   คือ   เป็นสิ่งที่ฉันไม่เคยทำมาก่อนเเละไม่คิดที่จะทำด้วยเพราะทุกคนก็รู้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เเละคงไม่มีใครอยากยกย่องคนที่เป็นขโมยหรอก ซึ่งการลักขโมยของผู้อื่นนั้นเป็นการละเมิดสิทธิทางทรัพย์สินเขาเเละยังเป็นการทำให้ทรัพย์สินของเขาเสียหายด้วย

ถูกกระทำ     

1.  ไม่อยากให้ใครพูดจาดูถูกเรา  คือ  นี่เป็นสิ่งที่ฉันไม่ชอบมากที่สุดเเละทุกคนก็คงไม่ชอบเหมือนกันซึ่งการอยู่ในสังคมนี้ไม่มีใครไม่ถูกนินทาว่าร้ายเเละที่ยิ่งไปกว่านั้นการพูดจาดูถูกซึ่งกันเเละกันโดยฉันคิดว่าถ้าใครเจอเหตุการณ์เเบบนี้จะรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เเละการที่ใครมาพูดจาดูถูกเราเป็นการละเมิดสิทธิด้านการใช้ชีวิตประจำวันของเราเป็นอย่างมากเพราะบางครั้งเมื่อใครที่ถูกนินทาว่าร้ายเเล้วจะรู้สึกอายเเละไม่อยากออกไปเจอสังคมภายนอกหรือต้องอยู่เเบบหลบๆ ซ่อนๆ

2.  ไม่ให้ผู้ชายถูกเนื้อต้องตัว   คือ  ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่ผู้หญิงต้องระมัดระวังเป็นอย่างมากเพราะเราไม่รู้ว่าผู้ชายที่เราเจอนั้นเขาจะดีหรือไม่ดี ซึ่งสำหรับตัวฉันฉันจะไม่ไว้ใจผู้ชายคนไหนทั้งนั้นเเม้เเต่เพื่อนที่สนิทกันก็ตาม ยกเว้นพ่อ เเละพี่น้องของฉันเอง เพราะการเตะเนื้อต้องตัวของผู้ชายที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน คนโบรานเขาถือว่าเป็นการ"ผิดผี"เเละในความคิดของฉันคิดว่าเป็นการละเมิดสิทธิทางร่างกายส่วนบุคคลอีกด้วย

 

  การละเมิดสิทธิมนุษยชนฉันเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทุกคนเคยเป็นทั้งผู้ละเมิดเเละผู้ถูกละเมิด เเต่อดีตที่ผ่านมาเราไม่สามารถเเก้ไขได้อีกเเต่ปัจจุบันเเละอนาคตเป็นสิ่งที่เราสามารถที่จะเเก้ไขหรือเลือกที่จะกระทำได้ดังนั้นเราควรเลือกทำเเต่สิ่งที่ถูกต้องเเละไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

 

"สิทธิของใครใครก็รักโปรดหยุดการละเมิดสิทธิของกันเเละกัน"