เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ

วัตถุประสงค์ : เพื่อแนะนำการสร้างเครื่องบินที่ใช้กำลังขับเคลื่อนด้วยยาง ชนิดที่สร้างได้ง่าย โครงสร้างทำจากไม้บัลซ่า บุด้วยกระดาษ มีขนาดเล็ก สามารถบินเล่นในบริเวณที่ไม่กว้างมาก อีกทั้งสะดวกในการเก็บหรือนำเอาไปบิน วัสดุที่ใช้ทำหาได้ทั่วไป ใช้ทุนน้อย ผลที่ได้คือความภูมิใจที่เห็นผลงานอันเกิดจากฝีมือของเราเองบินขึ้นไปได้ใน อากาศ ในตอนแรกๆจะนำแบบแปลนเครื่องบินอย่างง่ายๆมาให้ลองทำ 2-3 แบบ หลังจากนั้นก็จะแนะนำเครื่องบินประเภท Indoor และ Scale ขนาดกางปีกไม่เกิน 16 นิ้วต่อไป สำหรับผู้ที่สนใจในเครื่องบินชนิดอื่นก็อาจใช้ข้อมูลจากเว็บนี้ไปใช้ ประโยชน์ในการสร้างเครื่องบินประเภทที่ตนเองสนใจได้

ความเป็นมา : เครื่องบินเล็กที่ใช้พลังงานจากยางในการขับเคลื่อนนั้นได้มีการบันทึกไว้ว่า ได้มีการสร้างครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 1871 ในประเทศฝรั่งเศส ต่อมาก็มีการนำไปเผยแพร่ในประเทศสหรัฐอเมริกา จนเมื่อมีการสร้างเครื่องบินจริงโดยพี่น้องตระกูลไรท์ในปี ค.ศ. 1903 เครื่องบินเล็กก็ได้รับความนิยมมากขึ้น มีการจัดตั้งสมาคมเครื่องบินเล็กขึ้นหลายสมาคม มีการจัดการแข่งขัน มีการแบ่งประเภทของเครื่องบินเล็กให้ตรงกับสภาพการณ์ในขณะนั้น มีการเก็บสถิติด้านการบินทน การบินเร็ว ฯลฯ เป็นสถิติโลก ต่อมาในระยะหลังเครื่องบินเล็กประเภทบินอิสระได้รับความนิยมน้อยลง เพราะผู้คนเปลี่ยนไปสนใจเครื่องบินบังคับด้วยวิทยุมากขึ้น เนื่องจากดูตื่นเต้นมากกว่าและเป็นของราคาแพง คนที่มีเงินสามารถซื้อชุดเครื่องบินที่ทำสำเร็จแล้วมาบินได้เลย ส่วนเครื่องบินใช้ยางนั้นผู้สนใจต้องสร้างเองซึ่งใช้เวลานานกว่าจะเอามาบิน ได้ แต่ข้อดีคือราคาถูกและให้ความเพลิดเพลินได้ไม่แพ้กัน เมื่อเปรียบเทียบผลที่ได้รับกับเงินลงทุนแล้วจะเห็นว่าผลตอบแทนของเครื่อง บินใช้ยางจะสูงกว่ามาก อีกทั้งไม่มีเสียงดัง เครื่องบินแบบที่จะนำมาแนะนำนั้นมีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา บินช้าๆ เมื่อชนกับสิ่งของก็ไม่เกิดความเสียหาย บินเล่นในบ้านได้


ประเภทของเครื่องบิน : เครื่องบินเล็กแบ่งได้เป็นประเภทหลักๆได้ 2 ประเภทคือ
     1. ประเภทที่มีการบังคับ
     2. ประเภทบินอิสระ
ประเภทแรกได้แก่เครื่องบินใช้สายบังคับ เครื่องบินบังคับด้วยวิทยุ เป็นต้น การแข่งขันก็จะตัดสินว่าใครจะสามารถบังคับเครื่องบินให้บินตามรูปแบบท่าบิน [Pattern] ได้แน่นอนกว่ากัน อีกอย่างคือตัดสินการจำลองจากเครื่องบินจริง [Scale] ว่าใครทำได้เหมือนจริงมากที่สุด
สำหรับเครื่องบินประเภทบินอิสระจะแข่งขันว่าเครื่องบินของใครจะบินได้นาน [Duration]และการจำลองจากเครื่องบินจริง [Scale] เช่นเดียวกัน ตัวอย่างเครื่องบินประเภทบินอิสระได้แก่ เครื่องร่อนพุ่งด้วยมือ เครื่องร่อนชนิดใช้สายลาก เครื่องบินอิสระใช้เครื่องยนต์ เครื่องบินใช้ยาง ฯลฯ
สำหรับเครื่องร่อนพุ่งด้วยมือและเครื่องบินใช้ยางก็ยังแบ่งย่อยเป็นประเภท บินกลางแจ้ง [Outdoor] ใช้บินในสนามใหญ่ๆหรือทุ่งนา และประเภทบินในร่ม [Indoor] บินในห้องขนาดใหญ่เช่นในโรงยิมเป็นต้น
เครื่องบินเหล่านี้จะมีกติกาการแข่งขันเพื่อไม่ให้มีการได้เปรียบหรือเสีย เปรียบกัน เช่นกำหนดขนาด น้ำหนักของตัวเครื่องบิน กำหนดขนาดเครื่องยนต์ กำหนดน้ำหนักยาง ให้ใกล้เคียงกัน ตัวอย่างเช่นเครื่องบินใช้ยางจำลองจากเครื่องบินจริงที่เรียกว่าประเภท Peanut จะกำหนดแต่กางปีกว่าต้องไม่เกิน 13 นิ้ว ส่วนบางประเภทก็จะกำหนดละเอียดเช่นกางปีกไม่เกิน 18 นิ้ว พื้นที่ปีกไม่เกิน 50 ตารางนิ้ว น้ำหนักไม่ต่ำกว่า 10 กรัม น้ำหนักยางไม่เกิน 2 กรัม เป็นต้น
air01.gif

เครื่องบินใช้สายบังคับประเภทบินเร็ว
air02.gif

เครื่องร่อนชนิดใช้สายลาก
air03.gif

เครื่องบินใช้ยาง ประเภท PEANUT
air04.gif

ส่วนประกอบของเครื่องบิน

ส่วน ประกอบของเครื่องบิน : ก่อนที่จะลงมือทำ ให้ดูรูปประกอบข้างล่างนี้เพื่อความเข้าใจในการเรียกส่วนต่างๆของเครื่องบิน ได้ถูกต้อง มีภาษาอังกฤษประกอบด้วย เวลาได้แปลนจากเว็บต่างประเทศจะได้เข้าใจ

model.jpg


แบบแปลนที่เอามาลงให้ดูนี้ได้ออกแบบเอง ส่วนแบบแปลนที่เอามาจากที่อื่นก็ได้ติดต่อขออนุญาตจากเจ้าของแบบเรียบร้อย แล้วโดยจะมีชื่อผู้ออกแบบปรากฎอยู่บนแบบ

ผู้ที่เริ่มหัดทำเครื่องบินเล็กควรทำแบบแรกที่มีให้เสียก่อน อย่าเพิ่งข้ามไปทำแบบที่ยากๆ เอาไว้เมื่อรู้วิธีทำดีแล้วจึงค่อยลองทำแบบที่ยากขึ้น แบบเดียวกับนักบินเครื่องบินโบอิ้ง 747 เขาก็เริ่มฝึกบินกับเครื่องบินใบพัดเครื่องยนต์เดียวก่อน เมื่อชำนาญแล้วจึงเลื่อนไปบินเครื่องบินแบบหลายเครื่องยนต์ต่อไป

ตัวอย่างอุปกรณ์ในการสร้าง

ไม้บัลซ่า [Balsa wood]

balsa.gif

         เป็นวัสดุที่ต้องซื้อ เพราะยังไม่มีวัสดุอื่นแทนได้ ไม้บัลซ่านี้ได้มาจากต้นบัลซ่าที่ขึ้นเองในป่าร้อนชื้นของทวีปอเมริกาใต้ ไม้บัลซ่ามีคุณสมบัติที่เหมาะในการทำชิ้นส่วนเครื่องบินเล็กคือมีความเบา แต่ที่จริงแล้วไม้บัลซ่าเป็นไม้ที่มีความแข็งแรงมากเมื่อเทียบน้ำหนักต่อ น้ำหนักกับไม้ประเภทอื่น
ไม้ที่นำมาทำเครื่องบินเล็กจะมีน้ำหนัก 6-15 ปอนด์ต่อลูกบาศก์ฟุต โดยแยกน้ำหนักและการใช้งานได้ดังนี้

6-7.5 ปอนด์/ลบ.ฟุต ใช้ทำเครื่องบินเล็กชนิดบินในร่ม [ต้องสั่งพิเศษ]
7.5-12 ปอนด์/ลบ.ฟุต ใช้ทำชิ้นส่วนเครื่องบินเล็กทั่วๆไป
12-15 ปอนด์/ลบ.ฟุต ใช้สำหรับบริเวณหรือชิ้นส่วนที่ต้องรับแรงมากเช่นแกนปีกหรือชายหน้า

          ไม้บัลซ่าหาซื้อได้จากร้านที่ขายอุปกรณ์เครื่องบินเล็ก ร้านขายอุปกรณ์เครื่องเขียนหรือที่แผนกเครื่องเขียนของห้างใหญ่ๆ ไม้ที่มีขายส่วนมากเขาจะเอาไว้ทำแบบจำลองบ้านหรืออาคารที่ไม่ต้องกังวล เรื่องน้ำหนัก แต่เราจะเอามาทำเครื่องบินจึงต้องเลือกไม้ที่มีน้ำหนักเบา ขนาดที่ใช้ทำเครื่องบินใช้ยางจะใช้เพียง 3 ขนาดคือ 1/32, 1/16 และ 1/8 นิ้ว [0.8, 1.5 และ 3 มม.] ปกติไม้ที่ขายจะมีความยาว 3 ฟุต หน้ากว้าง 3 และ 4 นิ้ว ราคาแผ่นละ 70-90 บาท ขึ้นอยู่กับความหนา ขนาดที่ใช้มากที่สุดคือ 1/16 นิ้ว ซื้อมาอย่างละแผ่นก็สามารถทำเครื่องบินได้ไม่ต่ำกว่า 10 ลำ

ยางสำหรับเครื่องบิน

squirrel 008_resize.jpg


เครื่องบินชนิดบินในร่มนี้จะใช้กำลังยางในการบินตั้งแต่ต้นจนจบ ผิดกับเครื่องบินแบบที่ใช้บินกลางแจ้ง (Outdoor) ซึ่งอาศัยกำลังยางเฉพาะตอนแรกเพื่อบินขึ้นไปสูงๆจากนั้นก็จะอาศัยการร่อนลง มา ดังนั้นเครื่องบินแบบในร่มจะบินได้นานแค่ไหนก็จะอยู่ที่รอบการหมุนของยาง นั่นเอง ยางที่มีอยู่ในเมืองไทยนั้นก็จะเป็นยางรัดของซึ่งมีทั้งขนาดวงเล็กและใหญ่ ที่เราจะใช้ควรเป็นชนิดวงใหญ่ ยางรัดของนี้จะมีเนื้อยางที่แข็งจึงให้แรงบิดที่สูงแต่หมุนจำนวนรอบได้น้อย สำหรับในต่างประเทศจะมียางที่ผลิตสำหรับใช้กับเครื่องบินใช้ยางโดยเฉพาะจะมี หลายขนาดเช่น 1/16- 1/4 นิ้ว ให้เลือกและจะเป็นเส้นยาวๆสามารถตัดเอามาใช้ตามความยาวที่เราต้องการ
          เมื่อพูดยางแล้วก็ต้องเข้าใจหลักการของกำลังงานที่ได้จากยางสักเล็กน้อย เมื่อเราหมุนยางนั้นยางจะเก็บพลังงานไว้ในตัวของมัน เมื่อเราปล่อยให้ยางหมุนกลับเราก็จะได้พลังงานนี้มาหมุนใบพัดเพื่อฉุดหรือ ผลักเครื่องบินให้บินไปข้างหน้าได้ สำหรับยางที่มีความยาวเท่าๆกัน ยางที่มีเส้นขนาดเล็กจะหมุนรอบได้มากกว่ายางที่มีขนาดใหญ่กว่า แต่กำลังที่ได้จากยางเส้นเล็กกว่าย่อมมีน้อยกว่าที่จะได้จากยางที่เส้นใหญ่ กว่า ถ้าเรามีเครื่องบินที่มีขนาดเท่าๆกันสองลำ ลำที่เบากว่าก็สามารถจะใช้ยางเส้นที่เล็กกว่าซึ่งจะบินได้นานกว่าลำที่หนัก กว่าด้วยเหตุเพราะเราสามารถหมุนรอบได้มากกว่าตามที่ได้บอกไปแล้ว
          เครื่องบินแบบที่มียางอยู่ภายในลำตัวนั้นหากยางขาดก็คงทำความเสียหายกับลำ ตัวเครื่องบินได้ไม่มากก็น้อยดังนั้นจึงต้องให้ความสำคัญในการหมุนจำนวนรอบ ไม่ให้มากเกินที่ยางจะทนได้ ซึ่งเราก็ต้องเอายางที่จะใช้มาทดลองว่าหมุนไปได้กี่รอบยางถึงขาด หลังจากนั้นเวลาที่หมุนก็ควรจะให้อยู่ประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ของรอบที่หมุนจนขาดนั้น

กระดาษ (paper)

paper.gif


กระดาษที่ใช้บุเครื่องบินเป็นกระดาษที่ทำจากประเทศญี่ปุ่นมีชื่อเรียกว่า Esaki paper หรือ Japanese tissue ลักษณะคล้ายกระดาษว่าวแต่บางกว่าและเนียนกว่า เมื่อถูกน้ำแล้วพอแห้งจะหดตัว ขนาดที่ขายกันจะมีขนาด 18 X 24 นิ้ว มีหลายสี คงต้องสั่งจากต่างประเทศ ราคาประมาณแผ่นละ 40-60 บาท [ไม่รวมค่าส่ง] แต่เราสามารถใช้กระดาษชนิดอื่นแทนได้ขอให้มีน้ำหนักเบาๆก็แล้วกัน ตัวอย่างเช่นกระดาษที่อยู่ในกล่องรองเท้าหรือที่แพ็คมากับเสื้อเชิร์ต ฯลฯ กระดาษเหล่านี้มีสีขาวขุ่น ขนาดประมาณ 9 x 12 นิ้ว นอกจากนั้นยังสามารถใช้ถุงพลาสติคบางๆที่ใช้บรรจุผักหรือผลไม้ตามห้างใหญ่ๆ ก็ได้ ถุงพลาสติคที่ร้านซักรีดใช้คลุมชุดตอนเอามาส่งก็พอใช้ได้เหมือนกัน


สำหรับเครื่องบินประเภท Indoor ที่ต้องการความเบาสุดๆนั้นยังมีพลาสติคใสที่ทำมาพิเศษ มีความบางมากและมีกระดาษอีกชนิดที่เรียกว่า Condenser paper อีกด้วย ทั้งสองอย่างนี้ต้องสั่งจากต่างประเทศเหมือนกัน เอาไว้ถึงตอนทำเครื่องบิน Indoor ค่อยมาว่ากันอีกที ตอนนี้ไปรวบรวมกระดาษหรือพลาสติคบางๆที่พอจะหาได้เก็บไว้ก่อน

วัสดุอื่นๆ (Others)

มีดคัตเตอร์ ใช้ตัดไม้หรือซอยไม้ให้เป็นชิ้นยาวๆ อย่าประหยัดด้วยการใช้ใบมีดทื่อๆ ต้องใช้ใบมีดที่คมอยู่เสมอ
others.gif


ใบมีดโกนชนิด 2 หน้า เหมาะสำหรับใช้ตัดไม้ชิ้นเล็กๆเพราะใบมีดมีความบางกว่ามีดคัตเตอร์จึงตัดได้ เรียบกว่า เพื่อให้สะดวกในการจับใช้งาน ให้ใช้คีมหักใบมีดโกนออกเป็นชิ้นยาวประมาณ 1/2 นิ้ว แล้วติดกับด้ามไม้ [ไอติม] ก็จะได้มีดที่ใช้ในงานตัดได้ดี

กระดาษทราย เป็นของที่ขาดไม่ได้ ตัดไม้หนา 1/8 นิ้ว กว้าง ยาวประมาณ 1 x 6 นิ้ว เอากระดาษทรายอย่างหยาบและละเอียดทากาวติดเข้าไปอย่างละด้าน เราก็จะได้ที่ขัดกระดาษทรายอย่างดีเอาไว้ใช้งาน

แผ่นไม้เนื้ออ่อนหรือแผ่นพลาสติคลูกฟูก เอาใว้วางแบบและชิ้นส่วนเวลาประกอบเครื่องบิน ใช้ขนาดประมาณ 12 x 18 นิ้วก็น่าจะพอ แผ่นฟิวเจอร์บอร์ดที่มีขายตามร้านเครื่องเขียนใช้ได้ดี

ไม้บรรทัดโลหะ ขนาดยาว 1 ฟุต เอาไว้ช่วยในการตัดไม้ ไม่ควรใช้แบบพลาสติคเพราะขอบแหว่งได้ง่ายๆเมื่อเจอคมมีดเวลาตัด

ลวดสปริงหรือลวดเป็น ใช้ทำลวดแกนใบพัดและฐานล้อ สำหรับเครื่องบินที่เราจะทำนั้นใช้ลวดขนาด 1/32 นิ้ว [0.031 นิ้ว, SWG เบอร์ 20] หรือเล็กกว่า ลวดนี้หาซื้อได้จากร้านที่รับทำสปริง ร้านจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องมือก่อสร้าง ขอแบ่งซื้อมาสัก 1-2 เมตรก็พอ ถ้าจะให้ดีก็ซื้อลวดขนาด 0.020 นิ้ว [SWG เบอร์ 25] และขนาด 0.015 นิ้ว [SWG เบอร์ 28] มาด้วยเพื่อเอาไว้ทำลวดฐานล้อ หากจะเอามาใช้เป็นลวดแกนใบพัดและหาลวดสปริงไม่ได้จริงๆก็สามารถใช้คลิ ปหนีบกระดาษมาทำได้
นอกจากนี้ก็มี ฉากสามเหลี่ยม คีมปากจิ้งจกขนาดเล็ก ปากคีบ เข็มหมุด สว่านขนาดเล็ก [Pin vise] ซึ่งของเหล่านี้ส่วนมากมีใช้ในบ้านอยู่แล้ว ยกเว้นสว่านขนาดเล็ก

กาว (glue)

glue.gif

กาวที่ใช้ทำเครื่องบินเล็กก็เป็นกาวที่ใช้ติดไม้ทั่วไปเช่น กาวลาเท็กซ์ ที่มีสีขาว แห้งช้า ไม่มีกลิ่น ราคาถูก ไม่ทนน้ำ กาวอีกชนิดหนึ่งที่ใช้กันก็คือกาวหลอดเช่นกาวยูฮู [UHU] หลอดสีเหลือง และชนิดหลอดสีฟ้าสำหรับติดไม้บัลซ่าโดยเฉพาะ กาวเหล่านี้แห้งเร็ว แต่มีกลิ่นแรงและติดไฟได้จึงควรใช้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้สะดวก และต้องระวังไม่ใช้ใกล้ความร้อนหรือเปลวไฟ

กาวตราช้างหรือซูเปอร์กลู [Cyanoacrylate] มีกลิ่นและต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง หากถูกนิ้วหรือตาอาจทำให้อวัยวะเหล่านั้นติดกันจนแกะไม่ออกได้ ส่วนการใช้กาวชนิดนี้ติดชิ้นส่วนเครื่องบิน หากติดผิดก็จะไม่สามารถขยับเปลี่ยนที่ได้

กาวแท่ง เช่นกาวยูฮู สติค [UHU Stic] หรือกาวสก็อตช์ [Scotch 3M] ใช้สำหรับติดกระดาษกับโครงลำตัวหรือปีก หากเป็นชนิดสีม่วงก็จะดีเพราะจะได้มองเห็นว่าตรงไหนทากาวแล้ว เมื่อกาวแห้งสีม่วงนี้จะหายไป

กาวอีกชนิดหนึ่งที่ดีมากแต่ไม่ค่อยมีขายในประเทศไทย เป็นกาวสำหรับงานไม้โดยเฉพาะ [Wood glue] มียี่ห้อไทท์บอนด์ [Titebond] หรือเอลเมอร์ [Elmer's glue] กาวพวกนี้ทำจากสารที่เรียกว่า อลิฟาติค เรซิน [Aliphatic resin] กาวนี้มีคุณสมบัติคล้ายกาวลาเท็กซ์แต่แห้งเร็วกว่าและให้ความแข็งแรงมาก เมื่อแห้งแล้วทนน้ำได้

การทากาวเราจะไม่ใช้เกินความจำเป็นเพราะนอกจากจะสิ้นเปลืองแล้วยังเป็นการ เพิ่มน้ำหนักเครื่องบินโดยไม่จำเป็น ควรใช้ไม้แหลมๆแตะกาวมาทาบริเวณที่จะติด ไม่ควรใช้ไม้ชิ้นส่วนจุ่มลงไปในขวดกาว ชิ้นส่วนที่จะเอามาติดควรเข้าไม้ให้สนิทกันเพื่อให้กาวมีพื้นที่ยึดกันได้ดี

 

 

ชนิดของเครื่องบินเล็ก

ปกติเครื่องบินเล็กที่เราเล่นๆกันอยู่ถูกแบ่งออกเป็น3ประเภทคือ

เครื่องบิน High wing เป็นเครื่องบินที่ค่อนข้างบินได้ช้า ความสามารถในการบินผาดแผลงต่ำมาก แต่มีเสถียรภาพในการบินสูง ทำให้เครื่องบินแบบนี้เหมาะสมที่จะนำมาเป็นเครื่องบินสำหรับใช้หัดบิน เช่นเครื่องบินMosquitoหรือที่ชมรมศรีราชาเรียกว่าปีกยาว (เป็นkitของญี่ปุ่น) เป็นเครื่องบินที่ใช้หัดบินได้ดีมาก

เครื่องบิน Shoulder Wing เครื่องบินแบบนี้สามารถออกแบบให้มีคุณลักษณะการบินได้หลายแบบ แล้วแต่ชนิดของAirfoilของปีก เช่นพวกแข่งความเร็ว (racing aircraft) พวกsport pattern หรือพวกTrainer ส่วนมากเครื่องบินแบบนี้มักจะออกแบบลำตัวเป็นรูปสี่เหลี่ยม (box type fuselage) เพราะสร้างได้ง่าย เครื่องบินTrainerที่ติดตั้งปีกแบบนี้จะมีความเร็วค่อนข้างสูงกว่าเครื่อง บินแบบHigh wingแต่จะมีเสถียรภาพในการบินพอๆกัน

เครื่องบิน Low wing เครื่องบินแบบนี้ออกแบบมาเพื่อการบินผาดแผลง เครื่องบินแบบนี้จะมีเสถียรภาพต่ำกว่าเครื่องบินแบบอื่นนิดหน่อย ทำให้เครื่องบินแบบนี้จะบินยากกว่าเครื่องบินสองชนิดแรกนิดหน่อย

ยังมีเครื่องบินอีกประเภทคือ Stand off Scale มีหลายคนที่อยากออกแบบเครื่องบินเล็กให้มีรูปร่างเหมือนเครื่องบินFull Scale เป็นไปไม่ได้ที่จะสร้างเครื่องบินเล็ก โดยย่อยขนาดลงมาจากFull Scale แล้วเครื่องบินเล็กที่ได้จะบินได้ดี หนทางที่เป็นไปได้สำหรับเรื่องนี้คือพยายามออกแบบให้มีรูปร่างเหมือนเครื่อง บินFull Scaleให้มากที่สุด แต่ต้องอยู่ในข้อกำหนดของการออกแบบเครื่องบินเล็ก เพื่อให้เครื่องบินที่ได้สามารถบินได้ดี

ขนาดของเครื่องบินเล็ก

ในการออกแบบเราต้องกำหนดขนาดของเครื่องยนต์ที่เราจะนำมาใช้ก่อน เพราะขนาดของเครื่องยนต์จะเป็นตัวกำหนดขนาดของเครื่องบิน ขนาดของเครื่องยนต์ที่เรานิยมใช้ก็มี 0.049, 0.060, 0.10, 0.15, 0.25, 0.30, 0.35, 0.40, 0.45, 0.60 ลูกบาตรนิ้ว (cubic inches) ทั้งหมดเป็นเครื่องสองจังหวะนะครับ เมื่อได้ขนาดของเครื่องยนต์แล้ว ต่อมาที่เราต้องหาคือขนาดของปีกที่มีขนาดเหมาะสมกับเครื่องยนต์ที่เราเลือก ไว้ ให้ดูตาราง 1.1, 1.2 ทั้งสองตารางจะช่วยให้เราสามารถกำหนดขนาดของปีกอย่างคร่าวๆ

ขนาดของเครื่องยนต์ VS พื้นที่ปีก

ขนาดของเครื่องยนต์

พื้นที่ปีกเครื่องบิน

ลบ.นิ้ว

ดร.นิ้ว

0.049-0.060

140-250

0.10

210-300

0.15

240-380

0.20

280-400

0.25

320-480

0.30

350-520

0.35

390-580

0.40

450-690

0.45

480-700

0.60

580-860

ตารางที่ 1.1

ข้อแนะนำในการเลือกค่าพื้นที่ปีกตามขนาดของเครื่องยนต์จากตารางที่ 1.1

เครื่องบินTrainer ค่าพื้นที่ปีกจะมีค่าอยู่ในช่วงสูงสุดของแต่ละกลุ่ม

เครื่องบินที่ต้องการออกแบบให้บินเร็ว(Racing type) พื้นที่ปีกจะค่อนข้างน้อย จะมีค่าอยู่ในช่วงล่างของแต่ละกลุ่ม เครื่องบินจะต้องสร้างให้แข็งแรงเป็นพิเศษ และต้องเบามากเท่าที่จะทำได้

เครื่องบินพวกSport จะมีค่าพื้นที่ปีกอยู่ประมาณกลางๆของแต่ละกลุ่ม

เครื่องบินPattern จะมีค่าพื้นที่ปีกอยู่ประมาณกลางๆของแต่ละกลุ่ม แต่เครื่องบินจะมีน้ำหนักมากกว่าพวกSport นิดหน่อย

ข้อมูลของเครื่องบินแต่ละแบบ

ชนิดของเครื่องบินเล็ก

ขนาดของเครื่องยนต์

กางปีก

พื้นที่ปีก

นน.เครื่องบิน

Wing Load

 

ลบ.นิ้ว

นิ้ว

ดร.นิ้ว

oz.

oz./ตร.ฟุต

High Wing Trainer

0.049-0.060

36

250

20

11.5

Shoulder Wing Sport

0.049-0.060

35

200

20

14.5

Low Wing Sport

0.049-0.060

33

220

20

13.0

Low Wing Racer

0.049-0.060

34

205

21

15.0

High Wing Trainer

0.10-0.15

36

250

27

15.5

Low Wing Sport

0.15

50

300

35

13.0

Shoulder Wing Trainer

0.15

44

380

34

13.0

High Wing Trainer

0.20-0.25

50

450

45

14.5

Low Wing Sport

0.20-0.25

58

420

45

15.5

High Wing Trainer

0.25

48

480

56

17.0

Low Wing Sport

0.25

45

390

55

20.0

High Wing Trainer

0.35

51

525

72

20.0

Shoulder Wing Trainer

0.35

55

550

76

20.0

Low Wing Sport

0.35

55

560

80

20.5

High Wing Trainer

0.40

60

690

80

17.0

Shoulder Wing Trainer

0.40

60

600

88

21.0

Low Wing Sport Pattern

0.40-0.45

56

550

88

23.0

High Wing Trainer

0.60

68

800

144

26.0

Shoulder Wing Sport

0.60

60

710

128

26.0

Low Wing Sport Pattern

0.60

64

700

134

27.5

 

 

อ้างอิง : http://www.easyairplanes.com และเพื่อนๆ