Asynchronous Learning

         การจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บ โดยเฉพาะ e-Learning เป็นการเรียนการสอนที่ใช้เทคโนโลยี Asynchronous ที่ทำให้การเรียนการสอน ดำเนินไปได้โดยไม่จำกัดเวลา สถานที่ หรือ "การเรียนไม่พร้อมกัน" โดยใช้เครื่องมือต่างๆ ที่มีอยู่เครือข่ายอินเทอร์เน็ต และเว็บ เช่น Webboard, e-Mail, Conference, Chatอย่างไรก็ตาม "การเรียนไม่พร้อมกันนี้" มีความหมายกว้างกว่าการเรียนในระบบ Anyone Anywhere Anytime Anything เพราะการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ จะต้องมีส่วนปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน ผู้สอนและผู้เชี่ยวชาญอื่นๆ ด้วยเสมอ โดยเฉพาะหากผู้เรียนมีโอกาสถาม อธิบาย สังเกต รับฟัง และตรวจสอบความคิดที่ได้รับกับผู้อื่น"การเรียนไม่พร้อมกัน Asynchronous Learning" จึงมีความหมายถึง กรรมวิธีจัดสรรระบบการเรียนรู้ ที่ช่วยให้การเรียนรู้มีปฏิสัมพันธ์ (Interactive Learning) ร่วมกับการเรียนรู้แบบร่วมกัน (Collaborative Learning) โดยใช้ทรัพยากรที่อยู่ห่างไกล (Remote Resource) ที่สามารถเข้าถึงตามเวลา และสถานที่ที่ผู้เรียนมีความสะดวก หรือต้องการการเรียนรู้อย่างมีปฏิสัมพันธ์ หมายถึง ผู้เรียนเป็นผู้ควบคุมการเรียน สามารถสื่อสารได้สองทางระหว่างผู้เรียนด้วยกัน ระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน และบุคคลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องการเรียนรู้ร่วมกัน หมายถึง การเรียนรู้ที่ผู้เรียนที่มีระดับความสามารถในการเรียนรู้ที่ต่างกัน ทำงานร่วมกัน ด้วยสื่อ e-Learning เช่น การแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นร่วมกันด้วยกระดานข่าว การแสดงความคิดเห็นด้วยกระทู้ทางวิชาการ การมอบหมายงานเป็นกลุ่ม เป็นต้น

ที่มา http://learners.in.th/blog/subhapit/84288

Synchronous Learning

Synchronous Learning – การเรียนรู้ใดๆที่ปฏิสัมพันธ์เกิดขึ้นใน real-time ในเวลาเดียวกัน นี่ทำให้ผู้เรียนต้องเข้าเรียนตามตารางเวลาที่กำหนด อาจดำเนินในห้องเรียนแบบเก่า หรือส่งผ่านทางเทคโนโลยี distributed หรือ eLearning

ที่มา http://www.thaicai.com/glossary#distributedlearning

 

Kiosk

ด้วยประสบการณ์ที่เข้มข้นของทีมงาน เราจึงสามารถทำให้ท่านได้พบว่า ระบบหน้าจอสัมผัส Touch Screen, Kiosk Solution และ Kiosk Information ช่วยให้งานของท่านเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้น รวมถึงความสามารถในการส่งข่าวสารไปยังผู้รับสารเป็นไปโดยง่ายดาย ครบถ้วน ชัดเจน สมบูรณ์แบบ และเป็นที่น่าประทับใจ นอกจากนี้ด้วยความล้ำสมัยของหน้าจอสัมผัส Touch Screen จะส่งผลให้ภาพลักษณ์ธุรกิจ และสินค้าของท่านโดดเด่น ล้ำหน้า เนื่องจากเราสามารถออกแบบให้ได้ตรง และครบถ้วนตามวัตถุประสงค์การใช้งานของท่าน ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลประเภท การประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการ ความรู้และข้อมูลเพื่อการศึกษา ความบันเทิง ฯลฯ
ตัวอย่างวิธีการนำระบบหน้าจอสัมผัส Touch Screen, Kiosk Solution และ Kiosk Information ไปใช้งานสถาบันการศึกษา นำระบบหน้าจอสัมผัส Touch Screen และ Kiosk มาบริการนักเรียน นักศึกษา ในด้านการตรวจสอบผลการเรียน และรับลงทะเบียนเรียนสถานบันเทิง นำระบบหน้าจอสัมผัส Touch Screen และ Kiosk มาใช้ในการจำหน่ายบัตรเข้าขมงาน ใช้ในการประชาสัมพันธ์งาน หรือเป็นตู้เกมส์หน่วยงานราชการ และองค์กร บริษัท ห้างร้านต่างๆ นำระบบหน้าจอสัมผัส TouchScreen และ Kiosk มาใช้เพื่อบริการข้อมูลข่าวสารต่างๆ แก่ประชาชนที่มาติดต่อ หรือใช้ทำบัตรคิวในการมาติดต่อเจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ยัง นำระบบหน้าจอสัมผัส Touch Screen และ Kiosk มาใช้ร่วมกับ card reader หรือ finger print เพื่อเป็นการคัดกรองผู้ที่จะเข้าไปยังเขตหวงห้าม หรือคลังสินค้า เป็นต้น
การจำหน่ายสินค้า นำระบบหน้าจอสัมผัส TouchScreen และ Kiosk มาใช้เพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ ณ จุดขาย ซึ่งจะดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายเข้ามามีส่วนร่วมกับกิจกรรม ณ จุดขายภัตตาคาร ร้านอาหาร นำระบบหน้าจอสัมผัส TouchScreen และ Kiosk มาใช้ในการสั่งอาหาร หรือเพื่อความบันเทิงแก่ลูกค้า ระหว่างรอ และรับประทานอาหาร

ที่มา http://kiosksiam.blogspot.com/2009/02/kiosk.html

Interactive

      ความหมายโดยทั่วไปของคำว่า "Interactive"  คือ  การปฏิสัมพันธ์ แต่ในบริบทของคอมพิวเตอร์นั้น หมายถึง การมีการโต้ตอบและให้แรงเสริม (Feedback และReinforcement) กับการกระทำของผู้ใช้โปรแกรม หรือ เว็บไซต์  ตัวอย่างเช่น  เว็บเพจที่มีเนื้อหาเป็นเอกสารที่ถูกอัพโหลดเอาไว้ เพื่อให้ผู้เข้าใช้เว็บเพจสามารถอ่านได้อย่างเดียวเท่านั้น กรณีนี้ไม่ถือว่าเป็นเว็บเพจที่มี  interactive (ปฏิสัมพันธ์) กันได้ แต่ถ้าหากคำศัพท์หรือภาพบนเว็บ  สามารถที่จะอ่านคำอธิบายเพิ่มเติมได้ โดยผู้ดูเว็บคลิกลิงก์เพื่อไปหน้าจอถัดไป ซึ่งเป็นหน้าจอที่แสดงคำอธิบายนั้น เว็บเพจนั้นอาจจะเรียกได้ว่า เป็นเว็บเพจที่มีการโต้ตอบกับการกระทำของผู้ใช้ได้คะ  แต่ว่าการที่มีลิงก์บนเว็บเพจแบบนี้  ถือว่าเป็นเพียงแค่วิธีการเบื้องต้นที่ทำให้เว็บมีการโต้ตอบกับการกระทำของผู้ใช้แค่นั้นนะคะ ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ซับซ้อน หลากหลายขึ้น  เช่น คลิกคำถามในเว็บเพจ เพื่อตอบ ถ้าตอบถูก มีตัวการ์ตูน โผล่ขึ้นมาบอกว่า "คำตอบถูกต้องคะ " ฯลฯ

ที่มา http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=050e416c0fd4a8f0

 

Web Based Learning (WBL)

      WBL หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนที่อาศัยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต โดยมีการใช้ TCP/IP , HTTPS เป็น Protocal หลักในการถ่ายโอนข้อมูล เป็นรูปแบบการประยุกต์ใช้คุณสมบัติไฮเปอร์มีเดีย (Hyper media) เข้ากับคุณสมบัติของอินเทอร์เน็ต เพื่อสร้างเสริมสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียนในมิติที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วยระยะทาง และเวลาที่แตกต่างกันของผู้เรียน (Learning without Boundary) อันจะช่วยขจัดปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวกับการศึกษาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เช่น การขาดแคลนครูผู้สอนที่ได้รับยอมรับ หรือมีประสิทธิภาพ สร้างมาตรฐานเนื้อหาการเรียนรู้ สร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับกลุ่มคนที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา รวมทั้งเปิดช่องทางการเรียนรู้ตามอัธยาศัย (Informal Learning) และการเรียนรู้ด้วยตนเองตลอดชีวิต (Lifelong Learning)

ที่มา  http://gotoknow.org/blog/wbl/83998

 

Computer Based Training

การฝึกอบรมหรือการสอนโดยมีโปรแกรมคอมพิวเตอร์เป็นผู้สร้างแรงจูงใจและ feedback แทนที่จะเป็นครูผู้สอนจริงๆ CBT อาจอยู่ในรูปของ CD-ROM, LAN หรืออินเทอร์เน็ต การสร้าง กระทำโดยกลุ่มบุคคลรวมถึงนักออกแบบการสอน (instructional designers) และมักจะมีค่าใช้จ่ายในการพัฒนาสูง

ที่มา http://www.thaicai.com/glossary#distancelearning

 

 Computer Assisted Instruction

   การสอนโดยมีคอมพิวเตอร์เป็นสื่อ มักถูกใช้เพื่ออ้างอิงถึงการฝึกหัดและฝึกฝน สอนพิเศษ หรือกิจกรรมการจำลองสถานการณ์ที่นำเสนอโดยตัวมันเอง หรือนำเสนอเป็นส่วนเสริมให้กับการสอนแบบปกติที่สอนโดยครู

ที่มาhttp://www.thaicai.com/glossary#distancelearning                                          

 

e-learning

         ความหมายของคำว่า e-learning หรือ Electronic Learning ในปัจจุบันค่อนข้างแตกต่างกันออกไปตามแหล่งที่มาและการนำไปใช้ แต่กล่าวโดยทั่วไปแล้ว e-learning หมายถึง รูปแบบการเรียนการสอนแบบใหม่ ที่มีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสื่ออิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ มีวัตถุประสงค์ที่เอื้ออำนวยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้องค์ความรู้ (knowledge) ได้โดยไม่จำกัดเวลาและสถนที่ (Anywhere-Anytime Learning) เพื่อให้ระบบการเรียนการสอนเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อให้ผู้เรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ของกระบวนวิชาที่เรียนนั้นๆ อย่างไรก็ตาม รูปแบบการเรียนรู้ในลักษณะ e-learning หลายคนยังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นเพียงกระบวนการเปลี่ยนสื่อและเอกสารประกอบการสอนเดม ที่อยู่ในรูปสื่อกระดาษ (Paper base ) แผ่นใสหรือหนังสือ แปลงให้อยู่ในรูปสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (electronic format) เช่น แฟ้มข้อมูลชนิด Microsoft Word หรือ Microsoft PowerPoint หรือแปลงเป็นเว็บเพจแล้วนำเสนผ่านทางอินเทอร์เน็ต หรือเก็บไว้ในสื่อ CD-ROM จากนั้น ให้ผู้เรียนไปเรียนรู้เอง เป็นอันเสร็จสิ้นกระบวนการสอนแบบ e-learning ซึ่งแนวความคิดนี้ยังเป็นความเข้าใจผิดอย่างยิ่งนะครับ การนำระบบ e-learning มาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการสอนสูงสุดนั้น ผู้สอนจำเป็นอย่างยิ่งว่า รูปแบบการเรียนการสอนแบบ e-learning แตกต่างจากระบบการเรียนการสอนในรูปแบบปกติที่เรียกกันว่า face-to-face หรือ traditional classroom learning อย่างไร และจำเป็นที่ต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการปรับปรุงเรื่องเนื้อหา เทคโนโลยี เทคนิคการนำเสนอและการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพ การนำระบบ e-learning เข้ามาใช้ และต้องระลึกไว้อยู่เสมอว่าคุณภาพการเรียนรู้ของระบบ e-learning ต้องไม่ด้อยไปกว่าคุณภาพการเรียนรู้ในรูปแบบปกติ

ที่มา  http://www.nma6.obec.go.th/korat6/view.php?article_id=295