ประวัติความเป็นมาของขนมไทย

ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่างานทำบุญ เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนมประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาจุ๋มจิ๋ม ประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม

ขนมไทยที่นิยมทำกันทุกๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการต่างๆ เนื่องในการทำบุญเลี้ยงพระ ก็คือขนมจากไข่ และมักถือเคล็ดจากชื่อและลักษณะของขนมนั้นๆ งานสิริมงคลต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส ทำบุญวันเกิด หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการเลี้ยงพระกับแขกที่มาในงาน เพื่อเป็นสิริมงคลของงานขนมก็จะมีฝอยทอง เพื่อหวังให้อยู่ด้วยกันยืดยาว มีอายุยืน ขนมชั้นก็ให้ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถ้วยฟูก็ขอให้เฟื่องฟู ขนมทองเอกก็ขอให้ได้เป็นเอก เป็นต้น

สมัยรัตนโกสินทร์ จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทร์เทวี กล่าวไว้ว่าในงานสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตน์ศาสดาราม ได้มีเครื่องตั้งสำรับหวานสำหรับพระสงฆ์ 2,000 รูป ประกอบด้วย ขนมไส้ไก่ ขนมฝอย ข้าวเหนียวแก้ว ขนมผิง กล้วยฉาบ ล่าเตียง หรุ่ม สังขยา ฝอยทอง และขนมตะไล

ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการพิมพ์ตำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ตำราอาหารไทยเล่มแรกคือแม่ครัวหัวป่า เขียนโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในหนังสือเล่มนี้ มีรายการสำรับของหวานเลี้ยงพระได้แก่ ทองหยิบ ฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ขนมลืมกลืน ข้าวเหนียวแก้ว วุ้นผลมะปราง

ในสมัยต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้นในตลาดมีขนมนานาชนิดมาขาย ทั้งขายอยู่กับที่ แบกกระบุง หาบเร่ และมีการปรับปรุงการบรรจุหีบห่อไปตามยุคสมัย เช่นในปัจจุบันมีการบรรจุในกล่องโฟมแทน การห่อด้วยใบตองในอดีต

อย่างไรก็ตามมีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทานที่ประณีตบรรจงของขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้นๆ

 

 

หลักการและเหตุผล

ขนมไทยนับว่าเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านและเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านใบสมัยก่อนมาจนถึงปัจจุบันนี้ ด้วยเหตุนี้ดิฉันจึงอยากจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยอนุรักษ์และสืบทอดภูมิปัญญาในการทำขนมไทย ซึ้งปัจจุบันไม่ค่อยจะมีมากนักและที่สำคัญยิ่งกว่านั้นไม่มีใครสืบทอดวิธีการทำขนมไทยจากบรรพบุรุษและทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอาศัยความร่วมมือและความถนัดของบุคคลแต่ละบุคคลเพื่อที่จะอนุรักษ์และสืบทอดการทำขนมไทยเพื่อพัฒนาขนมไทยให้มีคุณภาพดีขึ้นและเป็นประโยชน์ยิ่งขึ้น

ในปัจจุบันหนุ่มสาวส่วนใหญ่แล้วหันไปทำอาชีพอย่างอื่น ดิฉันจึงอยากจะส่งเสริมให้หนุ่มสาวหันมาให้ความสำคัญในเรื่องของภูมิปัญญาการทำขนมไทยส่วนมากแล้วนั้นมีเพียงแค่ผู้สูงอายุเท่านั้นที่จะทำขนมไทยได้ และเป็นการเรียนรู้จากผู้ใหญ่หรืออาจจะนำไปทำเป็นอาชีพเสริมได้อีกด้วย

 

จุดมุ่งหมาย

๑.      เพื่อให้ผู้เรียนสามารถมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอุปกรณ์ในการทำขนมได้

๒.    เพื่อให้ผู้เรียนสามารถบอกประวัติความเป็นมาของการทำขนมไทย

๓.    เพื่อให้ผู้เรียนสามารถอธิบายขั้นตอนการทำขนมไทยได้อย่างถูกต้อง

๔.    เพื่อให้ผู้เรียนสามารถทำขนมไทยชนิดต่างๆที่เรียนมาได้

 

กลุ่มเป้าหมาย

เยาวชนหนุ่มสาวร่วมถึงผู้ที่สนใจทั่วไป

 

คุณสมบัติผู้เรียน

๑.      ประชาชนทั่วไป

๒.    มีความรู้ความสามารถและความสนใจ

๓.    มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย

 

เวลาเรียนและจำนวนหน่วยกิต

๑.      ระยะเวลาการเรียนของหลักสูตร                             จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ประกอบด้วย

๑.๑ เรียนรู้ภาคทฤษฎี                                                                  ๕     ชั่วโมง

๑.๒ ฝึกปฏิบัติ                                                                              ๒๕ ชั่วโมง

๑.๓ การอบรมสร้างเสริมประสบการณ์การทำขนมไทย      ๑๐ ชั่วโมง

 

โครงสร้างของหลักสูตร    

หลักสูตรการทำขนมไทย ประกอบด้วยเนื้อหาและกิจกรรมดังนี้

-หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑          ความรู้ทั่วไปของขนมไทย                                 ๕            ชั่วโมง

-หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒        อุปกรณ์ในการทำขนมไทยแต่ละประเภท                      ๕            ชั่วโมง

-หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓      ประวัติและความหมายการทำขนมไทย                             ๑๐           ชั่วโมง

-หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔         ขั้นตอนการทำขนมไทย                                                     ๑๐           ชั่วโมง

-หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕         การอบรมสร้างเสริมประสบการณ์การทำขนมไทย     ๑๐          ชั่วโมง

รายละเอียดของหลักสูตร

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ : ความรู้ทั่วไปของขนมไทย

      จุดประสงค์การเรียนรู้

              เนื้อหา

                จำนวนชั่วโมง

ทฤษฏีเนื้อหา

กิจกรรมการเรียนรู้

 

รวม

๑.๑ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำขนมไทยอย่างถูกต้องซึ้งเป็นพื้นฐานในการทำขนมไทย

๑.๒ ผู้เรียนมีความเข้าใจและสามารถบอกได้ว่าขนมไทยมีความสำคัญอย่างไรในชีวิตประจำวันของมนุษย์

๑. การเตรียมอุปกรณ์

๒.ส่วนผสมของการทำขนมไทย

๓. อุณหภูมิในการปรุงขนม

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ อุปกรณ์ในการทำขนมไทยแต่ละประเภท

     จุดประสงค์การเรียนรู้

เนื้อหา

                จำนวนชั่วโมง

ทฤษฏีเนื้อหา

กิจกรรมการเรียนรู้

 

รวม

๒.๑ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในการที่จะหาส่วนผสมมาใช้ในการทำขนม

๒.๒ ผู้เรียนมีความสามารถในการทำขนมต่างๆ

๑. ผลิตภัณฑ์ในการทำขนม

๒. ส่วนผสมในการทำขนม

๓. สามารถทำขนมได้อย่างถูกวิธี

 

 

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๓      ประวัติความเป็นมาและความหมายการทำขนมไทย  

     จุดประสงค์การเรียนรู้

เนื้อหา

จำนวนชั่วโมง

ทฤษฏีเนื้อหา

กิจกรรมการเรียนรู้

รวม

๓.๑ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของขนมไทย

๓.๒ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจและสามารถอธิบายความหมายของขนมไทยได้ให้ผู้อื่นทราบและเข้าใจได้อย่างถูกต้อง

๓.๓ ผู้เรียนสามารถนำความรู้ที่มีอยู่และที่ได้รับมาประกอบอาชีพในชีวิตประจำวันได้

๓.๔ ผู้เรียนมีความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายและความสำคัญของขนมไทย

๑. ความหมายของขนมไทย

๒. การผสมส่วนผสมของขนม

๓. ความเป็นมาของการทำขนมไทย

๔. นำไปใช้ใน       ชีวิตประจำวัน

๑๐

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๔        ขั้นตอนการทำขนมไทย

     จุดประสงค์การเรียนรู้

เนื้อหา

                 จำนวนชั่วโมง

ทฤษฏีเนื้อหา

กิจกรรมการเรียนรู้

รวม

๔.๑ ผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวิธีการทำขนมอย่างถูกวิธีและนำไปใช้ในชีวิตจริง

๔.๒ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองและสามารถนำความรู้นั้นถ่ายทอดให้ผู้อื่นได้

๑. การเตรียมอุปกรณ์

๒. การผสมของขนม

๓.เวลาในการทำ

๔.การตั้งไฟในการทำขนม

๑๐

 

 

 

 

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๕   การอบรมสร้างเสริมประสบการณ์การทำขนมไทย

     จุดประสงค์การเรียนรู้

เนื้อหา

                จำนวนชั่วโมง

ทฤษฏีเนื้อหา

กิจกรรมการเรียนรู้

รวม

๕.๑ ผู้เรียนพบและฝึกปฏิบัติจริงกับวิทยากร

๕.๒ ผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นและมีโอกาสพบปะและแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เรียน

๑. การถ่ายทอดการทำขนมไทยจากวิทยากร

๒. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์การเรียนรู้ระหว่างผู้เรียน

-

-

๑๐

 

 

สื่อการเรียนรู้

1. ใบงาน ใบความรู้

2. เอกสารวิชาการ

รูปแบบการเรียนรู้

1. การบรรยาย / อธิบาย

2. การสาธิต / ฝึกปฏิบัติ

3. การแนะนำ / ชี้แนะ

4. ศึกษาเอกสารด้วยตนเอง

การประเมินผลการเรียน

1. สังเกตความสนใจ

2. สังเกตการณ์ฝึกปฏิบัติ

3. ตรวจสอบชิ้นงาน

การจบหลักสูตร

เกณฑ์การตัดสินผู้เรียนที่จะได้รับอนุมัติให้จบหลักสูตรต้องได้คะแนนแต่ละสัดส่วนไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ และได้คะแนนร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ทั้งนี้ผู้เรียนที่ผ่านการวัดและประเมินผลตามเกณฑ์ที่กำหนดจะได้รับวุฒิบัตรจากสถาบันการศึกษา