หน่วยที่ 11

การเขียนพรรณนา

 บทนำ

            การเขียนบทเขียนให้ได้ดีนอกจากผู้เขียนจะต้องรู้หลักในการเขียนย่อหน้าซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของบทเขียน และวิธีการเชื่อมโยงย่อหน้าต่างๆเข้าด้วยกันแล้ว ผู้เขียนยังต้องคำนึงถึงภาษาและรูปแบบในการเขียนด้วย

            งานเขียนมีหลายประเภท เช่น บทความวิชาการ สารคดี ข่าว นวนิยาย หรือเรื่องสั้น แต่ละประเภทก็มีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน ภาษาและรูปแบบที่ใช้เขียนก็จะต่างกันตามไปด้วย ผู้เขียนอาจใช้วิธีการเขียนแบบพรรณนา แบบบรรยาย แบบอธิบาย แบบแสดงความเห็น หรือแบบวิจารณ์ ก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้เขียน และลักษณะของเนื้อความที่จะนำเสนอ

เจตนา

ประเภทการเขียน

 

1.  ให้รายละเอียดสภาพหรือลักษณะของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง

 

2.  เล่าเรื่องราว/เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปตามลำดับเวลา

 

3.  ขยายความ ชี้แจง ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ

 

4.  แสดงความคิด/ความเห็นของตนต่อเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ให้ผู้อ่านเชื่อ

5.  แสดงความเห็นที่เป็นประโยชน์ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ผู้เขียนมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้น

 

1.  การเขียนพรรณนา

 

2.  การเขียนบรรยาย

 

3.  การเขียนอธิบาย

 

4.  การเขียนแสดงความคิดเห็น

 

 

5.  การเขียนวิจารณ์

 

   ในหน่วยนี้ผู้เขียนจะได้เริ่มศึกษาจากวิธี “การเขียนแบบพรรณนา” ก่อน

เรื่องที่ 2         เจตนาในการเขียน

การเขียนพรรณนาอาจจำแนกได้เป็น 2 ประเภท คือ การเขียนพรรณนาตามความเป็นจริง และการเขียนพรรณนาตามอารมณ์ความรู้สึก ดังนี้

 

  1. การเขียนพรรณนาตามความเป็นจริง

 

ตัวอย่าง

 

            ปางอุ๋ง อยู่ห่างจากตัวเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปทางทิศเหนือประมาณ 50 กม. ถนนที่นำไปสู่ปางอุ๋งเป็นถนนคอนกรีตค่อนข้างแคบ แต่ก็พอที่รถยนต์สองคันจะขับสวนกันได้ เส้นทางโค้งขึ้นไปตามสันเขา สองข้างทางรายล้อมไปด้วยป่าสนสองใบและสามใบ

          เมื่อไปถึงสวนป่าตามพระราชดำริแล้วจะเห็นบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวเรียงรายอยู่พอประมาณตามมุมต่างๆ บริเวณริมน้ำมีเต้นท์พักแรมตั้งกระจัดกระจายอยู่ นอกจากนั้นยังมีสถานที่สำหรับจัดแคมป์ไฟด้วย

          บริเวณโดยรอบของสวนป่าตามโครงการพระราชดำริตกแต่งไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิดซึ่งส่วนมากก็เป็นพันธุ์ไม้เมืองหนาว อาทิ ไฮเดรนเยีย ต้นปาล์มทรี ส้มสเปน เป็นต้น นอกจากนั้นที่นี่ยังมีแปลงเพาะเลี้ยงกล้าไม้หลายชนิดทั้งพืชเมืองหนาวและพืชหายาก เพื่อการอนุรักษ์และขยายพันธุ์ด้วย

(ดัดแปลงจาก http://gotoknow.org/blog/freedomheart/149663)

  1. การเขียนพรรณนาตามอารมณ์ความรู้สึก

 

ตัวอย่าง

          เส้นทางราว 50 กม. จากเมืองแม่ฮ่องสอนสู่ปางอุ๋ง เป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจแค่ออกจากตัวเมืองตามเส้นทางสู่ อ.ปายไม่กี่กม. มีป้ายให้เลี้ยวซ้ายสู่หมู่บ้านรวมไทย ระยะทาง 44 กม. หลังเลี้ยวซ้ายเข้าไป เส้นทางสายสวยเริ่มคดโค้ง ไต่ระดับสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ชมสายหมอกคลอเคลียกับทะเลภูผา เป็นฉากหลังให้กับทุ่งนาในหุบเขาที่ในเวลานี้มีแต่สีเขียวกับเขียวขจีไปทั้งทุ่ง ทำให้จินตนาการมองไกลข้ามไป อีก 2-3 เดือนข้างหน้า ยามแสงสดใสทาบทา ต่างอารมณ์กับยามนี้ ทุ่งเหล่านี้ก็จะเปลี่ยนเป็นทุ่งรวงทอง แล้วถึงยามเก็บเกี่ยว ภาพชีวิตกับกลิ่นฟางใหม่ก็คงจะอวลไปทั้งหุบเขา

(ดัดแปลงจาก http://www.thailandmgg.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=569818&Ntype=5)

เรื่องที่ 3         วิธีการเขียน 

 

          การเขียนพรรณนาเน้นที่การให้รายละเอียด ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพ ดังนั้นวิธีที่ใช้เขียนจึงต้องแสดงรายละเอียดของสิ่งนั้นโดยรอบ ส่วนผู้เขียนจะสอดแทรกอารมณ์ความรู้สึกด้วยหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเจตนาของผู้เขียน การเขียนพรรณนาทั้ง 2 แบบนี้มีวิธีการเขียน ดังนี้

 

  1. วิธีเขียนพรรณนาตามความเป็นจริง

    1. วิธีเขียนพรรณนาตามอารมณ์ความรู้สึก

     

               ลักษณะทางภาษาในการเขียนพรรณนาให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึก ผู้เขียนอาจทำได้ดังนี้

     

    1)      ใช้อุปมา อุปไมย เปรียบเทียบให้เห็นเด่นชัด เช่น

         “นางผู้นั้นงดงามราวกับนางสวรรค์ลงมาจุติ”

         “อารมณ์ของเขาดั่งทะเลบ้า คลื่นใหญ่ซัดหาฝั่งไม่ว่างเว้น”

     

    2)      ใช้ถ้อยคำแสดงภาพเพื่อให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึก

         2.1)  ใช้ถ้อยคำแสดงเสียง เช่น

    -                เสียงเบา  มีคำที่แสดงความหมายนี้อยู่หลายคำ แต่ระดับของความเบาจะแตกต่างกันจากระดับของคำที่เลือกใช้

    -                เสียงดัง คำที่แสดงเสียงดังก็มีระดับที่ต่างกันเช่นกัน

    -                “เสียงระฆังหง่างเหง่งบรรเลงแว่ว ได้ยินแล้วช่างเหงาใจเป็นนักหนา”

    -                “ความงดงามของดอกกระเจียวในป่าหินงามบวกกับเจ้านกน้อยที่พากันส่งเสียงจิ๊บ จิ๊บ อยู่ตลอดเวลาที่เราเดินผ่านทำให้ป่าแห่งนี้กลายเป็นสวรรค์สำหรับหลายคนทีเดียว”

     

          2.2)  ใช้ถ้อยคำกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก เช่น

    -                 “สะเทือนใจ”

    -                “สะเทือนใจจนน้ำตาไหล”

    -                “สะเทือนใจจนกลั้นน้ำตาไม่อยู่”  

     

          2.3)  ใช้ระดับของถ้อยคำให้เหมาะสม เช่น

    -                 “มีค่า”  

    -                “ล้ำค่า”  

    -                “เลอค่า”

  2.           การเขียนพรรณนาเป็นวิธีการหนึ่งที่ผู้เขียนใช้แสดงรายละเอียดของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างละเอียด เห็นภาพพจน์ และอาจทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ความรู้สึก แต่การเขียนบทเขียนจริงๆนั้นผู้เขียนอาจไม่สามารถใช้วิธีเขียนด้วยการพรรณนาอย่างเดียวตลอดทั้งเรื่องได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพรรณนาตามอารมณ์และความรู้สึก ผู้เขียนอาจนำเอาวิธีการพรรณนาไปสอดแทรกกับงานเขียนด้วยวิธีอื่นเมื่อผู้เขียนเห็นว่าช่วงนั้นหรือตอนนั้นของบทเขียนควรจะทำให้ผู้อ่านเห็นภาพ หรือรู้สึกตามะ

         อ้างอิง เอกสารประกอบการเรียน E-Learning