การประเมินหลักสูตร
                การประเมินหลักสูตรเป็นส่วนที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อคุณภาพของหลักสูตร  ทั้งนี้เพราะการประเมินหลักสูตรจะทำให้รู้คุณค่าของหลักสูตรว่าเป็นอย่างไร  สามารถจะนำไปใช้ได้ดีเพียงใด  ผลที่ได้จากการใช้หลักสูตรเป็นอย่างไร  ข้อมูลที่ได้จากการประเมินหลักสูตรจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปรับปรุงหลักสูตรให้มีคุณค่าสูงขึ้น  อันจะเป็นผลในการนำหลักสูตรไปสู่ความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ได้โดยสะดวกในที่นี้ได้อธิบายเกี่ยวกับการประเมินหลักสูตร  คือ
1.  ความหมายของการประเมินหลักสูตร
                ได้มีนักการศึกษาหลายท่านให้ความหมายของการประเมินหลักสูตรไว้ต่าง ๆ กัน ดังนี้ คือ
                คาร์เตอร์ กู๊ด (Good : 1973) ได้ให้ความหมายไว้ว่า การประเมินหลักสูตร คือ การประเมินผลของกิจกรรมการเรียนภายในขอบข่ายของการสอนที่เน้นเฉพาะจุดประสงค์ของการตัดสินใจในความถูกต้องของจุดมุ่งหมาย ความสัมพันธ์และความต่อเนื่องของเนื้อหาและผลสัมฤทธิ์ของวัตถุประสงค์เฉพาะซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจ ในการวางแผนจัดโครงการและการหมุนเวียนของกิจกรรมโครงการต่าง ๆ ที่จะจัดให้มีขึ้น
                สุมิตร คุณานุก. (2523) การประเมินหลักสูตร คือ การหาคำตอบว่าหลักสูตรสัมฤทธิ์ผลตามที่กำหนดไว้ในความมุ่งหมายหรือไม่มากน้อยเพียงใด และอะไรที่เป็นสาเหตุ การประเมินหลักสูตรเพื่อตัดสินสัมฤทธิ์ผลของหลักสูตรนั้นมีขอบเขตรวมถึง
                1.  การวิเคราะห์ตัวหลักสูตร
                2.  การวิเคราะห์กระบวนการของการนำหลักสูตรไปใช้
                3.  การวิเคราะห์สัมฤทธิ์ผลในการเรียนของนักเรียน
                4.  การวิเคราะห์โครงการประเมินหลักสูตร
                วิชัย วงษ์ใหญ่. (2535) ให้ความหมายของการประเมินหลักสูตร ไว้ว่า การประเมินหลักสูตรเป็นการพัฒนาเกี่ยวกับคุณค่าของหลักสูตรโดยใช้ผลจากการวัดในแง่มุมต่าง ๆ ของสิ่งที่ประเมินเพื่อนำมาพิจารณาร่วมกัน และสรุปว่าจะให้คุณค่าของหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมากนั้นเป็นอย่างไร มีคุณภาพดีหรือไม่เพียงใดหรือไม่ผลตรงตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดหรือไม่ มีส่วนใดที่จะต้องปรับปรุงแก้ไข
                ใจทิพย์ เชื้อรัตนพงษ์. (2539) ให้ความหมายการประเมินหลักสูตา หมายถึง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสิน หาข้อบกพร่องหรือปัญหา เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขส่วนประกอบทุกส่วนของหลักสูตรให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้นหรือตัดสินหาคุณค่าของหลักสูตรนั้น ๆ
                จากความหมายการประเมินหลักสูตรที่กล่าวข้างต้น จะเห็นว่า นักการศึกษาได้ให้ความหมายการประเมินหลักสูตรให้ไว้เป็น 2 ลักษณะ คือ
                1.  ให้ความหมายในแง่เกี่ยวกับสิ่งที่ต้องทำการประเมิน
                2.  ให้ความหมายในแง่ของกระบวนการประเมินผล และการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแล้วนำข้อมูลมาใช้ในการตัดสินหาข้อบกพร่องเพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขส่วนประกอบทุกส่วนของหลักสูตรให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น
                การประเมินหลักสูตรมีจุดประสงค์ เพื่อพิจารณาทบทวนเกี่ยวกับคุณภาพของหลักสูตร โดยใช้ผลการวัดในแง่มุมต่าง ๆ ของสิ่งที่จะประเมินนำมาพิจารณาร่วมกัน เช่น เอกสารหลักสูตร วัสดุหลักสูตร กระบวนการเรียนการสอน ตัวผู้เรียน ความคิดเห็นของผู้ใช้หลักสูตรและความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องในชุมชนและสังคม เป็นต้น
2.  ลักษณะการประเมินหลักสูตร
                โดยทั่วไปได้ยอมรับกันว่าการประเมินหลักสูตรควรทำให้ครอบคลุมระบบของหลักสูตรทั้งหมด  และควรจะประเมินให้ต่อเนื่องกัน  ดังนั้นการประเมินเอกสารหลักสูตรจึงประกอบด้วยการประเมินสิ่งต่อไปนี้  คือ (1) การประเมินเอกสารหลักสูตร  (2)  การประเมินการใช้หลักสูตร  (3)  การประเมินสัมฤทธิผลของหลักสูตร  และ (4)  การประเมินระบบหลักสูตร
                การประเมินเอกสารหลักสูตร  เป็นการตรวจสอบคุณภาพของหลักสูตรว่ามีความเหมาะสมดีและถูกต้องกับหลักการพัฒนาหลักสูตรเพียงใด  หากมีสิ่งใดบกพร่องก็จะได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข่ก่อนจะได้นำไปประกาศใช้ในโอกาสต่อไป 
                การประเมินการใช้หลักสูตร  เป็นการตรวจสอบว่าหลักสูตรสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์จริงได้ดีเพียงใด  มีส่วนไหนที่เป็นอุปสรรคต่อการใช้หลักสูตร  โดยมากหากพบข้อบกพร่องในระหว่างการใช้หลักสูตรก็มักจะได้รับการแก้ไขโดยทันทีเพื่อให้การใช้หลักสูตรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
                การประเมินสัมฤทธิ์ผลของหลักสูตร  โดยทั่วไปจะดำเนินการหลังจากได้มีผู้สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรนั้น ๆ ไปแล้ว  การประเมินหลักสูตรในลักษณะนี้มักจะทำการติดตามความก้าวหน้าของผู้สำเร็จการศึกษาว่าสามารถประสบความสำเร็จในการทำงานเพียงใด
                การประเมินระบบหลักสูตร  เป็นการประเมินหลักสูตรในลักษณะที่มีความสมบูรณ์และสลับซับซ้อนมาก  กล่าวคือ  การประเมินระบบหลักสูตรจะมีความเกี่ยวข้องกับองค์ประกอบอื่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหลักสูตรด้วย  เช่น  ทรัพยากรที่ต้องใช้  ความสัมพันธ์ของระบบหลักสูตรกับระบบบริหารโรงเรียน  ระบบการจัดการเรียนการสอน  และระบบการวัดและประเมินผลการเรียนการสอน  เป็นต้น
3.  แนวทางการประเมินหลักสูตร
                ในปัจจุบันได้มีผู้พยายามเสนอแนวความคิดเกี่ยวกับการประเมินหลักสูตรไว้มากพอสมควร  แต่อย่างไรก็ตามรูปแบบการประเมินหลักสูตรที่ได้รับการยอมรับและนำไปใช้ในการปฏิบัตินั้นมีเพียงไม่กี่รูปแบบ  เลวี (Lewy)  ได้กล่าวสรุปเกี่ยวกับรูปแบบของการประเมินหลักสูตรไว้ 3 ลักษณะ  ด้วยกันคือ  (1)  การประเมินสัมฤทธิผลของหลักสูตร  (2)  การประเมินคุณค่าของหลักสูตรและ (3)  การประเมินในลักษณะของการตัดสิน (Lewy 1977 : 10)
                การประเมินสัมฤทธิผลของหลักสูตร  เป็นแนวทางสำหรับการประเมินหลักสูตรที่มุ่งเน้นการศึกษาสัมฤทธิผลที่ได้จากการใช้หลักสูตร  รูปแบบการประเมินหลักสูตรที่ได้รับการกล่าวถึงและนำไปประยุกต์ใช้มากในกลุ่มนี้ก็คือ  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของ ราล์ฟ ไทเลอร์  (Ralph W. Tyler)
                การประเมินคุณค่าของหลักสูตร  เป็นการประเมินเพื่อดูว่าหลักสูตรสามารถนำไปใช้ในสถานการณ์ที่กำหนดได้ดีเพียงใดและได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่  การประเมินหลักสูตรตามแนวนี้จะเน้นการประเมินผลระหว่างการใช้หลักสูตร  (formative evaluation)  และประเมินผลหลังจากใช้หลักสูตรเรียบร้อยแล้  (summative evaluation)  ตัวอย่างของรูปแบบการประเมินหลักสูตรที่จัดอยู่ในแนวคิดนี้ได้แก่  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของสเตค  (Robert E. Stake)  และรูปแบบของโพรวัส  (M. Provus)
                การประเมินในลักษณะของการตัดสิน  รูปแบบการประเมินหลักสูตรแบบนี้จะมีความเชื่อพื้นฐานอยู่ว่าหลักสูตรที่ดีควรจะส่งผลกระทบต่อการกระทำในอนาคต  ดังนั้นการประเมินหลักสูตรในรูปแบบนี้จึงจะเน้นการทำงานอย่างมีระบบเกี่ยวกับการรวบรวมข้อมูล  การวิเคราะห์ข้อมูลและการเสนอผลที่ได้จากการวิเคราะห์ข้อมูลนั้น ๆ  รูปแบบการประเมินในลักษณะของการตัดสินนี้ได้แก่  รูปแบบการประเมินของ ดอริสโกว์  (Dorris T. Gow)
4.  จุดมุ่งหมายของการประเมินหลักสูตร
                นักวิชาการที่มีชื่อเสียงในสาขาหลักสูตา หลายท่าน กล่าวถึง จุดมุ่งหมายของการประเมินหลักสูตรไว้ในลักษณะต่าง ๆ ดังนี้
                แมคนีล (Mcneil. 1981 : 153) กล่าวว่า “เพื่อใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินในที่เลือกหลักสูตร เพื่อนักพัฒนาหลักสูตร จะได้รู้ว่า ควรจะปรับปรุงหลักสูตรตรงไหนและอย่างไร และเพื่อที่จะให้ครูใช้หาคำตอบเกี่ยวกับการเรียนรู้ของนักเรียน”
                ทาบา (Taba. 1962 : 310) กล่าวว่า การประเมินผลหลักสูตร กระทำขึ้นเพื่อศึกษากระบวนการต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงใดบ้างที่สอดคล้องหรือขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ทางการศึกษา ซึ่งการประเมิน ดังกล่าวจะครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมดของหลักสูตรและกระบวนการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง ได้แก่ จุดประสงค์ขอบเขตของเนื้อหาสาระ คุณภาพของผู้บริหารและผู้ใช้หลักสูตร สมรรถภาพของผู้เรียน ความสัมพันธ์ของวิชาต่าง ๆ การใช้สื่อ และวัสดุการสอน ฯลฯ
                เอกวิทย์ ณ ถลาง (กรมวิชาการ. 2525:13) กล่าวถึงจุดประสงค์ของการประเมินหลักสูตรว่าเพื่อติดตามให้รู้หลักสูตรที่นำออกใช้เหมาะสมหรือไม่ เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงที่เป็นอยู่ในประเทศไทย ขณะนี้ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม และตัวผู้เรียน ครู อาจารย์ และระบบบริหารหลักสูตร
                ทิศนา แขมมณี (กรมวิชาการ. 2545:21) สรุปจุดมุ่งหมาย ในการประเมินหลักสูตรไว้ ดังนี้
                1. เพื่อหาคุณค่าหลักสูตรนั้นโดยดูว่าหลักสูตรที่จัดขึ้นสามารถสนองตามวัตถุประสงค์ที่หลักสูตรนั้นต้องการหรือไม่
                2. เพื่อตัดสินว่า การวางเค้าโครงและรูประบบของหลักสูตรตลอดจนการบริหารงานและการสอนตามหลักสูตรเป็นไปในทางที่ถูกต้องแล้วหรือไม่
                3. เพื่อวัดดูว่า ผลผลิตคือผู้เรียนนั้นเป็นอย่างไร
                วิชัย วงษ์ใหญ่ (2537, หน้า 218-219) กล่าวว่า การประเมินหลักสูตรโดยทั่ว ๆ ไปจะมีจุดมุ่งหมายดังนี้
                1.  เพื่อหาคุณค่าของหลักสูตร โดยตรวจสอบดูว่าหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมานั้นสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่
                2.  เพื่อวัดผลดูว่าการวางเค้าโครงและรูปแบบระบบของหลักสูตร รวมทั้งวัสดุประกอบหลักสูตร และการบริหารและบริการหลักสูตร เป็นไปในทางที่ถูกต้องแล้วหรือไม่
                3.  การประเมินผลจากผู้เรียนเอง หรือการประเมินผลผลิตเพื่อตรวจสอบดูว่ามีลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือไม่เพียงใด
                ใจทิพย์ เชื้อรัตนพงษ์ (2539, หน้า 192-193) กล่าวว่า โดยทั่วไปการประเมินหลักสูตรใด ๆ ก็ตามจะมีจุดมุ่งหมายสำคัญที่คล้ายคลึงกันดังนี้ คือ
                1.  เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขสิ่งบกพร่องที่พบในองค์ประกอบต่าง ๆ ของหลักสูตร
                2. เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขระบบการบริหารหลักสูตร การนิเทศกำกับดูและการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
                3.  เพื่อช่วยในการตัดสินใจของผู้บริหารว่าควรใช้หลักสูตรต่อไปอีกหรือควรยกเลิกการใช้หลักสูตรเพียงบางส่วน หรือยกเลิกทั้งหมด
                4.  เพื่อต้องการทราบคุณภาพของผู้เรียนซึ่งเป็นผลผลิตของหลักสูตรว่า มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปตามความมุ่งหวังของหลักสูตรหลักจากผ่านกระบวนการทางการศึกษามาแล้วหรือไม่ อย่างไร
                จากจุดมุ่งหมายของการประเมินหลักสูตรที่นักการศึกษาได้กล่าวไว้ พอสรุปได้ว่าการประเมินหลักสูตรมีจุดมุ่งหมายดังนี้
                1.  เพื่อหาคุณค่าของหลักสูตรนั้น โดยดูว่าหลักสูตรที่จัดทำขึ้นนั้นสามารถสนองวัตถุประสงค์ที่หลักสูตรนั้นต้องการหรือไม่ สนองความต้องการของผู้เรียนและสังคมอย่างไร
                2.  เพื่ออธิบายและพิจารณาว่าลักษณะของส่วนประกอบต่าง ๆ ของหลักสูตรในแง่ต่าง ๆ เช่น หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหาสาระ การเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอนและการวัดผลว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่ หรือสนองความต้องการหรือไม่
                3.  เพื่อตัดสินว่าหลักสูตรมีคุณภาพดีหรือไม่ดี เหมาะสมหรือไม่เหมาะสมกับการนำไปใช้มีข้อบกพร่องที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขอะไรบ้าง การประเมินผลในลักษณะนี้มักจะดำเนินไปในช่วงที่การพัฒนาหลักสูตรยังคำดำเนินการอยู่ เพื่อที่จะพิจารณาว่า องค์ประกอบต่าง ๆ ของหลักสูตรเช่น จุดหมาย โครงสร้างเนื้อหา การวัดผล ฯลฯ มีความสอดคล้องและเหมาะสมหรือไม่สามารถนำมาปฏิบัติในช่วงการนำหลักสูตรไปทดลองใช้หรือในขณะที่การใช้หลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอนกำลังดำเนินอยู่ได้มากน้อยเพียงใด ได้ผลเพียงใด และมีปัญหาอุปสรรคอะไรจะได้เป็นประโยชน์แก่นักพัฒนาหลักสูตร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบต่าง ๆ ของหลักสูตรให้มีคุณภาพดีขึ้นได้ทันท่วงที
                4.  เพื่อตัดสินว่า การบริหารงานด้านวิชาการและบริหารงานด้านหลักสูตรเป็นไปในทางที่ถูกต้องหรือไม่ เพื่อหาทางแก้ไขระบบการบริหารหลักสูตร การนำหลักสูตรไปใช้ให้มีประสิทธิภาพ
                5.  เพื่อติดตามผลผลิตจากหลักสูตร คือผู้เรียนมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมหลังจากการผ่านกระบวนการทางการศึกษามาแล้วตามหลักสูตรว่าเป็นไปตามความมุ่งหวังหรือไม่
                6.  เพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไขสิ่งบกพร่องที่พบในองค์ประกอบต่าง ๆ ในหลักสูตร
                7.  เพื่อช่วยในการตัดสินว่าควรใช้หลักสูตรต่อไปหรือควรปรับปรุงพัฒนาในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือเพื่อยกเลิกการใช้หลักสูตรนั้นหมด การประเมินผลในลักษณะนี้จะดำเนินการหลังจากที่ใช้หลักสูตรไปแล้วระยะหนึ่ง แล้วจึงประเมินเพื่อสรุปผลตัดสินว่าหลักสูตรมีคุณภาพดีหรือไม่ดี บรรลุตามเป้าหมายที่หลักสูตรกำหนดไว้มากน้อยเพียงใด สนองความต้องการของสังคมเพียงใดและเหมาะสมกับการนำไปใช้ต่อไปหรือไม่
                จากจุดมุ่งหมายของการประเมินหลักสูตร เราสามารถบอกเหตุผลหรือความจำเป็นที่ต้องมีการประเมินหลักสูตร ดังนี้
                1. เพื่อพิจารณาตัดสินคุณค่าหรือคุณภาพของหลักสูตรที่ได้รับการแสดงออกแบบหรือพัฒนาขึ้น โดยพิจารณาว่าหลักสูตรสามารถทำให้หลักการและจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้บรรลุผลสำเร็จหรือไม่
                2. เพื่อค้นหาข้อบกพร่องของหลักสูตร ทั้งในด้านตัวเอกสารหลักสูตรที่กำหนด หลักการจุดมุ่งหมายและโครงสร้างของเนื้อหาสาระ ตลอดจน ส่วนที่เป็นกระบวนการของการนำหลักสูตรไปใช้ ซึ่งครอบคลุมการบริหาร และบริการหลักสูตร การจัดการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล ฯลฯ
                3. เพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ซึ่งหมายถึง ผลลัพธ์ของหลักสูตรที่เกิดขึ้นกับนักเรียนว่าเป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
                ดังนั้นในการประเมินหลักสูตรแต่ละครั้ง ผู้ประเมินจึงต้องตอบให้ได้แน่ชัดว่าต้องการทราบว่าสิ่งใด คือเหตุผลของการประเมินครั้งนั้น เป็น ข้อ 1 ข้อ 2 หรือข้อ 3 หรือต้องการคำตอบมากกว่า 1 ข้อ หรือต้องการทั้ง 3 ข้อ
                4.1  การประเมินผลเพื่อการปรับปรุงหลักสูตร  เป็นการประเมินผลในระหว่างการปฏิบัติงานพัฒนาหลักสูตรโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ผลการประเมินนั้นให้เป็นประโยชน์ในการปรับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหลักสูตร  โดยมีการวัดผลเป็นระยะ ๆ ในระหว่างการทดลองใช้หลักสูตร  แล้วนำผลจากการวัดนั้นมาประเมินว่าแต่ละตอนของหลักสูตร  มีความเหมาะสมและสามารถปฏิบัติได้เพียงใด  มีปัญหาและอุปสรรคอะไรบ้าง  ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่นักพัฒนาหลักสูตรในการที่จะปรับปรุงส่วนประกอบทุกส่วนของหลักสูตรได้ถูกต้อง
                4.2  การประเมินผลเพื่อสรุปผล  คุณค่าของการพัฒนาหลักสูตรว่าดีหรือไม่  หลักสูตรได้สนองความต้องการของผู้เรียน  ของสังคมเพียงใด  ควรจะใช้ได้ต่อไป  หรือควรจะยกเลิกทั้งหมด  หรืออาจจะยกเลิกเพียงบางส่วน
                เซเลอร์และอเล็กซานเดอร์  (Falen J. Saylor and William M. Alexander)  ได้กล่าวไว้ในหนังสือ  Planning Curriculum for Modern School  ว่า  การประเมินผลหลักสูตรเป็นกระบวนการที่ยุ่งยากและซับซ้อนต้องอาศัยเทคนิคต่าง ๆ มาประกอบการประเมินผลหลักสูตรและได้จำลำดับขั้นตอนของการประเมินผลหลักสูตรไว้ 5 ประการดังนี้
                4.2.1  การประเมินผลจุดมุ่งหมายในระดับต่าง ๆ ได้แก่  จุดมุ่งหมายทั่วไปของหลักสูตร  จุดมุ่งหมายเฉพาะวิชา  และจุดมุ่งหมายในการสอน  เพื่อดูว่าจุดมุ่งหมายเหล่านี้เหมาะสม  สอดคล้องกับตัวผู้เรียนและสภาพสิ่งแวดล้อมหรือไม่เพียงใด  ภาษาที่ใช้ยุ่งยากแก่การสื่อสาร  การกำหนดจุดมุ่งหมายไว้สูงเกินไป  ยากแก่การปฏิบัติหรือไม่
                4.2.2  การประเมินผลโครงการการศึกษาของโรงเรียนทั้งหมด  ทั้งนี้เป็นการประเมินผลโครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้หลักสูตรบรรลุจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้  เช่น  การเตรียมความพร้อมของโรงเรียน  เกี่ยวกับการใช้หลักสูตรใหม่  การดำเนินงานของกลุ่มโรงเรียน  การจัดสรรงบประมาณ  การแนะแนว  ห้องสมุด  โรงฝึกงาน  การดำเนินงานของโครงการต่าง ๆ ได้กระทำไปมากน้อยแค่ไหนและโครงการที่ได้กระทำไปมีประสิทธิภาพหรือไม่
                4.2.3  การประเมินผลการเลือกเนื้อหาสาระวิชา  การเลือกและจัดประสบการณ์เรียน  สื่อการเรียน  ว่าได้จัดและดำเนินไปเหมาะสมมากน้อยเพียงใด  การจัดประสบการณ์เรียนได้สัดส่วนกันครบทุกด้านและมีความเหมาะสมหรือไม่
                4.2.4  การประเมินผลการสอน  การประเมินผลขั้นนี้ครูเป็นผู้ที่มีบทบาทมากในการนำหลักสูตรมาปรับใช้ในห้องเรียน  การประเมินผลระดับขั้นนี้ก็เพื่อจะดูว่า  การสอนของครูดำเนินไปโดยยึดถือหลักสูตรเป็นหลักหรือไม่  การสอนได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือไม่  การสอนได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้เรียนก็คือ  ความสำเร็จในการสอนของครู  เพื่อการดำเนินไปสู่จุดมุ่งหมายของหลักสูตรนั้นเอง
                4.2.5  การประเมินผลโครงการของหลักสูตร  ถึงแม้ว่าการประเมินผลแต่ละโครงการได้วางแผนและขั้นตอนของการประเมินผลไว้อย่างดีแล้วก็ตาม  แต่การดำเนินงานอาจจะมีข้อผิดพลาดได้  ซึ่งจะเป็นผลทำให้การประเมินผลเพื่อสรุปผลของหลักสูตรผิดพลาดไปได้  ฉะนั้นจึงต้องมีการประเมินผลโครงการเพื่อตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง
                โดยทั่วไปแล้วการประเมินผลหลักสูตรใด ๆ ก็ตาม  จะมีจุดมุ่งหมายและขั้นตอนของการปฏิบัติที่ส่วนใหญ่ ๆ คล้ายคลึงกันดังนี้
                1.  เพื่อหาคุณค่าของหลักสูตรนั้น  โดยตรวจสอบดูว่าหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นมานั้นสามารถบรรลุตามวัตถุประสงค์หรือไม่  ซึ่งเป็นระยะของการพัฒนาหลักสูตรและการประเมินผลตามลำดับดังนี้คือ
                -  การประเมินผลจุดมุ่งหมายทั่วไปหลักสูตร  และจุดมุ่งหมายเฉพาะที่สำคัญ ๆ ของหลักสูตร
                -  การประเมินผลแต่ละระยะของการว่าแผนงาน
                -  การทดลองและการปรับปรุงวัสดุประกอบหลักสูตรและวิธีการสอนต่าง ๆ
                -  การประเมินผลระยะทดลองต่าง ๆ
                -  การประเมินผลการทดลองใช้หลักสูตรของกลุ่มใหญ่
                -  การควบคุมคุณภาพของการใช้หลักสูตรทั่วไป
                2.  เพื่อวัดผลดูว่า  การวางเค้าโครงและรูปแบบระบบของหลักสูตร  รวมทั้งวัสดุประกอบหลักสูตร  และการบริหารและการบริหารหลักสูตรเป็นไปในทางที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ โดยแบ่งระยะของการประเมินดังนี้
                -  ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะสาขาวิชา  ตรวจสอบเสนอแนะให้ข้อมูลในการประเมินผล
                -  กลวิธีการสังเกต  การสอน  เพื่อความเที่ยงตรงในการประเมินผล
                -  สร้างเครื่องมือ  ข้อทดสอบ  ในการประเมินผลหลักสูตร
                -  ศึกษาแหล่งข้อมูลสำหรับการประเมินผล  จากครู  ผู้ปกครองและชุมชน
                -  รวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการประเมินผล
                3.  การประเมินผลจากตัวผู้เรียนเอง  เพื่อตรวจสอบดูว่ามีลักษณะที่พึงประสงค์เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตรหรือไม่เพียงไร
5.  รูปแบบการประเมินหลักสูตร
                3.1  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของไทเลอร์  (Relph W. Tyler) 
                                รูปแบบการประเมินหลักสูตรของราล์ฟ ไทเลอร์  เป็นรูปแบบที่เน้นการประเมินสัมฤทธิ์ที่ได้จากหลักสูตร  ในทัศนะของไทเลอร์นั้นถือว่ากระบวนการทางการศึกษาจะมีจุดเน้นอยู่ 3 ส่วน  คือ  จุดมุ่งหมายของการศึกษา  ประสบการณ์การเรียนรู้  และสัมฤทธิผลของการเรียน
รูปแบบการประเมินหลักสูตรของไทเลอร์มีข้อจำกัดอยู่ก็คือ รูปแบบประเมินหลักสูตรแบบนี้จะใช้กับหลักสูตรที่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้วเท่านั้น  หากเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือทันทีทันใดโดยไม่คาดหวังมาก่อนรูปแบบการประเมินนี้จะไม่ครอบคลุมถึง  โดยเหตุนี้จึงได้มีผู้คิดรูปแบบการประเมินหลักสูตรขึ้นมาใหม่อีกในระยะต่อมา
                  3.2  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของสเตค  (The Stake’s Congruence Contingency Model)
                  โรเบอร์ต อี. สเตค (Robert E. Stake)  ได้เสนอแนวคิดเกี่ยวกับการประเมินหลักสูตรโดยเน้นเกี่ยวกับชนิดของข้อมูลและประเภทของกิจกรรมที่ปฏิบัติอยู่ในโครงการเป็นสำคัญ  ข้อมูลที่ใช้ในการประเมินหลักสูตรจำแนกออกเป็น 2 ชนิด  คือข้อมูลเชิงบรรยาย (descriptive) และ ข้อมูลเชิงตัดสิน (judge mental) 
                  ข้อมูลเชิงบรรยาย  ได้แก่ ข้อมูลที่อธิบายลักษณะความมุ่งหวังของโครงการ  (intents sources) และข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตได้จากการปฏิบัติตามโครงการนั้น ๆ (observation sources)
                  ข้อมูลเชิงตัดสิน  ได้แก่  ข้อมูลเกี่ยวกับการพิจารณาคุณค่าของโครงการซึ่งใช้เกณฑ์ในการพิจารณา 2 ลักษณะคือ เกณฑ์มาตรฐาน (standard sources) และเกณฑ์การตัดสิน  (judgements sources)  สำหรับเกณฑ์มาตรฐานนั้น  ได้แก่  การนำเอามาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับกันมาเป็นเกณฑ์สำหรับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  เช่น  คะแนนเฉลี่ยในการสอบ ระดับความเป็นอยู่ด้านอนามัยตามที่ผู้เชี่ยวชาญกำหนด  เป็นต้น  ส่วนเกณฑ์การตัดสินนั้นได้แก่  การถือเอาผลของวิธีการต่าง ๆ ซึ่งทำเพื่อเป้าหมายเดียวกันมาเปรียบเทียบกัน  หรือเปรียบเทียบผลของโครงการลักษณะเดียวกันที่จัดอยู่ในชุมชนต่าง ๆ เป็นต้น
                การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงบรรยาย  สเตคได้ใช้ความสอดคล้อง  (Contingency)  และความสัมพันธ์  (Congruence)  เป็นเกณฑ์ในการควบคุมการประเมินผลทั้งหมดโดยสำรวจความสัมพันธ์ของสภาพก่อนโครงการ  (Antecedents)  กระบวนการสอนหรือการปฏิบัติ  (Transactions)  และผลได้รับจากโครงการ  (Outcomes)  และสำรวจความสอดคล้องของสิ่งที่คาดหวังกับผลที่เกิดขึ้นของสภาพก่อนโครงการ  กระบวนการสอน  และผลที่ได้รับจากโครงการ 
.3  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของโพรวัส  (Provus  Discrepency Evaluation Model)                การประเมินหลักสูตรตามรูปแบบของโพรวัส  จะมีขั้นตอนที่สำคัญ  5  ขั้น  คือ
                (1)  ตั้งเกณฑ์มาตรฐาน  (Standard -S) โดยมีผู้ประเมินหลักสูตรจะตั้งเกณฑ์มาตรฐานของสิ่งที่ต้องการวัดไว้ว่าต้องการในระดับไหน
                (2)  รวบรวมผลการปฏิบัติ  (Performance – P) ผู้ประเมินจะทำการรวบรวมข้อมูลที่ต้องการทราบโดยละเอียดหรือเพียงพอสำหรับการจะนำไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้
                (3)  ทำการเปรียบเทียบผลการปฏิบัติกับเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้  (Compare - C)  โดยผู้ประเมินจะนำข้อมูลที่รวบรวมได้ในขั้นที่ 2 ไปเปรียบเทียบกับเกณฑ์มาตรฐานที่ได้ตั้งไว้ในขั้นที่ 1
                (4)  ผลของการเปรียบเทียบ  (Discrepancy - D)  จากการเปรียบเทียบในขั้นที่ 3 จะทำให้ทราบถึงช่องว่างของความแตกต่างระหว่างเกณฑ์มาตรฐานกับผลการปฏิบัติ
                (5)  ทำการตัดสินใจ  (Decision Making)  เป็นขั้นสุดท้ายของการประเมินหลักสูตร  โดยการพิจารณาตัดสินใจที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับหลักสูตร 
3.4  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของฟายเดลตา  แคปปา  (The Phi Delta Kappa Committee Model)
                รูปแบบการประเมินหลักสูตรตามแนวความคิดของคณะกรรมการสมาคมทางด้านหลักสูตร  (Phi Dalta Kappa)  ได้รับการพัฒนามาจากแนวความคิดในการประเมินโครงการของสตัฟเพิลบีม  (Daniel L. Stufflebeam)  การประเมินผลในรูปแบบนี้นิยมเรียกชื่อย่อว่า  CIPP  Model  โดยหลักการของการประเมินหลักสูตรตามรูปแบบ  CIPP  Model  จะมุ่งการประเมินสภาพการณ์ต่าง ๆ ของหลักสูตร  4  ส่วนด้วยกัน  คือ
                (1)  การประเมินสภาพแวดล้อม  (Context Evaluation - C) เป็นการประเมินสภาพปัญหา และความต้องการของสังคม ตลอดจนปรัชญาและแนวคิดต่าง ๆ ที่จะนำไปสู่การกำหนดจุดมุ่งหมายของหลักสูตร
                (2)  การประเมินปัจจัยเบื้องต้น  (Input Evaluation - I) เป็นการตรวจสอบสภาพและความพร้อมของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีความเกี่ยวข้อกับการใช้หลักสูตร เช่น  อาคาร  สถานที่  บุคลากร  งบประมาณ ฯลฯ
                (3)  การประเมินกระบวนการ  (Process Evaluation - P) เป็นการประเมินกระบวนการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการบริหารและบริการหลักสูตร กระบวนการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนกระบวนการส่งเสริมการใช้หลักสูตร เป็นต้น
                (4)  การประเมินผลิตผล  (Product Evaluation - P) เป็นการประเมินผลิตผลที่ได้จากหลักสูตรว่าตรงกับเจตนารมณ์และเป้าหมายของหลักสูตรหรือเป็นไปตามความคาดหวังหรือความต้องการของสังคมเพียงใด 
                การประเมินหลักสูตรโดยใช้  CIPP Model  นี้เป็นการประเมินสภาพข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตรในด้านต่าง ๆ ให้มีความครอบคลุมมากที่สุด  หรือจะกล่าวได้อีกนัยหนึ่งก็คือ  การประเมินหลักสูตรโดยใช้  CIPP Model  เป็นแนวทางในการดำเนินการนั้นก็คือการประเมินระบบหลักสูตรนั่นเอง
                3.5  รูปแบบการประเมินหลักสูตรของโกว์  (Doris T. Gow’s Intrinsic Analysis Model) 
                รูปแบบการประเมินหลักสูตร ของโกว์  (Doris T. Gow) เป็นรูปแบบประเมินเพื่อตัดสินคุณภาพของหลักสูตร กระบวนการดำเนินงานจะมี 2 ขั้นตอนดังนี้คือ
                (1)  วิเคราะห์หลักสูตร โดยพิจารณาจากองค์ประกอบ 4 ประการคือ โอกาสในการเรียนรู้  สิ่งเร้า โครงสร้างของหลักสูตร และสภาพการเรียนการสอน
                (2)  ทำการตัดสินคุณภาพของหลักสูตรโดย