- ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ “การดูแลรักษาและทำความสะอาดบ้านและเครื่องเรือน” พร้อมภาพประกอบ โดย “เลือก 1 หัวข้อ” ศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้ :
* การทำความสะอาดพื้นบ้านที่ปูด้วยกระเบื้อง
* การทำความสะอาดพื้นบ้านที่เป็นซีเมนต์
* การทำความสะอาดหน้าต่างมุ้งลวด
* การทำความสะอาดตู้เสื้อผ้า
* การทำความสะอาดห้องน้ำ – ห้องส้วม
* การทำความสะอาดตู้อาหารและชั้นต่าง ๆ ในครัว
หรือหัวข้ออื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

- ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ "วิธีการใช้งานและการดูแลรักษาภาชนะประเภทต่าง ๆ" พร้อมยกตัวอย่างและภาพประกอบ โดย “เลือก 1 หัวข้อ” ศึกษาตามหัวข้อต่อไปนี้
* ภาชนะเครื่องเงิน
* ภาชนะเครื่องทองเหลือง
* ภาชนะเครื่องเคลือบ
* ภาชนะอลูมิเนียม
* ภาชนะสเตนเลส
* ภาชนะแก้ว
* ภาชนะเครื่องใช้พลาสติก
* ภาชนะเครื่องใช้ที่ทำด้วยไม้

- ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับ "วิธีการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและการดูแลรักษา" (มา 1 ชนิด)
สพฐ. ม. 5.5.5 สามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อพัฒนาการเรียนรู้
         ม.6.6.3 สนใจแสวงหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ รอบตัว ใช้ห้องสมุด แหล่งความรู้และสื่อต่าง ๆ ได้ ทั้งในและนอกสถานศึกษา



การทำความสะอาดมุ้งลวด
               
              มุ้งลวดที่บ้าน เมื่อใช้ไปนานมีคราบฝุ่นละอองจับอยู่หนาแน่น ก็ถึงเวลาแล้วล่ะที่คุณต้องทำความสะอาดมุ้งลวดที่บ้านบ้าง
             คุณสมบัติของมุ้งลวดที่ใช้กันอยู่ตามบ้าน ก็เพื่อป้องกันแมลงต่างๆ ที่จะเข้ามาทำความรำคาญ และโรคภัยให้กับคุณและสมาชิกในบ้าน
มุ้งลวดที่ใช้มานานย่อมมีฝุ่นละอองจับอยู่หนาแน่น เพราะการทำความสะอาดประจำสัปดาห์ ด้วยการใช้ไม้ขนไก่หรือไม้กวาดทั่ว ๆ ไป กวาดฝุ่นละออง คงออกไปหมดแน่ และยิ่งนานวันคราบฝุ่นละอองยิ่งจับกันหนาแน่นมากกว่าเดิม
- เริ่มต้นจากการถอดตะแกรงมุ้งลวดออกมาจากหน้าต่างแล้ววางลงบนกระดาษหนังสือพิมพ์ แล้วใช้เครื่องดูดฝุ่น(ถ้ามี) หรือใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดถูเพื่อขจัดฝุ่นละอองเป็นอันดับแรก
- หลังจากนั้นใช้ฟองน้ำชุบน้ำผสมผงซักฟอก ขัดถูทำความสะอาดตะแกรงมุ้งลวด จนทั่วทั้งแผ่นตะแกรง สุดท้ายล้างด้วยน้ำสะอาด แล้วนำไปตากแดดให้แห้ง
-หลังจากนั้น สิ่งที่คุณไม่ควรละเลย คือ รางหน้าต่างที่จะมีเศษฝุ่นและสิ่งสกปรกติดอยู่ ก็ถือโอกาสทำความสะอาดในคราวเดียวกัน เพราะสิ่งสกปรกที่ติดอยู่จะทำให้การเปิดปิดหน้าต่างโดยเฉพาะหน้าต่างกระจก ที่เป็นบานเลื่อนจะทำให้เลื่อนปิด-เปิดยาก
-ให้ใช้แปรงสีฟันที่ไม่ใช้แล้วขัด เอาฝุ่นออก จากนั้นใช้สำสีก้านชุบน้ำเช็ดทำความสะอาดอีกอีก เพียงเท่านี้ ลมที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างของคุณก็ปลอดจากฝุ่นละอองและที่สำคัญเมื่อเกิดฝนตกหนักการปิดหน้าต่างก็จะทำได้สะดวกกว่าเดิม




ภาชนะสเตนเลส



ขั้นตอนการทำความสะอาดรอยเปื้อนชนิดต่างๆ โดยทั่วไป
รอยเปื้อน
วิธีทำความสะอาด
- รอยนิ้วมือ
ล้างด้วยสบู่ ผงซักฟอก หรือสารทำละลาย เช่น แอลกอฮอล์ หรือ อะซีโตน ( Acetone) แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นจนสะอาด จากนั้นเช็ดให้แห้ง
- มันและจาระบี
ล้างด้วยสารทำละลายอินทรีย์ประเภทไฮโดรคาร์บอน (เช่น แอลกอฮอล์) จากนั้นล้างด้วยน้ำสบู่หรือผงซักฟอกอย่างอ่อนแล้วจึงล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้งให้สะอาดและเช็ดให้แห้ง ก่อนล้างควรแช่ไว้ในน้ำสบู่อุ่นๆ สักพักจะช่วยให้ล้างออกได้ง่ายขึ้น
- สี
ใช้แปรงไนลอนชนิดนุ่มจุ่มทินเนอร์ขัดออกเบาๆ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง
- เขม่าหรือคราบอาหาร
แช่ในน้ำ ใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีส่วนผสมของแอมโมเนียเช็ด แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็นก่อนเช็ดให้แห้ง
- การเปลี่ยนสีอันเกิดจากความร้อน
ใช้แผ่นขัดทำความสะอาดที่ไม่ใช่โลหะและน้ำยาที่ไม่กัดกร่อนผิว ( เช่น บรัสโซ) ขัดรอยด่างออกโดยขัดไปในทิศทางเดียวกับลักษณะการเคลือบผิววัสดุ ล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง
- ฉลากและสติ๊กเกอร์
แช่ในน้ำสบู่ร้อนๆ ก่อนจะลอกฉลากและทำความสะอาดกาวที่ติดอยู่ออกด้วยเมทิลแอลกอฮอล์ ( Methylated Spirit) หรือน้ำมันเบนซิน จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก ล้างออกอีกทีด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม
- รอยน้ำ-ตะกรัน
รอยที่เห็นชัดสามารถลดเลือนได้ด้วยการแช่ไว้ในน้ำส้มสายชู 25% หรือกรดไนตริก 15% จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด ตามด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก และล้างออกอีกครั้งให้สะอาดด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม
- สารแทนนิน จากชาหรือกาแฟ
ล้างด้วยน้ำร้อนผสมโซดาซักผ้า (โซเดียมไบคาร์บอเนต) จากนั้นล้างตามด้วยน้ำสบู่หรือน้ำผสมผงซักฟอก ล้างออกให้สะอาดด้วยน้ำร้อน เช็ดให้แห้งด้วยผ้าสะอาดเนื้อนุ่ม
- คราบสนิม
แช่ส่วนที่ขึ้นสนิมในน้ำอุ่นผสมสารละลาดกรดไนตริกในสัดส่วน 9:1 เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด หรือทาพื้นผิวที่ขึ้นสนิมด้วยสารละลายกรดออกซาลิก ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
จากนั้นล้างออกด้วยน้ำเย็นและเช็ดให้แห้ง หรือในกรณีของคราบสนิมที่ติดทนและยากต่อการกำจัด อาจต้องใช้เครื่องจักรช่วยขัดทำความสะอาด



วิธีการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและการดูแลรักษา
            หลักในการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า การประหยัดไฟฟ้า ต้องเริ่มจากการพิจารณาเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างมีหลักเกณฑ์ ซึ่งข้อแนะนำต่อไปนี้จะเป็นเครื่องช่วยประเมินคุณค่าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จะซื้อ ก่อนตัดสินใจควรพิจารณาดังนี้
1. ควรทราบว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าที่พบเห็นนั้น กินไฟมากน้อยเพียงไร
2. มีความเหมาะสมในการใช้งานหรือไม่
3. สะดวกในการใช้สอย คงทน ปลอดภัยหรือไม่
4. ภาระการติดตั้ง และค่าบำรุงรักษา
5. พิจารณาคุณภาพ ค่าใช้จ่าย อายุใช้งาน มาประเมินออกมาเป็นตัวเงินด้วย
พัดลม



วิธีใช้ พัดลมเพื่อให้ประหยัดพลังงาน
1.ควรใช้พัดลมตั้งพื้นหรือตั้งโต๊ะแทนพัดลมติดเพดานเพราะจะกินไฟน้อยกว่าพัดลมติดเพดานประมาณครึ่งหนึ่ง
2.อย่าเปิดพัดลมทิ้งไว้เมื่อไม่มีคนอยู่
3.เมื่อเลิกใช้แล้วควรปิดพัดลมและถอดปลั๊กออก
4.ปรับระดับความเร็วลมพอสมควร
5.เลือกขนาดให้เหมาะสมกับการใช้งาน
6.ควรเปิดหน้าต่างใช้ลมธรรมชาติแทนถ้าทำได้
คำแนะนำ ด้านความปลอดภัยของพัดลม
1. ไม่ควรมีวัสดุติดไฟใกล้บริเวณพัดลม เช่น ผ้าม่าน กองกระดาษ หรือหนังสือ
2. ควรเป็นพัดลมชนิดมีฉนวนประเภท 2 มิฉะนั้นต้องมีสายดิน
3. หมั่นตรวจสอบไฟรั่วด้วยไขควงลองไฟเสมอ
4. พัดลมที่เปิดแล้วไม่หมุนหรือหยุดหมุนจะร้อนและเกิดไฟไหม้ได้ให้รีบปิดพัดลมแล้วถอดปลั๊กเพื่อส่งซ่อมต่อไป
5. ตรวจสอบสภาพของสายอ่อนที่ใช้อยู่เสมอ ซึ่งฉนวนมักจะชำรุดได้ง่าย
6. อย่าพยายามเปิดพัดลม เพื่อระบายอากาศในบริเวณที่มีสารระเหยที่ไวไฟ เช่น ก๊าซหุงต้ม ทินเนอร์ หรือไอน้ำมันเชื้อเพลิง
7. ดูข้อควรปฏิบัติในการใช้ไฟฟ้า หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย