ภาพการแต่งกาย

  

1.พิจารณาการแต่งกายของคนในรูปภาพว่าแต่งกายถูกต้องตามหลักการต่อไปนี้หรือไม่ ?อย่างไร ?

o ความเหมาะสมตามหลักการแต่งกาย

ภาพขวาเหมาะสมเพราะเรียบร้อยกระโปรงยาว ส่วนภาพซ้ายไม่เหมาะสมกระโปรงสั้นและรัดแน่น

o ความเหมาะสมของเสื้อผ้าต่อบุคลิกภาพ วัย และผิว

ภาพขวาเหมาะสมเพราะเหมาะกับวัยเรียนถูกระเบียบไม่ล้อแหลม บุคลิกภาพดูดี

ภาพซ้ายไม่เหมาะเพราะไม่เรียบร้อยอายุยังน้อยและยังศึกษาอยูไม่ควรแต่งกายเช่นนี้

o ความเหมาะสมของเสื้อผ้าสำหรับคนสูง เตี้ย และอ้วน

ภาพขวาเนื่องจากบุคคลในภาพมีรูปร่างสมส่วน จึงใส่ออกมาแล้วดูไม่อ้วน

o ความเหมาะสมของเสื้อผ้าสำหรับคนหนักบน หนักล่าง และผอม

บุคคลในภาพมีรูปร่างผอมจึงสวมเสื้อไม่อ้วน ใส่กระโปรงพีชมีจีบรอบตัวแล้วไม่อ้วน แต่คนที่มีรูปร่างทวมไม่ควรใส่

o ความเหมาะสมของการเลือกใช้ผ้าที่เป็นริ้วและลาย

ภาพขวามีการใส่กระโปรงจีบรอบตัวแต่เป็นคนผอมจึงใส่แล้วไม่อ้วน

o ความเหมาะสมของการเลือกชนิดของคอเสื้อที่สวมใส่

คนในภาพมีลำคอยาวและสวยจึงใส่เสื้อที่มีปกได้สวยงามแม้จะเป็นปกนักศึกษาปกติ

*****************************************************************

2 สำรวจหรือสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่จะซ่อมแซมและดัดแปลงแก้ไข บันทึกภาพเสื้อผ้า “ก่อน” และ “หลัง” ซ่อมแซมหรือดัดแปลงแก้ไข

*******************************************************************

3.สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการทำความสะอาดเสื้อผ้า (เคล็ดลับ) ตามหัวข้อต่อไปนี้

 

- การซักรีดเสื้อผ้า

นอกจากจะต้องควบคุมความร้อนให้เหมาะสมกับเนื้อผ้าแล้ว การรีดผ้าไม่ใช่แค่รีดอย่างเดียว เริ่มจากขั้นตอนการซักด้วย เช่น ถ้าซักด้วยเครื่อง ผ้าที่ต้องรีด ควรใช้โปรแกรม permanent press และปั่นแห้งที่ tumble dry low จากนั้น ถ้าจะให้ดีคือรีดทันทีเลย เพราะผ้าจะยังอมความชื้นนิดๆ ทำให้รีดง่าย ถ้ายังไม่ว่างรีดตอนนั้น ก็ต้องใส่ไม้แขวนเสื้อเอาไว้ ผ้าจะได้ไม่ยับมาก ถ้าคุณรีดทันทีที่เอาออกจากเครื่องปั่นแห้ง ฉีดสเปรย์นิดหน่อย สำหรับผ้ารีดยาก อย่างลินิน ถ้าเป็นผ้าผสมเส้นใย ก็พรมน้ำนิดหน่อยก็พอ ส่วนที่ว่าไม่อยากให้ผ้าเป็นเงานั้น ให้คุณรีดด้านใน และถ้ามีโต๊ะรีดผ้า และโต๊ะเล็กๆ สำหรับรีดแขนเสื้อจะดีมาก ถ้าเป็นผ้าลินิน ต้องใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางด้านบนส่วนที่จะรีด ถึงจะเรียบเสมอกัน สำหรับผ้าไหม ให้พรมน้ำให้ทั่วๆ แล้วนำไปใส่ไว้ในตู้เย็นช่องฟรีซ ประมาณสิบนาที ก่อนนำออกมารีด จะทำให้รีดง่ายขึ้นมาก

- การทำความสะอาดรอยเปื้อนบนผ้า

คราบน้ำผลไม้ ให้รีบนำผ้าแช่น้ำทันที แต่ถ้าคราบแห้งไปแล้วให้ใช้แอมโมเนียประมาณ 1 ช้อนโต๊ะผสมกับน้ำ 1 ลิตร แช่ผ้าเฉพาะตรงรอยเปื้อนทิ้งไว้ซักครู่ แล้วล้างให้สะอาด หรือใช้มะนาวถูบริเวณที่เปื้อน แล้วซักออกด้วยน้ำอุ่นอีกครั้ง

คราบหมากฝรั่ง ใช้เพียงตู้เย็นเท่านั้น ให้เอาผ้าที่ติดหมากฝรั่งไปแช่ช่องแข็งไว้ เพื่อให้หมากฝรั่งแข็งตัวแล้วค่อยดึงออก เท่านี้คราบหมากฝรั่งก็จะจากไป

คราบเลือด เป็นคราบที่ซักยากมาก ฉะนั้นหากผ้าของเราเปื้อนเลือดขึ้นมาให้รีบแช่น้ำในทันทีจะช่วยให้ซักออกง่าย แต่ถ้าผ้านั้นถูกทิ้งไว้นานจนคราบเลือดแห้งติดผ้าและแทรกซึมไปตามเส้นใยของผ้าแล้วจะซักยากมาก ให้แช่ผ้าในน้ำที่ผสมเกลือ ใช้อัตราส่วนน้ำ 5 ลิตร ต่อเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ แช่ทิ้งไว้ 1 ชั่วโมงแล้วค่อยนำไปซักในน้ำยาซักผ้า ผงซักฟอกหรือสบู่ก็ได้ จนคราบเลือดหลุดหมด

คราบลิปสติก ใช้วาสลินหรือยาสีฟันถูบนรอยเปื้อนแล้วจึงนำมาซักโดยวิธีธรรมดา หรือเลือกใช้อีกวิธี เอาน้ำตาลทรายผสมกับน้ำแล้วถูตรงบริเวณที่เปื้อน แล้วใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดออก คราบน้ำหอม สำหรับหนุ่ม ๆ สาว ๆ น้ำหอมมีมนต์เสน่ห์ติดตรึงใจ แต่ถ้าน้ำหอมเปื้อนเสื้อผ้าของเราแล้ว ให้รีบนำผ้าที่เปื้อนไปล้างออกด้วยน้ำเย็น ถ้ายังไม่ออกให้ใช้สำลีชุบน้ำมันสนเช็ดบริเวณที่เปื้อนแล้วนำมาซักใหม่อีกครั้ง

คราบช็อคโกแลต/กาแฟ ใช้กลีเซอรีน ( หาซื้อได้ตามร้ายขายยา )ทาทิ้งไว้บริเวณที่เปื้อน หลังจากนั้นจึงค่อยล้างออกด้วยน้ำอุ่นกึ่งร้อนอีกครั้ง เพื่อละลายไขมัน คราบเปื้อนก็จะจางหายไป คราบสนิม นำผ้ามาชุบน้ำให้เปียกก่อน หยดน้ำมะนาวตรงรอยเปื้อนสนิม แล้วนำมาซักด้วยวิธีธรรมดา

คราบกาว เอาเสื้อผ้าที่เปื้อนกาวไปแช่ในน้ำเย็น แล้วซักด้วยผงซักฟอก ถ้ายังไม่หายก็ใช้ต้มหรือใช้ผ้าชุบน้ำส้มสายชูเช็ดตรงรอยเปื้อน คราบสี ใช้น้ำมันสนเช็ดบริเวณที่เปื้อนสี ทิ้งไว้สักพัก แล้วล้างออกด้วยน้ำสบู่ หรือใช้แอมโมเนียผสมน้ำ จากนั้นเอาผ้าเปื้อนสีแช่ไว้ครึ่งชั่วโมง แล้วนำไปซักด้วยผงซักฟอกธรรมดา รอยเลอะของสีจะหลุดออกจากเสื้อผ้า

คราบหมึก นำสเปรย์ฉีดผม ฉีดลงบนคราบหมึกที่เลอะอยู่บนผ้า หลังจากนั้นนำแปรงมาแปรงเบา ๆ บนคราบหมึก เสร็จแล้วนำไปซักตามปกติ คราบจากยาแดงใส่แผล นำไฮเตอร์มาละลาย ผสมกับผงซักฟอกนำผ้าที่เปื้อนไป แช่ 10 – 15 นาทีหลังจากนั้นก็นำไปซักตามปกติ

คราบเชื้อรา นำเกลือและมะนาวผ่าซีกถูลงบนคราบเปื้อน แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพื่อเอาเชื้อราออกให้หมด

คราบสารระงับกลิ่นตัว นำผ้าที่เปื้อนไปแช่น้ำอุ่นผสมผงซักฟอก ทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมงจะช่วยขจัดไขมันที่ออกจากร่างกายของเรา และคราบที่เปื้อนจะจางหายไป

คราบเทียนไข หยดแอลกอฮอล์เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ลงบริเวณดังกล่าวรอจนกระทั่งน้ำตาเทียนละลาย เสร็จแล้วให้นำเศษผ้าสะอาดชุบแอลกอฮอล์เช็ดอีกครั้ง รอยน้ำตาเทียนก็จะระเหยออกจนหมด และไม่เหลือคราบเป็นจุดด่างไว้เลย

***********************************************************************

4.กิจกรรมบันทึกแนวคิดหน่วยที่ 3 ผ้าและเครื่องแต่งกาย

หัวข้อ : นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการทำความสะอาดเสื้อผ้าไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ?

นำไปใช้ได้โดยการเวลาเสื้อของเราเปื้อนอะไรจะได้กำจัดออกได้อย่างถูกวิธี และหมดไปได้อย่างไม่เหลือคราบแนะนำผู้อื่นที่ประสบปัญหาถึงวิธีขจัดรอยเปื้อนต่างๆที่ช่วยทำให้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลา  ไม่ทำลายผ้า ไม่บอกเพือนๆให้ได้ความรู้ใหม่เพิ่มเติม

*******************************************************************

5. ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ 3 ผ้าและเครื่องแต่งกาย

 

...คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ 3...

 

1. ผู้ที่จะแต่งกายได้งามนั้นมีอะไรที่เป็นพื้นฐานของการแต่งกาย จงอธิบาย

การวางตัวและบุคลิกภาพที่ดี การยืน เดิน นั่ง ทุกอิริยบทจะช่วยส่งเสริมกันนอกจากการแต่งกายดี และการมีรสนิยมดี และฉลาดในการเลือก

..............................................................................................................

2. หลักที่ควรยึดถือในการแต่งกายมีอะไรบ้าง เขียนมาเป็นข้อ ๆ

1. ต้องรู้จักเลือกแต่งกายให้ถูกตามกาละเทศะ ถูกสถานที่ และเวลา

2. การเลือกเสื้อผ้า และเครื่องแต่งกาย ควรพิจารณาจากบุคลิกภาพ

3. ควรรู้ว่ารูปร่างลักษณะของเรานั้นมีส่วนดีที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้เสริมส่วนดีเหล่านั้นให้เด่นขึ้น

4. ต้องรู้จักการแก้ไขโดยพราง ข้อบกพร่องหรือส่วนที่ไม่สมส่วนในรูปทรงของเรา

5. การเลือกสีเสื้อผ้าควรพิจารณาจากผิวพรรณเป็นสำคัญด้วย

6. ควรพิถีพิถันและประณีตให้มาก

7. ควรรักษา ซ่อมแซมเสื้อผ้าให้ประณีตและสะอาดอยู่เสมอ

8. การแต่งกายที่ยึดหลักประหยัด ควรมีเสื้อผ้าน้อยชุด แต่สามารถใช้ได้หลายงาน

9. ควรหัดใช้เครื่องประดับตกแต่งประกอบ

10. ควรหัดนั่ง เดิน ยืน ในท่าที่สำรวม สุภาพเรียบร้อย

..............................................................................................................

3. เปรียบเทียบศิลปะการแต่งกายที่เหมาะสมของบุคคลต่อไปนี้

• คนอ้วนและคนผอม คนอ้วนควรเลือกเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดไม่หนาจนเกินไป ไม่ควรใส่เสื้อลายตามขวาง คนผอม ควรเลือกเสื้อผ้าที่ใส่สบายๆ ไม่บางหรือหนาจนเกินไป

 • คนผิวขาวและคนผิวคล้ำ คนผิวขาว ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีสีเข้มหรืออ่อนแต่ไม่เข้มจนเกินไป คนผิวคล้ำไม่ควรเลือกใส่เสื้อผ้าสีสดๆ หรือสีเข้มมากเกินไป

 • คนรูปร่างเล็กและคนรูปร่างใหญ่ ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่มีลักษณะเหมาะสมกับรูปร่าง

................................................................................................................

4. บรรยายรูปร่างลักษณะของนักเรียน และอธิบายว่าถ้าจะใช้ผ้าเป็นริ้วเป็นลาย จะใช้ริ้วลายแบบไหน

เป็นคนรูปร่างสมส่วนแต่มีหน้าท้องเล็กน้อยจึงไม่สามารถใส่เสื้อผ้ารัดรูปได้  และไม่ควรใส่เสื้อลายขวาง เพราะจะเน้นช่วงตัว

................................................................................................................

5. เครื่องเกาะเกี่ยวที่ใช้ในการตัดเย็บมีอะไรบ้าง เสื้อผ้าที่นักเรียนใส่ส่วนใหญ่ต้องซ่อมแซมอะไรบ้าง

เข็ม ด้าน กรรไกร ของที่จะซอมแซมเย็บดอกลิส เย็บริมกระโปรงหรือเย็บกระดุมเสื้อนักเรียน หรือเย็บชายเสื้อใส่ไปเที่ยวเล็กน้อย

..................................................................................................................

6. อธิบายการติดกระดุมและติดตะขอมาให้เข้าใจ

การติดกระดุม

1.วางกระดุมลงบนผ้าในตำแหน่งที่จะติดกระดุม สอดเข็มหมุดที่ห่วงก้านกระดุมเพื่อยึดไว้ชั่วคราว

2. แทงเข็มขึ้นด้านบนสอดเข้าไปในห่วงกระดุม แทงเข็มลงให้ทะลุผ้าด้านล่าง ดึงด้ายให้ตึง เอาเข็มหมุดออก

3.ทำแบบข้อ 2 ซ้ำประมาณ 3 – 4 ครั้ง พันก้านกระดุมด้วยด้าย 3 รอบ แทงเข็มลงใต้ชิ้นผ้าผูกปมให้แน่น ตัดด้ายออก

การติดตะขอ

1.กำหนดตำแหน่งที่จะติดตะขอ

2.ติดตะขอเกี่ยวหรือตะขอสับบนเส้นกลางขอตะเข็บข้างตัวหรือกลางตัว

3.ติดตะขอรับบนเส้นกลางตะเข็บทางด้านซ้ายมือ

4.ติดตะขอรับให้หัวตะขออยู่บนกลางตะเข็บทางด้านขวามือ

5.สอยพันหรือเย็บแบบรังกระดุม สอยเรียงเส้นด้ายลงในช่องตะขอที่กำหนด

6.เย็บติดตะขอเกี่ยวและขอรับ ที่ขอบเอวเหนือซิป

.....................................................................................................................

7. อธิบายการปะเพื่อการตกแต่ง

การปะ การปะเพื่อการตกแต่ง เป็นการนำผ้าหรือวัสดุอื่นๆ ที่เป็นลวดลายหรอต้องการให้เกิดลวดลายมาวางทับบนเสื้อผ้าและปักริมโดยวิธีใด วิธีหนึ่งตามต้องการ

.....................................................................................................................

8. ถ้ากางเกงที่ใส่ขาดที่หัวเข่าจะแก้ไขดัดแปลงอย่างไรให้ใช้งานได้

การตกแต่งดัดแปลงโดยการตัดขาให้สั้นลงเพื่อสวมใส่อยู่กับบ้านและตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามมากขึ้น ซึ่งในการตกแต่งนั้นควรหาสิ่งที่มีอยู่ใกล้ตัวเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย การตกแต่งกางเกงยีนส์ด้วยเศษผ้านั้น ถ้าเป็นผ้าธรรมดา ควรเลือกผ้าที่เนื้อหนา เพื่อความคงรูปอยู่ตัว และถ้าเป็นผ้าสักหลาดจะประหยัดเวลาในการกันลุ่ยริมผ้า เพราะว่าเป็นผ้าที่ผลิตโดยวิธีอัดริมผ้าจึงไม่ลุ่ย ในปัจจุบันนิยมนำกางเกงยีนส์มาตกแต่งโดยใช้วัสดุอื่น ๆ มาตกแต่ง

....................................................................................................................

9. ถ้านักเรียนดัดแปลงเสื้อผ้าที่ไม่ใช้เป็นผ้ากันเปื้อน นักเรียนจะใช้ลวดลายและตะเข็บอะไรตกแต่งและมีวิธีทำอย่างไร

ใช้ลวดลายที่เรียบๆเพราะทำให้เข้ากับเสื้อผ้าได้ง่าย ตะเข็บสอย สรุปตะเข็บด้วยมือ 1.ตะเข็บด้น ใช้ด้นเพื่อจีบรูด เย็บยึดผ้าหลาย ๆ ชิ้น ด้นเพื่อเกล็ดดุนเพื่อชุนผ้า และเย็บตะเข็บที่ต้องการให้เสร็จอย่างรวดเร็ว 2.ตะเข็บด้นถอยหลัง ใช้เย็บแทนตะเข็บที่เย็บด้วยจักรได้ ฝีเข็มด้านถูกจะมองดูเหมือนเย็บด้วยจักร โดยเราเลือกตะเข็บแบบเทเลอร์เย็บ

.................................................................................................................

10. อธิบายขั้นตอนการซักรีดเสื้อผ้า

1.แยกผ้าขาว-ผ้าสี ออกจากกัน เพื่อนำผ้าขาวมาซักก่อน แล้วจึงซักผ้าสีทีหลัง และแยกผ้าที่มีเนื้อผ้าประเภทเดียวกันซักพร้อมกัน ผ้าเนื้อหนามากๆ เช่น ผ้ายีนส์ ควรแยกซักต่างหาก ถ้ามีรอยเปื้อนให้ใช้น้ำยาขจัดคราบไคลป้ายส่วนที่เปื้อนก่อน 2.เปิดน้ำใส่เครื่องซักผ้า ใส่ผงซักฟอกลงในเครื่อง เอาผ้าขาวใส่ลงไปตามความจุของเครื่อง แล้วกดปุ่มการทำงานตามระบบของเครื่องนั้นๆ และทำจนครบทุกขั้นตอน 3.นำผ้าที่ปั่นจนแห้งมารีดให้เรียบ ซึ่งต้องรู้ว่าผ้าชนิดไหนควรใช้ระดับความร้อนเท่าไร โดยดูจากวิธีการใช้เตารีด แต่ถ้าเป็นผ้าเนื้อบาง ๆ ควรใช้ผ้าขาวบางชุบน้ำหมาด ๆ วางทับแล้วจึงรีด จะช่วยให้เนื้อผ้าไม่เสียและรีดเรียบง่ายขึ้น เมื่อรีดเสร็จ นำไปใส่ไม้แขวนเสื้อแขวนไว้ที่ราว

.....................................................................................................................