กล้วยไม้ออกดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป ฉันนั้น
แต่ออกดอกคราใด งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม

          ดอกไม้ที่กำลังผลิดอกบานสะพรั่งแสดงถึงความงดงามของดอกไม้นั้นๆ อวดโฉมให้ผู้คนได้ชื่นชม ความสวยงาม เปรียบได้กับ การศึกษาไทย ถ้าหากคนไทยทุกคนช่วยกันสอดส่องดูและแก้ไขไม่ให้ระบบการศึกษาเหลือไว้แค่คำนิยาม ดิฉันปรารถนาว่า ระบบการศึกษาไทยจะงอกงามเหมือนดอกกล้วยไม้ที่กำลังบานรับแสงของพระอาทิตย์ตลอดไป

          การศึกษาคืออะไร คำถามนี้ดิฉันคิดว่าเพื่อนหลายคน คงจะพอจำได้กับคำนิยามต่างๆของนักทฤษฎีชาวต่างประเทศหรือนักวิชาการของบ้านเราได้ให้คำจำกัดความเอาไว้มากมาย เช่น การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม คือกระบวนการกำจัด อวิชาสำหรับมนุษย์ การนำความกระจ่างสู่จิตและทำให้เกิดปัญญาคือการสร้างสมและถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ของมนุษย์เพื่อการแก้ปัญหาและยังให้เกิดความเจริญ เป็นกระบวนการพัฒนาบุคคลทั้งในด้านจิตใจ นิสัย และคุณสมบัติอย่างอื่นๆ เป็นเครื่องมือสำคัญของรับในการสร้างความร่วมมือเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพลเมือง และนิยามสำคัญที่กล่าวว่า การศึกษา คือรากฐานที่สำคัญที่สุดในการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม ดิฉันเคยอ่านบทความจาก วารสารเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ เขียนเกี่ยวกับระบบการศึกษาไทยในปัจจุบันไว้ว่า

         “จากการเฝ้าสังเกต ความเป็นไปของการศึกษาไทยมากว่าทศวรรษ อาจกล่าวได้ว่าภาพที่เป็นจริงกับนิยามของการศึกษา มักเดินสวนทางกันตลอดมา ราวกับว่าการให้นิยามเป็นเพียงความนึกฝัน ที่ไม่มีวันเป็นจริงภาพสะท้อนของการศึกษาไทยในปัจจุบัน ยิ่งทำให้เห็นว่าการศึกษาไม่อาจเป็นกระบวนการพัฒนามนุษย์สู่ความเจริญงอกงามและสมดุลได้จริง ทั้งนี้ เพราะเนื้อตัวของการศึกษาเองก็มีปัญหาค่อนข้างมาก การที่กล่าวว่า การศึกษาเป็นรากฐานในการสร้างสรรค์และแก้ไขปัญหาต่างๆ ในสังคม จึงเป็นเพียงหลักการ แต่ไม่อาจนำมาใช้แก้ไขปัญหาสังคมได้จริง กล่าวอีกที การศึกษานั่นเองที่เป็นตัวบ่มเพาะปัญหาให้แก่สังคมมากขึ้นๆ ทุกที การกล่าวเช่นนี้ บางคนอาจมองว่าเป็นการมองโลกในทางร้าย แต่ถ้าพิเคราะห์ให้ดีผลสะท้อนจากการศึกษา ก็มักปรากฏออกมาในทาง ที่เป็นปัญหาจริงๆ ”  ดิฉันขอยกตัวอย่างปัญหาที่เป็นปัญหาของระบบการศึกษาไทย

         การศึกษาสร้างปัญหาให้ผู้ปกครอง จริงหรือไม่ว่า นับวันระบบการศึกษายิ่งสร้างความเจ็บปวดรวดร้าวแก่ผู้ปกครองมากขึ้น  ปรากฏการณ์การรับนักเรียนเข้าเรียน ม.1 ของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทั่วประเทศในช่วงเวลาที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นปัญหาของระบบการศึกษาได้ดี เราจะเห็นความโกลาหลของผู้ปกครอง ที่อยู่ในอาการหวั่นวิตกว่าบุตรหลานของตนนั้นจะสามารถฝ่าข้ามเส้นแบ่งระหว่างคำว่า ได้ กับ ตก หรือไม่ เมื่อผลสอบ หรือผลการเสี่ยงดวงออกมา จึงมีคนส่วนน้อยที่สมหวัง แต่คนส่วนใหญ่ผิดหวัง สำหรับผู้ที่พลาดหวัง เมื่อต้องอยู่ในฐานะของผู้แพ้ แม้การที่ต้องตกอยู่ในฐานะดังกล่าว อาจไม่ใช่ความผิดอะไร และไม่ใช่ความต่ำต้อยของสติปัญญาเด็ก แต่มาจากความไร้ปัจจัย (เงิน) ที่ทำให้เข้าไปไม่ถึงโอกาสในการฝึกฝนตนเองก่อนเข้าสู่สนามแข่งขันที่เคร่งเครียดและปวดร้าว จริงหรือไม่ ผู้ที่คว้าชัยโดยมากที่สามารถปีนป่ายเหยียบข้ามบ่าคนอื่นเพื่อไปยืน ณ จุดสูงสุดนั้น ก็คือ ผู้ที่ได้เข้าสู่กระบวนการท่องบ่นวิชาอย่างเป็นบ้าเป็นหลัง ติวตั้งแต่เช้ายันค่ำ พร่ำบ่มเพาะการแข่งขันให้เด็กตั้งแต่ชั้นอนุบาล โดยที่ลืมคิดไปว่าจิตวิญญาณก็จำเป็นต้องใส่ลงไปในหัวเขาด้วยเหมือนกัน เรามี พ.ร.บ.การศึกษาที่มีกลไกตรวจสอบประเมินคุณภาพให้สถานศึกษามีคุณภาพ และมาตรฐานเท่าเทียมกัน ถามว่า สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่ การประเมิน ของ สมศ. ที่ผ่านไปแล้ว 2 รอบ อะไรคือมรรคผลที่ได้มา นอกจากทำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองยิ่งไม่มั่นใจ ไม่เชื่อในระบบโรงเรียนมากขึ้น จึงหันมาพึ่งพาการติวเข้ม "เกมของคนเหนือคน" ถึงกับเชื่อว่า การติวเท่านั้นที่จะพาบุตรหลานของตนสู่ชัยชนะได้ และกระบวนการนี้คือภาพของความเลวร้ายในโลกที่ "มือใครยาสาวได้สาวเอา" อย่างถึงแก่น ใครมือสั้นก็ถูกเบียดให้ล้มลง และถูกเหยียบทับถมให้จมธรณีในที่สุด

        จากคำนิยามของนักทฤษฎีหรือนักวิชาการหลายท่านที่ให้คำนิยามเกี่ยวกับการศึกษาไทย แต่หากเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับปัจจุบันนั้นมันไม่สอดคล้องกันเลย พอดิฉันอ่านบทความจบ สิ่งแรกที่ดิฉันคิด คือสงสาร ลูก หลาน เพราะการที่จะได้เข้าโรงเรียนดีๆ มีชื่อเสียง เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด สิ่งแรกที่สำคัญก็คือ เงิน นั่นเอง สมมุติว่ามีเด็กชายคนหนึ่งเรียนเก่ง ขยัน มีฐานะทางบ้านปานกลางและ มีสิทธิเท่าเทียม กับเด็กทั่วไปซึ่งฐานะทางบ้านดี แต่ไม่สามารถเข้าเรียนต่อที่โรงเรียนมีชื่อเสียงได้   ดิฉันคิดว่ามันไม่ยุติธรรมเลยสำหรับเด็ก ๆ ไม่เพียงแค่เด็กที่จะเข้า ม.1 เท่านั้น แม้กระทั่งเด็กอนุบาลหรือ ป.1 ถ้าผู้ปกครองหวังจะให้บุตรหลานเข้าเรียนที่โรงเรียนทีมีการจัดรูปแบบการเรียนที่เป็นที่ยอมรับทางสังคม สิ่งแรกที่มี นั่นไม่ใช่ความรู้ ความสามารถของเด็ก แต่มันคือปัจจัย (เงิน) และเส้นสายภายใน นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างปัญหาของการศึกษาไทยในปัจจุบัน ที่เกิดขึ้นจริงในระบบการศึกษาไทย

ที่มา : วารสารเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้บนโลกออนไลน์ โดย บุณย์เสนอ ตรีวิเศรษฐ์

ที่มารูป : http://images.google.co.th

บทกลอนของท่านหม่อมหลวงปิ่น มาลากุล