บทกวี - อหังการของดอกไม้
สตรีมีสองมือ
มั่นยึดถือในแก่นสาร
เกลียวเอ็นจักเป็นงาน
มิใช่ร่านหลงแพรพรรณ

สตรีมีสองตีน
ไว้ป่ายปีนความใฝ่ฝัน
ยืนหยัดอยู่ร่วมกัน
มิหมายมั่นกินแรงใคร

สตรีมีดวงตา
เพื่อเสาะหาชีวิตใหม่
มองโลกอย่างกว้างไกล
มิใช่คอยชม้อยชวน

สตรีมีดวงใจ
เป็นดวงไฟไม่ผันผวน
สร้างสมพลังมวล
ด้วยเธอล้วนก็คือคน

สตรีมีชีวิต
ล้างรอยผิดด้วยเหตุผล
คุณค่าเสรีชน
มิใช่ปรนกามารมณ์

ดอกไม้มีหนามแหลม
มิใช่แย้มคอยคนชม
บานไว้เพื่อสะสม
ความอุดมแห่งผืนดิน !
บทกวีของจีรนันท์  พิตรปรีชา

 

   ....เพียงความเคลื่อนไหว...
        
          โดยท่าน เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์

ชั่วเหยี่ยวกระหยับปีกกลางเปลวแดด
ร้อนที่แผดก็ผ่อนเพลาเพราะเวหา
พอใบไม้ไหวพลิกริกริกมา
ก็รู้ว่าวันนี้มีลมวก

เพียงกระเพื่อมเลื่อมรับวับวับไหว
ก็รู้ว่าน้ำใสใช่กระจก
เพียงแววตาคู่นั้นหวั่นสะทก
ก็รู้ว่าในหัวอกมีหัวใจ

โซ่ประตูตรึงผูกถูกกระชาก
เสียงแห่งความทุกข์ยากก็ยิ่งใหญ่
สว่างแวบแปลบพร่ามาไรไร
ก็รู้ได้ว่าทางยังพอมี

มือที่กำหมัดชื้นจนชุ่มเหงื่อ
ก็ร้อนเลือดเดือดเนื้อถนัดถนี่
กระหืดหอบฮวบล้มแต่ละที
ก็ยังดีที่ได้สู้ได้รู้รส

นิ้วกระดิกกระเดี้ยได้พอให้เห็น
เรี่ยวแรงที่แฝงเร้นก็ปรากฏ
ยอดหญ้าแยงหินแยกหยัดระชด
เกียรติยศแห่งหญ้าก็ระยับ

สี่สิบปีเปล่าโล่งตลอดย่าน
สี่สิบล้านไม่เคยเขยื้อนขยับ
ดินเป็นทรายไม้เป็นหินจนหักพับ
ดับและหลับตลอดถ้วนทั้งตาใจ

นกอยู่ฟ้านกหากไม่เห็นฟ้า
ปลาอยู่น้ำย่อมปลาเห็นน้ำไม่
ไส้เดือนไม่เห็นดินว่าฉันใด
หนอนย่อมไร้ดวงตารู้อาจม

ฉันนั้นความเปื่อยเน่าเป็นของแน่
ย่อมเกิดแก่ความนิ่งทุกสิ่งสม
แต่วันหนึ่งความเน่าในเปือกตม
ก็ผุดพรายให้ชมซึ่งดอกบัว

และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ
เป็นความงดความงามใช่ความชั่ว
มันอาจขุ่นอาจข้นอาจหม่นมัว
แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน

พอเสียงรั่วรัวกลองประกาศกล้า
ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน
พอปืนเปรี้ยงแปลบไปในมณฑล
ก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย ฯ

     

 

นาฏกรรมบนลานกว้าง

โดย คมทวน คันธนู

-โปรดติดตาม  (กำลังปรับปรุง)

    ปณิธานของกวี

             

    อังคาร กัลยาณพงศ์

 
     ๑. ฉันเอาฟ้าห่มให้  
หายหนาว
 
ดึกดื่นกินแสงดาว  
ต่างข้าว
 
น้ำค้างพร่างกลางหาว  
หาดื่ม
 
ไหลหลั่งกวีไว้เช้า  
ชั่วฟ้าดินสมัย ๚
 
 
 
 
     ๒. พลีใจเป็นป่าช้า  
อาถรรพณ์
 
ขวัญลิ่วไปเมืองฝัน  
ฟากฟ้า
 
เสาะทิพย์ที่สวรรค์  
มาโลก
 
โลมแผ่นทรายเส้นหญ้า  
เพื่อหล้าเกษมศานต์ ๚
 
 
 
 
     ๓. นิพนธ์กวีไว้เพื่อกู้   
วิญญาณ
 
กลางคลื่นกระแสกาล  
เชี่ยวกล้า
 
ชีวีนี่มินาน  
เปลืองเปล่า
 
ใจเปล่งแววทิพย์ท้า  
ตราบฟ้าดินสลาย ๚
 
 
 
 
     ๔. จิตกาธารกรุ่นไหม้  
โฉมไป ก็ดี
 
กาพย์ร่ำหอมแรงใจ  
ไป่แล้ว
 
จุติที่ภพไหน  
ภพนั่น
 
ขวัญท่วมทิพย์รุ้งแก้ว   
ร่วงน้ำมณีสมัย ๚
 
 
 
 
     ๕. ลายสือไหววิเวกให้  
หฤหรรษ์
 
ฝนห่าแก้วจากสวรรค์  
ดับร้อน
 
ใจปลิวลิ่วไปฝัน  
โลกอื่น
 
หอมภพนี้สะท้อน  
ภพหน้ามาหอม ๚
 
 
 
 
     ๖. ข้ายอมสละทอดทิ้ง  
ชีวิต
 
หวังสิ่งสินนฤมิต  
ใหม่แพร้ว
 
วิชากวีจุ่งศักดิ์สิทธฺ์   
สูงสุด
 
ขลังดั่งบุหงาป่าแก้ว  
ร่วงฟ้ามาหอม ๚

 

                           มือนั้นสีขาว

                  

                    โดย ศักดิ์ศิริ มีสืบสม

                -โปรดติดตาม  (กำลังปรับปรุง)

   

                        " ม้าก้านกล้วย"

             โดย ไพวรินทร์ ขาวงาม 

            หญ้าและนาข้าว
       ช่างเหน็บหนาวเสียจริงหนอ
       หนาวรักและหนาวรอ
       เมื่อไหร่หนอนกจะมา...
       
            นกทุ่งเคยเนาถิ่น
       มีแผ่นดินและดงหญ้า
       มีฝันและเมฆฟ้า
       มีวิญญาณ์และเสรี
       
        
            วันลมกระหน่ำโลก
       กระโชกทุ่งกระชากวิถี
       ทุกข์ย่ำชะตายี
       นกจึงหนีไปนับนาน
            
            นานนักที่เหน็บหนาว
       เพลงใบข้าวและหญ้าขาน
       ร่ำเรียกด้วยร้าวราน
       ทุ่งสะท้านโลกสะเทือน
       
            นกเอยหนอนกทุ่ง
       เจ้าพลัดทุ่งสู่ไพรเถื่อน
       เถื่อนไพรไร้รังเรือน
       หรือพบเพื่อนอยู่เกลื่อนไพร
       
            ไพรพนาแห่งนาคร
       เจ้าหลบนอน ณ หลืบไหน
       บ่วงแร้วแห่งพรานใด
       ดักเจ้าไว้หรือนกเอย
             "ประสาทโสมนัส"

 
     โดยแรคำ ประโดยคำ
    หลากเส้นตรงหน้าลายตานัก
นำชักตาให้ไล่ตามเส้น
กวาดตามองเรื่อยไปใจเย็นเย็น
ย่อมเห็นย่อมรู้อยู่แก่ตา
หลากชื่อตรงหน้าลายตาด้วย
ชื่อช่วยเสริมเส้นให้เพ็ญค่า
ไล่ชื่อเรื่อยไปใจปรีดา
รู้ชื่อนานาสารพัน
หลากสีตรงหน้าลายตาเหลือ
ชวนเชื่อตามสีที่เสกสรร
ดูสีเรื่อยไปใจเคลิ้มครัน
ย่อมฝันบันดาลหวานคำนึง
จึงภาพตรงหน้าพร่าเลือนสภาพ
ใจอาบอมฤตเสียนิดหนึ่ง
แล้วลอยด้นดั้นไม่พรั่นพรึง
จนถึงดินแดนแม้นฝันประทาน

ซ่อนอยู่หลังสีที่เสกสรร
อัศจรรย์ยังมีหมื่นสีประสาน
แก่อ่อนปานกลางต่างตระการ
ต่างวิญญาณตามสีที่ดาษดา
ยังเส้นเล็กแคบแนบเนียนขยาย
ไม่เป็นลายเหลื่อมเร้นเส้นเรขา
ไพศาลเหลือเชื่อเนื้ออาณา
กว้างกว่าที่นึกลึกกว่าคิด
อีกชื่อแปลกแปลกเมื่อแรกเห็น
แตกยิบย่อยเป็นชื่อเร้นสถิต
แฝงนัยไปตามนามชนิด
บอกเส้นสีชีวิตพิสดาร
หลากเส้นตรงหน้าปรากฏชัด
บ้างตัดบ้างต่อส่อสัณฐาน
จำพรากถวิลจินตนาการ
มาพบพานภาพเก่าให้เฝ้ามอง
เห็นชื่อหลากหลายยังลายพร้อย
เด่นด้อยโดยลำดับชวนจับจ้อง
อีกสีอ่อนเข้มเต็มจำลอง
ล้วนสำนองใจเห็นเป็นสำคัญ
พลิกผ่านเรื่อยไล่ไปจนจบ
รู้ครบโลกกระดาษวาดโลกฝัน
กระหยิ่มใจไหวหวำเกินรำพัน
ตื้นตันเป็นโชคเห็นโลกแล้ว

จากหนังสือกวีนิพนธ์ “ในเวลา” สำนักพิมพ์รูปจันทร์, ๒๕๔๑

 

                รำพึงโลก 

 

 จากบทกวี บ้านเก่า โดยโชคชัย บัณฑิต

 

                                       ฤดูหนาวไยเยาว์นัก              ฤาสำลักฤดูกาล
 
 
                                    ความหนาวเคยยาวนาน          กลับอุ่นเนื้อไม่เหลือรอย
 
 
                                       ซีกโลกอีกซีกเล่า                   พายุเป่าให้ฝนปรอย
 
 
                                    ก่อนหนักมิใช่น้อย                    เห็นแต่น้ำที่ท่วมนอง
 
 
                                       แหละนั่นทอร์นาโด                ฉีกไม้โตเช่นใบตอง
 
 
                                    ยิ่งคนแทบหล่นกอง                 กับพายุพะเยิบกาย
 
 
                                       ว่าโลกวิปริต                          ว่าอาทิตย์เกินเสี่ยงทาย
 
 
                                    ว่าโลกใกล้มลาย                     ว่าเลวร้ายหายนะ
 
 
                                       ใดหนอได้ก่อการณ์               ใดสามานย์-สมถะ
 
 
                                    ร่วมโลกร่วมภาระ                    ชั่วขณะกาลทลาย
 
 
                                       เปลวร้อนทะลวงโลก                        ทะลักโศกทะเลทราย
 
 
                                    พายุยิ่งสยาย                           หิมะหน่ายปวงร้อนหนาว
 
 
                                       จึงโลกไม่รับรู้                        ใดจะอยู่จนยืนยาว
 
 
                                    ใดลับกับห้วงหาว                    ฤาโลกร้าว-โลกไม่รู้
 
 
                                       เมื่อใดคืนสมดุล                    ใดค้ำจุนได้บุญชู
 
 
                                    ฉวยบาปปราบริปู                    ใดกอบกู้อนธกาล
 
 
                                       รำพึงมาถึงโลก                     พญาโศกแผ่ไพศาล
 
 
                                    โหมโรงเยี่ยมวิมาน                   การเริ่มต้นหนสุดท้าย.
    กลับไปเยี่ยมวัยเยาว์
จากหนังสือเรื่อง แม่น้ำรำลึก งานกวีนิพนธ์
ซีไร้ท์ ประจำปี 2547 ของ เรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์

เราต่างมีโลกเรา,เสาร์อาทิตย์
แม้อยากให้โรงเรียนปิดกันติดต่อ
ไปร้อยวันพันเดือนเหมือนไม่พอ
โอ้สมุดดินสอหนอตำรา

อยากมีเพียงหนังสะติ๊กและกระสุน
ดินเหนียวปั้นเติมตุนเต็มย่ามผ้า
เมื่อทุกอย่างพร้อมพออย่ารอช้า
ตะลอนแถวทุ่งท่าและป่า
      

 

 

 “โลกทั้งโลกถูกย่อเท่ามอนิเตอร์”

จากบทกวี"โลกในดวงตาของข้าพเจ้า"โดยมนตรี ศรียงค์

                โลกทั้งโลกถูกย่อเท่ามอนิเตอร์
 
                เรากะเทอร์เจอกันในวันหนึ่ง
 
                ชีวิตในอินเตอร์เนตนี้ก็จึง
 
                หวานน้ำผึ้งสุขสมสีชมพู
 
                โย่วโย่วเทอร์อยู่ที่หนายอ่า?
 
                ทำงานแร้วรึว่ายังเรียนอยู่?
 
                รูปเทอร์สวยอ่าเหมือนหมาจู
 
                งุงิงุงิน่าเอ็นดูน่าดูแคม
 
                โชว์วิวเปิดแคมแพลมแพลมสิ
 
                อะคริอะคริมะก้าแหงม
 
                เสื้อสีสวยแสบมันแว้บแวม
 
                ชั้นในแพรมลับล่อยี่ห้อไร?
 
                เนินนมขาวจังคงทั้งเต้า
 
                กำเดาเลือดลิ่มจะปริ่มไหล
 
                แคมเทอร์สวยออกทั้งนอกใน
 
                แคมใหญ่เต็มปลั่งกะลังดี
 
                หน้าบ้านเรารถถังกะลังวิ่ง
 
                ปฏิวัติกันจิงจิงหรือนี่?
 
                บ้านเทอร์มีปะ – รึมะมี?
 
                อี๋อี๋บ้านน้อกบ้านนอกจัง
 
                 55555555
 
                เรารักเทอร์น้าเด็กโง่งั่ง
 
                เด๋วส่ง Mp3  ปะห้ายฟัง
 
                แร้ววันหลังส่งคลิปปะห้ายดู
 
                คลิปเราเองแหละเอิ๊กเอิ๊กเอิ๊ก
 
                ถ่ายก่อนเลิกกะแฟนโรงแรมหรู
 
                  ADSL  เราใช้ TRUE
 
                อัพโหลดคู่สองคลิปได้ฉะบาย
 
                เรารักเทอร์น้าเด็กโง่
 
                (คลิกอีโมฯรูปหัวเราะงอหงาย)
 
                หนึ่งปริ๊ดแระอิอิขอบจาย
 
                จุ๊บจุ๊บบะบายชัทดาวน์แร้วววววววววว...
 
                ..........................................
 
                ปล.รถถังมาทามมาย?
 
                เด๋วไปถ่ายรูปก่อง – บลาบลาบลา.