โครงงานวิทยาศาสตร์
เรื่องยางกล้วยเพ้นท์ผ้า

 

  จัดทำโดย
1.นางสาวพวงเพชร เสี้ยมแหลม ม6/3 เลขที่ 10
2.นางสาวจิรภรณ์   แก้งคำ     ม.6/3 เลขที่ 15
3.นางสาวจุไรพร    สูงแข็ง     ม.6/3 เลขที่ 18

 

  ครูที่ปรึกษา
ครูสราวุธ โครตมา

 

  บทคัดย่อ
โครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ยางกล้วยช่วยเพ้นท์ผ้า จัดทำขึ้นเพื่อ เปรียบเทียบว่าผ้าชนิดใดเหมาะสมกับการเพ้นท์ผ้า ศึกษาสีของผ้าหลังจากเพ้นท์ด้วยยางกล้วย นำไปย้อม ซัก แล้วตากให้แห้ง และศึกษาความคงทนสีของผ้า 

  หลังจากเพ้นท์ด้วยยางกล้วย โดยได้ทำการศึกษาทดลอง ตอนที่ 1  นำผ้ามัสลิน  ผ้าดิบ นำมาตัดให้มีขนาดเท่ากัน ชนิดละ 1 ผืน  นำไปซักตากให้แห้ง รีดให้เรียบ นำผ้าแต่ละชนิดไปขึงกับเฟรมวาดรูปตามต้องการ นำช้อนตักแกง ทุบที่ปลายด้ามด้วยค้อนให้มีรูขนาดเล็ก ใช้สำหรับเขียนเทียน ต้มเทียนไขให้ละลาย นำช้อนที่เตรียมไว้   มาชุบ เทียนที่ละลายแล้วเขียนตามเส้นลวดลายที่วาดไว้ นำยางกล้วยมาระบายตามรูปภาพโดยใช้พู่กัน  ต้มน้ำเตรียมสีย้อมผ้า นำผ้าลงย้อมใช้แท่งแก้ว-คนสาร คนไปมาเพื่อให้ผ้าที่ย้อมสัมผัสกับสีย้อมผ้าทุกส่วน ประมาณ 5 นาที ซักตากให้แห้ง สังเกตสีของผ้า บันทึกผล

 

  ผลการศึกษาพบว่า ผ้าที่เหมาะสำหรับเพ้นท์ด้วยยางกล้วยคือ ผ้ามัสลิน รองลงมาคือ ผ้าแมมเบอร์ก ส่วนผ้าดิบไม่เหมาะสำหรับนำมาเพ้นท์ด้วยยางกล้วย เพราะจะให้สีขรุขระ ไม่เรียบ ผ้าที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อมบริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยจะให้สีผ้าเหมือนกับสีที่นำมาย้อม หรือสีใกล้เคียง ส่วนบริเวณอื่นจะให้สีจางลง ผ้าที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อม สีของผ้าจะมีความคงทน ส่วนผ้าที่ไม่ได้เพ้นท์ด้วยยางกล้วยสีจะซีดจางลงตามลำดับ

 

  บทที่ 1
         บทนำ 
1.1 ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
ในชีวิตประจำวันของเรากล้วยนับว่าเป็นพืชที่ให้ประโยชน์แก่คนและสัตว์อย่างมากเรารับ ประทานผลกล้วยสุก ซึ่งให้คุณค่าสารอาหารคาร์โบไฮเดรต เกลือแร่ และวิตามิน นำผลกล้วยสุกและกล้วยดิบที่แก่จัด มาแปรรูปเพื่อ ให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น เช่น กล้วยกวน กล้วยเชื่อม กล้วยฉาบ ฯลฯ ใบกล้วยนำมาใช้ห่อขนม เย็บเป็นถาด ใส่อาหาร ใช้ทำบายศรี ฯลฯ ส่วนก้านใบกล้วยนำมาเป็นอาหารสัตว์ ทำเชือก ฯลฯ จะเห็นได้ว่าทุกส่วนของกล้วยให้ประโยชน์มากมายคณะผู้จัดทำสังเกตเห็นว่าเมื่อเรานำเอากล้วยมาใช้ประโยชน์โดยไม่ระมัดระวังยางกล้วยถ้าติดบนเสื้อผ้าแล้ว จะซักไม่ออกจะเป็นสีน้ำตาลติดแน่น ซึ่งคุณสมบัติของยางกล้วยนี้
คณะผู้จัดทำคิดว่าจะนำไปเพ้นท์ลงบนผ้าเขียนเป็นลวดลายต่าง ๆ แล้วนำไปย้อม จึงได้จัดทำโครงงานนี้ขึ้น 
  1.2 วัตถุประสงค์ของการศึกษาโครงงาน
        1.  เพื่อเปรียบเทียบว่าผ้าชนิดใดเหมาะสมกับการเพ้นท์ผ้า
        2. เพื่อศึกษาสีของผ้าหลังจากเพ้นท์ด้วยยางกล้วย นำไปย้อม ซัก แล้วตากให้แห้ง
        3. เพื่อศึกษาความคงทนสีของผ้า หลังจากเพ้นท์ด้วยยางกล้วย นำไปย้อมซัก ตากให้แห้ง
1.3 ขอบเขตของการศึกษาค้นคว้า
      การศึกษาการเพ้นท์ผ้าในครั้งนี้ ศึกษาเฉพาะการนำเอายางกล้วย มาทดลองเพ้นท์ลงบนผ้ามัสลิน และผ้าดิบ เท่านั้น กำหนดเวลาที่ใช้ในการศึกษาคือ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2552โรงเรียนภูเขียว อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ
1.4 ตัวแปรที่ศึกษา
        ตัวแปรต้น ผ้ามัสลิน ผ้าดิบ
        ตัวแปรตาม ลักษณะ สี ของผ้าแมมเบอร์ก ผ้ามัสลิน ผ้าดิบ หลังจากเพ้นท์ด้วย
        ยางกล้วย นำไปย้อม ซักแล้วตากให้แห้ง
        ตัวแปรควบคุม ระยะเวลาที่ใช้ในการย้อมผ้าท่ากัน สีย้อมผ้าชนิดเดียวกัน
        ภาพวาดเหมือนกัน ผ้าหลังจากทีเพ้นท์ด้วยยางกล้วยแห้ง เหมือนกัน

  1.5 สมมติฐานการศึกษาค้นคว้า
     1.ถ้านำยางกล้วยมาเพ้นท์ลงบนผ้ามัสลิน และผ้าดิบแล้ว
  ผ้ามัสลินน่าจะมีความเหมาะสมกับการเพ้นท์ผ้า
      2.ถ้านำยางกล้วย มาเพ้นท์ผ้า สีผ้าน่าจะคงทนมากกว่าไม่มียางกล้วย
1.6 ประโยชน์ที่ได้รับจากโครงงาน
      ทำให้ทราบการเพ้นท์ผ้าที่ให้สีเรียบ สวยงาม สีไม่ตก และผ้าที่เหมาะ
  สำหรับการ เพ้นท์ ด้วยยางกล้วย และนำความรู้ที่ได้รับจากการทำ
  โครงงานไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และ เผยแพร่ให้ผู้สนใจโดยทั่วไป
1.7 นิยามศัพท์เฉพาะ
     1) ผ้าที่เหมาะสมกับการเพ้นท์ หมายถึง ได้สีเรียบสวยงาม สีไม่ตก
         หลังจากเพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อม ซัก ตากให้แห้ง
     2) ยางกล้วย หมายถึง ของเหลวที่ไหลออกมาจากต้นกล้วยเมื่อเราตัด
        ก้านกล้วยปลีกล้วย หน่อกล้วย
     3) ความคงทนสีของผ้า หมายถึง สีของผ้าไม่ซีดจาง หลังจากซักรีดแล้ว 5 ครั้ง
     บทที่ 2
                                                เอกสารที่เกี่ยวข้อง
 ผ้ามัสลิน เป็นผ้าฝ้ายเนื้อละเอียด บาง
 ผ้าดิบ เป็นผ้าฝ้าย เนื้อหยาบ มีสีขาวขุ่น
กล้วย
ประวัติของกล้วย
      กล้วยเป็นพืชเขตร้อนพืชหนึ่งของไทยที่มีประโยชน์มากมาย ถิ่นกำเนิดอยู่ในเอเซียตะวันออก เฉียงใต้มีอยู่ด้วยกันหลายชนิด ที่รู้จักกันดีและปลูกแพร่หลายในเขตนี้คือ กล้วยน้ำว้า กล้วยหอม (กล้วยหอมทอง  หอมเขียว หอมค่อม) และกล้วยไข่ ซึ่งโดยเฉพาะกล้วยหอมได้รับความนิยม จากในและต่างประเทศมาก กล้วยใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วน เช่น รับประทานสุกและแปรรูป สำหรับแปรรูป สามารถทำของหวาน  กลั่นเป็นสุรา เครื่องดื่ม ทำน้ำส้มสายชู ใบแห้งใช้ทำมวนบุหรี่ ปลีใช้เป็นอาหารเป็นต้น

  ประวัติกล้วย
     กล้วยมีถิ่นกำเนิดอยู่ทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล้วยในปัจจุบันกลายพันธุ์ มาจากกล้วยป่าที่มีรสหวาน และได้สืบพันธุ์หน่อกล้วย กันออกไป ต่อมาได้มีการคัดเลือกพันธุ์ ุ์กล้วยที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ  จึงเกิดการผสมพันธุ์กล้วยขึ้นในปัจจุบัน ทำให้กล้วยที่ปลูกเป็นการค้า ในปัจจุบันนี้ไม่มีเมล็ด ปัจจุบันกล้วยมีการเพาะปลูกอยู่ทั่วไปในแถบเส้นศูนย์สูตรขึ้นไปทางเหนือ และลงมาทางใต้ ในประเทศ ที่มีภูมิอากาศเหมาะสมแก่การปลูกกล้วย มีทั้งประเทศในทวีปแอฟริกา เอเชีย และหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก ถึงแม้ว่า ประเทศ ไทยไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า พบ เห็นหรือนำพันธุ์กล้วยพันธุ์ใด เข้ามาครั้งแรก แต่มีผู้กล่าวว่ากล้วยมากกว่า 13 สายพันธุ์มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยนั่นเอง กล้วยที่นิยมปลูกกันในประเทศไทย กล้วยที่พบในประเทศไทยมีอยู่หลายพันธุ์ด้วยกัน แต่ที่รู้จักกันดี และนิยมปลูกกันแพร่หลายมีอยู่ไม่กี่พันธุ์ ได้แก่ กล้วยหอมทอง เป็นกล้วยพันธุ์ หนึ่งที่ส่งเสริมให้เกษตรกร ปลูกกันในปัจจุบัน และได้รับความนิยม จากผู้บริโภคทั้งในและ ต่างประเทศมาก มีลักษณะ ลำต้นใหญ่ แข็งแรง กาบใบชั้นใน มีสีเขียวหรือสีชมพูอ่อน เครือได้รูปทรงมาตรฐานดี มีน้ำหนักมาก ผลยาวเรียว  
 ปลายผลคอดแบบคอขวด เปลือกหนา เมื่อผลสุกผิวจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองมีรสชาติอมหวาน กล้วยหอมทอง  เครือหนึ่ง ๆ เฉลี่ย แล้วมีประมาณ 13 หวี แต่กล้วยพันธุ์นี้มีข้อเสียคือ ไม่ทนทานต่อโรคตายพราย
 และโรคใบจุด

  บทที่ 3
อุปกรณ์และวิธีการดำเนินงาน
3.1 สถานที่ทำการศึกษา
     โรงเรียนอนุบาลลำพูน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
3.2 วัสดุ /อุปกรณ์ที่ใช้ในการศึกษา
     1. ผ้ามัสลิน ผ้าแมมเบอร์ก ผ้าดิบ    2. ยางกล้วย
     3. ช้อนตักแกง                                   4. สีย้อมผ้า
     5. บิกเกอร์                                         6. ตะเกียงแอลกอฮอล์พร้อมที่กั้นลมและตะแกรงลวด
     7. เฟรม                                              8. ถังน้ำ
     9. ช้อนตักสาร                                  10. แท่งแก้วคนสาร
    11. พู่กัน                                            12. เทียนไขสีขาว
    13.
 ไม้ขีดไฟ                                       14. สก็อตเทปใส

  3.3 วิธีการศึกษาทดลอง
    1. นำผ้าแมมเบอร์ก ผ้ามัสลิน ผ้าดิบ นำมาตัดให้มีขนาด 11 x11 นิ้ว จำนวน
        ชนิดละ 1 ผืน เย็บริมให้เรียบร้อย นำไปซัก ตากให้แห้ง รีดให้เรียบ
    2. นำผ้าแต่ละชนิดไปขึงกับเฟรม วาดรูปตามต้องการ
    3. นำช้อนตักแกง ทุบที่ปลายด้ามด้วยค้อนให้มีรูขนาดเล็ก ใช้สำหรับเขียนเทียน
    4. ต้มเทียนไขให้ละลาย นำช้อนที่เตรียมไว้ในข้อ 3 โดยนำมาชุบเทียนที่ละลายแล้ว
       เขียนตามเส้นลวดลายที่วาดไว้
    5. นำยางกล้วยมาระบายตามรูปภาพโดยใช้พู่กัน
    6. นำไปตากให้แห้ง
    7. ต้มน้ำเตรียมสีย้อมผ้า นำผ้าลงย้อม ใช้แท่งแก้วคนสารคนไปมาเพื่อให้ผ้าที่ย้อม
       สัมผัสกับสีย้อมผ้าทุกส่วน ประมาณ 5 นาที
    8. นำไปซักตากให้แห้ง
    9. สังเกตสีของผ้า บันทึกผล 
   บทที่ 4
ผลการศึกษาทดลอง
    จากการศึกษาโครงงานเรื่อง ยางกล้วยช่วยเพ้นท์ผ้า ข้อมูลที่ได้จากการศึกษา มีดังนี้
    ตารางบันทึกผลการศึกษาทดลองชนิดของผ้าที่นำมาเพ้นท์จากยางกล้วย
ผลการสังเกต
     ผ้ามัสลิน บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยมีสีเรียบ สีเข้ม สวยงาม ส่วนบริเวณที่ไม่ได้เพ้นท์
  ด้วยยางกล้วยจะมีสีซีดจาง
     ผ้าดิบ บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยมีสีไม่เรียบ เป็นด่าง
สรุปลจากการศึกษาค้นคว้า
     จากการศึกษาการเพ้นท์ผ้าจากยางกล้วยด้วยผ้าแมมเบอร์ก ผ้ามัสลิน และผ้าดิบ
 ผลศึกษาพบว่า ผ้าที่เหมาะสำหรับเพ้นท์ด้วยยางกล้วยคือ ผ้ามัสลิน ส่วนผ้าดิบไม่เหมาะสำหรับนำมาเพ้นท์ด้วยยางกล้วย เพราะจะให้สีขรุขระ ไม่เรียบ

  บันทึกผลการศึกษาทดลอง
 สีที่นำมาย้อมหลังจากเพ้นท์ด้วยยางกล้วย
ผลการสังเกต
สีแดง บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยมีสีชมพูเข้ม สีเรียบ ส่วนบริเวณที่ไม่ได้เพ้นท์
          ด้วยยางกล้วยจะมีสีชมพูอ่อน
สีส้ม บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วย มีส้มอมน้ำตาล สีเรียบ ส่วนบริเวณที่ไม่ได้เพ้นท์ด้วยยางกล้วยจะมีสีส้มอ่อน
          ผ้าที่เพ้นด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อม เมื่อนำผ้าไปซักจำนวน 5 ครั้ง สีของผ้าไม่ซีดจาง
ผ้าที่ไม่ได้เพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อม เมื่อนำผ้าไปซักจำนวน 5 ครั้ง ผ้าจะมีสีซีดจางลงตามลำดับ

  บทที่ 5
               สรุป อภิปราย และข้อเสนอแนะ
5.1 สรุปผลการศึกษา
       จากการศึกษาค้นคว้าโครงงานเรื่อง ยางกล้วยช่วยเพ้นท์ผ้า ผลการศึกษาพบว่า
1. ผ้าที่เหมาะสำหรับเพ้นท์ด้วยยางกล้วยคือ ผ้ามัสลิน
   ส่วนผ้าดิบไม่เหมาะสำหรับนำมาเพ้นท์ด้วยยางกล้วย เพราะจะให้สีขรุขระ ไม่เรียบ
2. ผ้าที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อม บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยจะให้
    สีผ้าเหมือนกับสีที่นำมาย้อมหรือสีใกล้เคียง ส่วนบริเวณอื่นจะให้สีจางลง
3. ผ้าที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปย้อม สีของผ้าจะมีความคงทน ส่วนผ้าที่ไม่ได้
   เพ้นท์ด้วยยางกล้วยสีจะซีดจางลงตามลำดับ
5.2 อภิปราย การศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ เรื่อง ยางกล้วยช่วยเพ้นท์ผ้า
       คณะผู้จัดทำได้ทำการศึกษาเพิ่มเติมพบว่า
1. ยางกล้วยที่ได้จากการตัดก้านกล้วย ปลีกล้วย หน่อกล้วยที่สูงไม่เกิน 1 เมตร    
    จะนำมาใช้ในการเพ้นท์ผ้าได้ดี ส่วนน้ำที่คั้นได้จากลำต้นของกล้วยที่โตเต็มที่
    กาบของปลีกล้วย เพ้นท์ผ้าไม่ดี

  2. บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยแล้วนำไปตากจนแห้งจะดูดสีย้อมผ้าได้ดีกว่าแห้งหมาด ๆ หรือยังเปียกอยู่และขณะเพ้นท์ผ้าไม่ควรให้ยางกล้วยหยดลงบนผืนผ้าที่ไม่ต้องการเพ้นท์เพราะเวลาย้อมผ้าออกมาแล้วจะให้สีเลอะเทอะ ไม่สวย
3. การเพ้นท์ผ้าด้วยยางกล้วย ถ้าเราใส่สารช่วยย้อม ไม่ว่าจะย้อมด้วยสีแดง สีเขียว หรือสีน้ำเงิน  บริเวณที่เพ้นท์ด้วยยางกล้วยจะให้สีน้ำตาล ส่วนบริเวณอื่นจะให้สีเหมือนกับที่นำมาย้อมหรือใกล้เคียง แต่สีจะเข้มกว่าที่ไม่ได้ใส่สารเคมีที่ช่วยในการย้อมผ้าลงไป
4. ในการย้อมผ้าควรคลี่ผ้าให้สัมผัสกับสีย้อมผ้าให้ทั่ว ถ้ามีบางส่วนของผ้าไม่ได้สัมผัสกับสีย้อมผ้าสีที่ได้จะไม่เรียบ
5. การคำนวณหาต้นทุน-กำไรในการทำผ้าเช็ดหน้าตามโครงงาน ยางกล้วยช่วยเพ้นท์ ผ้ามัสลิน 1 เมตร  ราคา 55 บาท นำไปตัดผ้าเช็ดหน้าได้ 15 ผืน นำไปจ้างเย็บริมผ้า ผืนละ 2 บาทค่าสีย้อมผ้าผืนละ1 บาทคิดเป็นต้นทุนประมาณ ผืนละ 7 บาท ถ้าขายผืนละ 10 บาท จะได้ค่าแรงและกำไรผืนละ 3 บาท
5.3 ข้อเสนอแนะ
     ควรมีการศึกษานำผ้าที่เพ้นท์จากยางกล้วยแล้วนำไปย้อมด้วยสีจากธรรมชาติ

  เอกสารอ้างอิง

http://school.obec.go.th/elp/wit_online/charp_1.html