การสวดพระอภิธรรมในงานศพ

ทุกท่านคงจะพบคำว่า สวดพระอภิธรรม หรือ ตั้งศพสวดพระอภิธรรม ในบัตรเชิญ หรือในหน้าหนังสือพิมพ์ เพื่อเชิญไปร่วมงานบำเพ็ญกุศล แด่ท่านผู้วายชนม์อยู่บ่อยๆ ที่ว่า สวดพระอภิธรรม นั้น เมื่อท่านอ่านมาถึง ตรงนี้ย่อมทราบดีแล้วว่าหมายถึงอะไร

          

 ตามหลักฐานของท่านผู้รู้ กล่าวว่ามีการนำเอาพระอภิธรรมมาสวด ในพิธีศพของพุทธศาสนิกชนชาวไทย ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และท่านได้ ให้ความเห็นไว้ว่า การบำเพ็ญกุศลในงานศพ เพื่ออุทิศให้ผู้วายชนม์นั้น เป็น เรื่องเกี่ยวกับความรัก ความกตัญญูต่อผู้วายชนม์ ซึ่งจากไปไม่มีวันกลับ การที่พุทธศาสนิกชนชาวไทย นำเอาคัมภีร์พระอภิธรรมเข้ามา เกี่ยวข้องกับ ประเพณีนี้นั้นตามข้อสันนิษฐาน คงจะเกิดจากเหตุผลประการต่างๆ ดังนี้

          

ประการแรก เป็นเพราะ พระอภิธรรม ไม่กล่าวถึงสัตว์ ไม่กล่าวถึง บุคคล ไม่มีตัวตน เรา เขา แต่ทรงจำแนกธรรม ออกเป็นกุศล อกุศล และ อัพยากฤต (ธรรมที่ไม่ใช่กุศลและไม่ใช่อกุศล) ทรงกระจายสรีระกายซึ่งเป็น กลุ่มก้อนออกเป็นขันธ์ ๕ บ้าง อายตนะ ๑๒ บ้าง ธาตุ ๑๘ บ้าง อินทรีย์ ๒๒ บ้าง อันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ซึ่งต้องมีการเสื่อมสลายไป ตามสภาวะ มิสามารถตั้งอยู่ได้ตลอดไป การได้ฟังพระอภิธรรม จะทำให้ผู้ฟังน้อมนำมา เปรียบเทียบกับ การจากไปของผู้วายชนม์ ทำให้เห็นสัจจธรรม ที่แท้จริงของชีวิต ท่เป็นโอกาสอันดี ที่ท่านผู้ฟังและท่านผู้ร่วมบำเพ็ญกุศล ในงานศพจะสามารถพิจารณา เห็นความจริงของชีวิต ได้โดยง่าย จึงได้นำเอา พระอภิธรรมมาแสดงให้ฟัง

          

ประการที่สอง เพราะเห็นว่า ในการตอบแทนพระคุณพุทธมารดา ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ท่านได้เสด็จขึ้นไปทรงแสดงพระอภิธรรม เทศนาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อโปรดพุทธมารดา ซึ่งสิ้นพระชนม์ไปแล้ว ดังนั้น เมื่อบุพการีอันได้แก่ มารดา บิดา ถึงแก่กรรมลง ท่านผู้เป็นบัณฑิต จึงได้นำเอาพระอภิธรรม เข้ามาเกี่ยวข้องในการบำเพ็ญกุศลให้แก่ ผู้วายชนม์ โดยถือว่าเป็นการสนองพระคุณมารดาบิดา ตามแบบอย่างพระจริยวัตร ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อมาแม้ว่าท่านผู้วายชนม์จะ มิใช่มารดาบิดาก็ตาม แต่การนำเอาพระอภิธรรมมาแสดง ในงานศพก็ถือ เป็นประเพณีไปแล้ว

          

ประการสุดท้าย เพราะเชื่อว่า พระอภิธรรมเป็นคำสอนขั้นสูง ที่มีเนื้อหาละเอียดลึกซึ้งเกี่ยวกับปรมัตถธรรม ๔ ประการ หากนำมาแสดงใน งานบำเพ็ญกุศล ให้แก่ผู้วายชนม์แล้ว ผู้วายชนม์จะได้บุญมาก การสวดพระอภิธรรม ก็คือการนำเอาคำบาลีขึ้นต้นสั้นๆ ในแต่ละ คัมภีร์ ของพระอภิธรรม ๗ คัมภีร์มาเรียงต่อกัน การสวดพระอภิธรรมนี้ บางทีเรียกว่า สวดมาติกา ถ้าเป็นงานพระศพบุคคลสำคัญในราชวงศ์ เรียกว่า พิธีสดับปกรณ์ ซึ่งเพี้ยนมาจากคำว่า สัตตปกรณ์ อันหมายถึง พระอภิธรรม ๗ คัมภีร์นั่นเอง (สัตต = เจ็ด, ปกรณ์ = คัมภีร์, ตำรา)

          

ต่อมาภายหลังมีผู้รู้ได้นำเอาคาถาในพระอภิธัมมัตถสังคหะ ของพระ อนุรุทธาจารย์ มาสวดเป็นทำนอง สรภัญญะ (คือการสวดเป็นจังหวะสั้น-ยาว) เรียกว่า สวดสังคหะ โดยนำเอาคำบาลีในตอนต้นและตอนท้ายของแต่ละ ปริจเฉท ซึ่งมีทั้งหมด ๙ ปริจเฉทมาเรียงต่อกันเป็นบทสวด