คำถาม

1.องค์ประกอบของระบบการสื่อสารข้อมูลประกอบด้วยอะไรบ้าง พร้อมอธิบายความหมายแต่ละส่วนประกอบ

ตอบ   โดยปกติในการส่งข่าวสารจากที่แห่งหนึ่งไปยังอีกแห่งหนึ่ง จะต้องมีองค์ประกอบของระบบอย่างน้อย 3 ประการ คือ

                1. ผู้ส่ง (Source) : สร้างข้อมูลและส่งข้อมูล

                2 .ผู้รับ (Receiver) : ปลายทางของการส่งข่าวสาร

                3. ตัวกลางในการส่ง (Transmission Medium) : นำข้อมูลจากผู้ส่งไปให้ผู้รับ

ตัวอย่างเช่น ในการอ่านหนังสือ ผู้ส่งก็คือผู้เขียน ผู้รับก็คือผู้อ่าน และตัวกลางก็คือหนังสือ ในการสนทนาระหว่างบุคคล ผู้ส่งคือผู้ที่กำลังพูด ผู้รับก็คือผู้ที่กำลังฟัง และตัวกลางในการสื่อสารก็คือ อากาศหรือ คลื่นเสียง

http://public.bay.livefilestore.com/y1pMPikdzc_MKBt9qpshP9tVF4fHZokAytRn_QPdXYVM5SbvjxRVw08TSFoxGKqYKOR-QAUGx25c9dQCR6ut8mkKw/part.jpg

 2.สัญญานอนาลอกและดิจิตอลต่างกันอย่างไร

ตอบ  Analog คือ เรามาลองคิดอย่างนี้ก็แล้วกันคลื่นในทะเลเป็นคลื่นความถี่ที่ทุกคนมองเห็นหรือว่าเสียงอะไรต่างๆ มันเป็นแบบ Analog รูปภาพที่ถ่ายโดยใช้แสงการสะท้อนของแสงกลับมาเป็นหน้าของเราอันนั้นเป็น Analog ทีนี้การที่เราจะต้องแปลงจาก Analog เป็น Digital ทีนี้

 Digital คือ ตัวเลข เชิงตัวเลขเราต้องย้อนกลับไปถึงสมัยดั้งเดิมของยุคคอมพิวเตอร์เขาใช้ตัวเลขมาแทนสัญลักษณ์ตัวอักษรหรือข้อความหรือรูปภาพได้อย่างไร เขาใช้ 0 กับ 1 หรือเลขฐานสอง ทำไมต้องใช้ตัวเลขด้วย เนื่องจากว่ารากดั้งเดิมคอมพิวเตอร์จริงๆ แล้วเขาใช้หลอดที่เป็นหลอดสูญญากาศหรือสวิตช์ไฟฟ้าใดๆ เราไปเล่นกับไฟที่บ้านเราก็ได้มีเปิดกับปิด เปิดคือ 1 ปิดคือ 0 เราเปิดๆ ปิดๆ สลับกันไปมาเราจะได้ข้อมูลออกมาอันนั้นคือดิจิตอล ตัวเลขที่เกี่ยวข้องเป็นตัวเลขฐานสองไม่ใช่ 1-9 แต่กลายเป็น 0 กับ 1, 0 กับ 1 สลับกันหลายคู่หลายขั้วและก็เอา 0 กับ 1 จำนวนมากมาเรียงร้อยเป็นถ้อยคำเอามาแทนที่เป็นตัวอักษรได้ อย่างทุกวันนี้เราใช้รหัสเขาเรียกว่า ASCII การที่กำลังจะปรับปรุงเป็น Unicode ที่ทำได้หลายภาษานี้ รหัส ASCII นั้นเวลาที่เคาะคีย์บอร์ดบนคอมพิวเตอร์เป็น ก, ข ก็จะออกมาเป็นรหัส 0 กับ 1 จำนวน 8 หลักด้วยกันหรือเรียกว่า 8 บิตซึ่งก็จะไปแทนที่เป็นตัวเลขตัวอักษรทำการบวก ลบ คูณ หารหรือการคำนวณทั้งหลายหมดเลยโดยใช้ตัวเลขหรือที่เรียกว่า Digital ทำไมจะต้องดิจิตอล Digital มันดีกว่า Analog อย่างไร เดิมเราเคยอัดเทปเราใช้ Analog อัด Analog เวลาเราใช้ไปนานๆ สัญญาณจะเพี้ยน คือสัญญาณมีความต้านทานจากคลื่นที่เคยวิ่งเป็นเส้นโค้งๆ สวยๆ พอเราวิ่งผ่านสัญญาณที่มีทั้งทางสายและไร้สายหรือว่าอื่นๆ จะแหว่งพอแหว่งไปแล้วก็จะเกิดอาการเพี้ยนของสัญญาณ อย่างเช่น เราเป็นผู้หญิงพูดไปอาจจะกลายเป็นเสียงผู้ชายอันนั้นคือความผิดพลาดของ Analog ที่เกิดได้ง่ายมาก แต่ถ้าเป็น Digital มันก็จะมีการแปลงสัญญาณ จาก 0 จาก 1 ถึงจะแหว่งอย่างไร สมมติว่าคลื่นแหว่งไปครึ่งหนึ่งสัญญาณก็ยังเป็น 1 อยู่ สัญญาณ 0 แหว่งไปมีคลื่นมาแทรกนิดหน่อยก็ยังเป็น 0 อยู่ เพราะฉะนั้นการที่จะแปลงสัญญาณจาก Digital กลับมาเป็น Analog ที่ให้เราฟังได้ ทุกวันนี้ที่ท่านผู้ฟังๆ ผมอยู่เป็นสัญญาณ Analog ก็คือคลื่นเสียงเป็น Analog แต่คลื่นที่คอมพิวเตอร์เข้าใจเป็น Digital ถ้าเราสามารถที่จะทำการ Digital และส่งไปแปลงเป็น Analog ที่ปลายทางได้ จะทำให้ความชัดของสัญญาณจะชัดเจนและก็คมชัดขึ้นอีกมากมายทีเดียว อันนี้คือความเป็นมาของ Analog และ Digital ส่วน Digital นั้นต้องแปลงไปแปลงมาแล้วจะเร็วได้อย่างไร ในเมื่อยุ่งอย่างนี้ Analog น่าจะดีกว่า ในเดิมเบื้องต้นนั้น Analog มันดีกว่าอยู่แล้ว อย่างเช่น เราคุยกันสองคนก็คุยกันแบบ Analog มองหน้ามองตาเห็นกันก็เข้าใจ คุยจากปากผมก็เข้าหูคุณก็ชัดเจน แต่ถ้าเป็นคอมพิวเตอร์ซึ่งสามารถประมวลผลได้ เก็บได้ตั้งนาน ข้อมูลเดี๋ยวนี้ที่เก็บข้อมูลคอมพิวเตอร์ถูกลง มีความชัดเจนมากขึ้นและประมวลผลได้เร็ว เพราะ 0 กับ 1 ประมวลผลได้เร็วกว่าคลื่นอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการที่จะจัดแบบ 0 กับ 1 นั้นดีกว่า และเราก็มีคอมพิวเตอร์ที่เร็วขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นว่าวิธีการที่ดูล้าหลังล้าสมัยปรากฏว่าเป็นวิธีการที่ได้ผลและรวดเร็วประมวลผลได้อย่างมาก อย่างเช่น รูปภาพเรา ที่เราถ่ายปกติตรงนี้เดี๋ยวนี้ความชัดสู้รูปภาพแบบ Digitalไม่ได้แล้ว Digital นี่จับทุกจุดบนจอภาพของคุณเป็นจุดๆ เอามาประมวลผลเก็บไปใน Harddisk แล้วก็เอามาใส่หมวกลงไปใส่แว่นตาใส่ backgroung ข้างหลังได้หมด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้า สมัยนี้ดาราบางคนบอกว่าถูกถอดเสื้อผ้า อย่างนี้เป็นต้น ที่ทำได้เพราะว่าระบบความสามารถของ Digital นั่นเอง นอกจากนั้น Digital ยังมีความเร็วสูงอีกด้วย ความเร็วสูงก็อย่างเช่น เราสามารถที่จะ Mail ไปถึงใคร จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าเราไปแบบ Analog ก็คงจะต้องคอยกันเมื่อยเลย Fax ก็ถือว่าเป็น Digital อย่างหนึ่ง ระบบราชการที่บอกว่าเป็น Analog เพราะว่าอะไร เรากำลังยึดเอกสาร เอกสารนี่กว่าจะไปถึงโต๊ะแต่ละโต๊ะนี่เร็วหรือช้าไม่ต้องอธิบาย แต่ถ้าเปลี่ยนเป็น Digital แล้วทุกอย่างจะรวดเร็วทันใจ

 

http://dkvkqq.bay.livefilestore.com/y1pBRUlSeD65wwI70q5u5azmxh5qUU8POzUb8iGD0mQyO4SrNRU5WCFbsFIaWiwavMRQp8oH2Xnp9Wdne4WPOfnyRGKUmcppPoI/A19.gif         

รูปที่ 8.5 แสดงความแตกต่างระหว่างสัญญาณอนาลอกและสัญญาณดิจิตอล (The difference between analog and digital signals) (Parker and Case.1993:351)

 3.ทิศทางการส่งข้อมูลมีรูปแบบที่แยกตามจำนวนผู้รับ มีอะไรบ้าง พร้อมอธิบาย

ตอบ ทิศทางการส่งข้อมูล (TRANSMISSION MODE)
     การส่งข้อมูลของระบบคอมพิวเตอร์ สามารถจำแนกทิศทางการส่งข้อมูลได้เป็น 3 รูปแบบดังนี้
1. การส่งข้อมูลแบบทิศทางเดียว (simplex transmission)
     เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีผู้ส่งข้อมูลทำหน้าที่ส่งข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียว และผู้รับข้อมูลก็ทำหน้าที่รับข้อมูลแต่เพียงอย่างเดียวเช่นกัน การส่งข้อมูลในลักษณะนี้ เช่น การส่งสัญญาณของสถานีโทรทัศน์ไปยังเครื่องรับโทรทัศน์ โดยที่สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเท่านั้น และเครื่องรับโทรทัศน์ก็จะทำหน้าที่รับสัญญาณเท่านั้นเช่นกัน

http://public.bay.livefilestore.com/y1pdOkUGj7RjztA_JL1T3IQ5Dr90e7WULdK72zHpFywCMiAr277i5pAm0xWoQWAkAaq1duqVfZ43BuovZaU3bw90w/fg.jpg


2. การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน (half-duplex transmission)
     เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของผู้รับและผู้ส่ง โดยแต่ละฝ่ายสามารถเป็นทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล แต่จะต้องสลับกันทำหน้าที่เป็นผู้ส่งข้อมูล จะเป็นผู้ส่งข้อมูลพร้อมกันทั้งสองฝ่ายไม่ได้ ลักษณะการส่งข้อมูลประเภทนี้ เช่น การสื่อสารโดยใช้วิทยุสื่อสาร ซึ่งผู้ที่จะส่งข้อมูลต้องกดปุ่มเพื่อส่งข้อมูล ในขณะนั้นผู้อื่นจะเป็นผู้รับข้อมูล

 



 

http://public.bay.livefilestore.com/y1pdOkUGj7RjzuOW6b5iOgcs3yfko8Hlq8LQ-HeI0MwFF6mBRL6Vxy2BY-f-YCX5QMNCsXa-RncoWJ3xJxLRCFGZg/gh.gif

 

3. การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน (full-duplex transmission)
     เป็นการสื่อสารข้อมูลที่มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลของทั้งผู้ส่งและผู้รับข้อมูล โดยทั้งสองฝ่ายสามารถเป็นผู้ส่งและผู้รับข้อมูลได้ในเวลาเดียวกัน และสามารถส่งข้อมูลได้พร้อมกัน ลักษณะการส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน เช่น การสื่อสารโดยใช้โทรศัพท์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายสามารถพูดพร้อมกันได้ในเวลาเดียวกัน
     โดยปกติการสื่อสารข้อมูลส่วนใหญ่จะไม่ใช่การส่งข้อมูลแบบสองทิศทางพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น การใช้โทรศัพท์ ถึงแม้ว่าจะสามารถส่งข้อมูลได้สองทิศทางพร้อมกัน แต่เวลาพูดยังคงต้องสลับกันพูด อีกตัวอย่างหนึ่งคือ การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ ซึ่งบางครั้งดูเหมือนว่าเป็นแบบสองทิศทางพร้อมกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วเป็นการส่งข้อมูลแบบสองทิศทางสลับกัน ซึ่งช่วงเวลาที่สลับกันนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่เร็วมาก จึงดูเหมือนว่าเป็นการส่งข้อมูลสองทิศทางพร้อมกัน

 

 

http://public.bay.livefilestore.com/y1p204WZk3nVOY3yoe0W42DyxPnsRrHTIQZtGaFKhgVfjU75LWP9g0aCwYA524Xom4QuUPHLA_--tD6n1dscoCiAA/sr.jpg

4.ให้นักศึกษายกตัวอย่างของการสื่อสารโทรคมนาคม (10 ตัวอย่าง)

ตอบ  การสื่อสารโทรคมนาคม (Telecommunications) หมายถึง ระบบใด ๆ ก็ตามที่ข้อมูลหรือข่าวสารสามารถถูกส่งผ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ได้ เช่น ผ่านสายโทรศัพท์ หรือสายเคเบิล หรือผ่านทางอากาศ (สัญญาณคลื่นไมโครเวฟ) ปัจจุบันโทรคมนาคมเป็นองค์ประกอบที่สำคัญอันหนึ่งของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

            เครือข่ายคอมพิวเตอร์ มี 2 ลักษณะ คือ (1) เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์ (2) เครือข่ายสื่อสารแบบกระจาย โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.    เครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์ (Centralized computer networks) หรือเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบรวมเข้าสู่ส่วนกลาง เป็นการประมวลผลข้อมูลจากที่ต่าง ๆ ที่เครื่องประมวลผลที่มีขนาดใหญ่เพียงแห่งเดียวเท่านั้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการประมวลผล ก่อนกลางทศวรรษที่ 1970 หลายองค์กรมุ่งเน้นไปที่การใช้คอมพิวเตอร์แบบรวมเข้าสู่ส่วนกลาง และเริ่มมีการประยุกต์ใช้การโทรคมนาคมในแขนงธุรกิจ เช่น ระบบการสำรองที่นั่งสายการบิน โดยเครือข่ายภายในองค์กรจะมีลักษณะคือ ให้สถานงานสามารถเข้าถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่แบบรวมไว้ที่ส่วนกลางได้โดยเครือข่ายจะแบ่งเวลาให้กับสถานีงานจากพื้นที่ต่าง ๆ ในการใช้เครื่องประมวลผลดังกล่าว (Time-sharing networks) ดังรูปที่ 8.1 แสดงตัวอย่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบรวมศูนย์

http://public.bay.livefilestore.com/y1p204WZk3nVObwWL697g7jnQsYl0ibSByketCpXNPVTFwXucFHhpiYY78Px7PNGjSLQv5SNRKWRn2sYq8BcYjUWA/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A8%E0%B8%B9%E0%B8%99%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1.gif

2. เครือข่ายการสื่อสารแบบกระจาย (Distributed communication networks) เป็นการเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กหลาย ๆ เครื่องในลักษณะของเครือข่าย เช่น เครือข่ายแบบท้องถิ่นหรือเครือข่ายเฉพาะพื้นที่ (LAN) รวมถึงระบบไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic mail systems) ลักษณะของเครือข่ายการสื่อสารแบบกระจายนี้ได้ช่วยให้องค์กร ได้รับการหมุนเวียนของข่าวสารและการติดต่อสื่อสารได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และยังเป็นประโยชน์ต่อการสื่อสารและการกระจายข่าวสารระหว่างผู้จัดการด้วยกันเองที่อยู่ต่างสถานที่กัน ซึ่งใช้เป็นกลยุทธ์ในการตัดสินใจ ดังรูปที่ 8.2 แสดงตัวอย่างเครือข่ายการสื่อสารแบบกระจาย

 

ตัวอย่างของการสื่อสารโทรคมนาคม

1.การคุยกันผ่านโทรศัพท์ 

2.การเล่นเกมส์ Online ต่าง ๆ

3.การส่ง E-mail

4.การคุยกันผ่านวิทยุสื่อสาร

5.การแชท

6.การดุโทรทัศน์เคเบิ้ลทีวี

7.การแชร์ข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องขึ้นไป

8. การส่งโทรเลข

9. การส่งแฟกซ์

10. การส่งโทรสาร

 

http://public.bay.livefilestore.com/y1piRc1tC-Pg815Q_FH8qLy-fZAP5yMEUTxbWKmzkQohRFp41IPp-4oGlhGJCvbP1PPKYbSrx3ts5u68MltUW2MNA/page2_clip_image001.gif

5.ยกตัวอย่าง มาตรฐาน ANSI,CCITT,IEEE,ISO อย่างละ 3 ตัวอย่างขึ้นไป

ตอบ มาตรฐาน ANSI เช่น

 1.มาตรฐานในการกำหนดเทคโนโลยีเครือข่าย

2.มาตรฐานภาษาในการเขียนโปรแกรม

3.มาตรฐานของสินค้า เช่น กระดาษ ซึ่งใกล้เคียงกับ มาตรฐานกระดาษของ ISO

       มาตรฐาน CCITT เช่น

1. มาตรฐาน V

2. มาตรฐาน X

3.H.221 เป็นมาตรฐานเกี่ยวกับการกำหนดเฟรม เพื่อให้รายละเอียดเกี่ยวกับการสร้างภาพแต่ละเฟรม

4.H.230 เป็นระบบสัญญาณที่ใช้ในการควบคุมการส่งสัญญาณและรับสัญญาณระหว่างโคเด็ก

5.H.242 เป็นโปรโตคอลการสื่อสารระหว่างโคเด็ก เพื่อการเชื่อมโยงและสื่อสารระหว่างกัน   

มาตรฐาน IEEE เช่น

1.มาตรฐานเครือข่ายท้องถิ่น

2.มาตรฐานทางด้านการคิดค้นและการวิจัยวิศวกรรมการไฟ้ฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์

3.มาตรฐานด้านการบริหารการจัดการระบบ

         มาตรฐาน ISO เช่น

1.มาตรฐานทางเทคโนโลยี

2.มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์

3.มาตรฐานทางเศรษฐกิจ