วันนี้ได้หาข้อมูลของเนื้อเรื่องใหม่ทำให้เสียเวลาทั้งเกือบทั้งวันเพราะต้องหาข้อมูลใหม่และเรียบเรียง เพราะเปลื่ยนเรื่องที่ทำจากการสาธิตการพับรูปเรขาคณิต มาเป็นเทคนิคการทำโปสเตอร์

      เนื้อหาที่สรุป

     

สื่อการสอนประเภทโปสเตอร์

ความหมายของโปสเตอร์

                โปสเตอร์ คือ แผ่นภาพที่ออกแบบพิเศษ เพื่อดึงดูดความสนใจ และสื่อความหมายได้ทันที มีลักษณะที่มองเห็นด้วยตาเปล่าอย่างชัดเจน บรรจุเรื่องราว ความคิด หรือข้อเท็จจริงเพียงประเด็นเดียว และไม่ซับซ้อน  โปสเตอร์ส่วนใหญ่จะมีภาพและตัวหนังสือประกอบ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ทุกที่ ทุกระดับ มีความยือหยุ่นในตัวของสื่อได้เป็นอย่างดี

 

บทบาทของโปสเตอร์

1.               เป็นสื่อกลางในการสื่อความหมายให้เกิดความเข้าใจตรงกัน จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งได้อย่างชัดเจน

2.               สามารถทำหน้าที่เป็นสื่อ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ เกิดการศึกษากับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างดี

3.               ช่ให้เกิดความน่าสนใจ ความประทับใจ และความน่าเชื่อถือแก่ผุ้บริโภค

4.               ทำให้เกิดการกระตุ้นทางความคิดและการตัดสินใจได้อย่ารวดเร็ว

5.               ทำให้เกิดความคิด สร้างสรรค์ และช่วยกระตุ้นให้ปฏิบัติตามหรือเปลื่ยนแปลงพฤติกรรมทางความคิดด้วย

 

การใช้สื่อโปรเตอร์ในการเรียนการสอน

1.               ใช้โปสเตอร์เพื่อนำเข้าสู่บทเรียน   เป็นการกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความสนใจในเนื้อเรื่องที่จะเรียน เป็นการเริ่มต้นบทเรียนที่ผู้เรียนจะได้เริ่มเนื้อหาพร้อมๆ กัน

2.               ใช้โปสเตอร์สำหรับเนื้อหาวิชา   เนื้อหาบางอย่างยากแก่การเข้าใจ หรือการลำดับเนื้อเรื่องเป็นขั้นตอน  หรือบางครั้งต้องการให้ผู้เรียนได้เห็นมิติของภาพ

3.               ใช้โปสเตอร์สำหรับทบทวนบทเรียน  ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้สอนจะต้องคอยจัดให้ผู้เรียนในทุกๆเนื้อหาวิชา โปเตอร์เป็นสิ่งจำเป็นที่ครูจะต้องใช้อยู่เสมอในทุกโอกาส  ไม่ว่าจะเป็นการสรุปบทเรียนก่อนหมดเวลาเรียน หรือก่อนที่จะมีการทดสอบ

4.               ใช้โปสเตอร์สำหรับเสนอข่าวสารและเตือนใจ   อาจจะเป็นโปสเตอร์ที่ผู้สอนหรือผู้เรียนทำขึ้นเพื่อเป็นการสื่อสารในชั้นเรียนหรือโรงเรียน  และเป็นโปสเตอร์เตือนใจในการปฏิบัติการในห้องทดลองวิทยาศาสตร์

 

 

 

 

ลักษณะของโปสเตอร์ที่ดี

1.               จะต้องตอบสนองต่อจุดประสงค์ในการสื่อความหมายได้อย่างเต็มที่

2.               จะต้องมีความชัดเจนในภาพลักษณ์และข้อความที่ใช้ในการสื่อความหมาย ต้องมีความกระจ่าง มีขนาดที่พอเหมาะกัน

3.               รูปภาพ และข้อความที่นำเสนอให้มีความสอดคล้องสัมพันธ์และส่งเริมซึ่งกันและกัน

4.               จะต้องสามารถเร้าใจ ดึงดูดความสนใจในกลุ่มเป้าหมายได้มากที่สุด

5.               ต้องมีความกระทัดรัดและแสดงแนวคิดหลักเพียงอย่างเดียว

 

 

 

การวางแผนการออกแบบโปสเตอร์

                1.การวิเคราะห์ข้อมูล  จำเป็นต้องพิจารณาในทุกๆด้านที่มีผลกระทบต่อการสร้างสื่อและผลสัมฤทธิ์จากการออกแบบและกลยุทธการใช้สื่อนั้นๆ

                                1.1  การวิเคราะห์ตัวสื่อ  ต้องศึกษาถึงรายละเอียดทั้งบุคลิกภาพของสื่อ คุณภาพของตัวสื่อตลอดจนรูปร่างหน้าตาของรูปแบบโปสเตอร์

                                1.2  การวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มเป้าหมาย ศึกษาและวิเคราะห์ลักษณะของกลุ่มเป้าหมายโดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมาย  ที่ต้องการเน้นหรือต้องการจะสื่อ เพื่อจะได้ออกแบบให้มีความสัมพันธ์ ตรงกับความพึงพอใจทั้งรูปแบบ สีสัน และเรื่องราว

                2. การออกแบบเบื้องต้น   การวางรูปแบบของการออกแบบให้เกิดความน่าสนใจเป็นสิ่งสำคัญ ความเป็นระเบียบเพื่อทำให้ดูง่าย มีความชัดเจนในการอ่านจึงเป็นแนงคิดหลักของการออกแบบสื่อโปสเตอร์ที่ต้องการให้มีความกระชับและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้สื่อโปสเตอร์เกิดความสวยงาม

                                2.1 ความสมดุล เป็นสิ่งที่จะช่วยให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกผ่อนคลายอารมณ์ สบายตา สบายใจ  ในการออกแบบจึงจำเป็นที่จะต้องสร้างความสมดุลในชิ้นงานเสมอ ซึ่งสามารถทำได้ 2 แบบ

                                - สมดุลแบบสมมาตร เป็นการจัดภาพโดยวางองค์ประกอบให้ซีกซ้ายและซีกขวาลักษณะเหมือนกันทุกประการ  ลักษณธนี้จะให้ความรู้สึกเคร่งครัดเป็นระเบียบ

                                - สมดุลแบบอสมการ เป็นการจัดภาพเพื่อให้ผู้ดูเกิดความรู้สึกว่าองค์ประกอบในซีกซ้ายและซีกขาวมีปริมาณที่เท่ากัน แม้ว่าลักษณะที่แท้จริงจะไม่เหมือนกัน สมดุลลักษณะนี้จะให้ความรู้สึกที่เป็นอิสระ ตื่นเต้น ท้าทาย และเคลื่อนไหว

                                2.2  สัดส่วน  ความพอเหมาะ พอดีทางด้านสัดส่วนและรูปร่างเป็นหลักการจัดให้ได้คุณค่าทางความงาม การเน้นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสัดส่วนกับการจัดตำแหน่ง  สัดส่วนกับโครงสี  สัดส่วนกับพื้นที่ว่าง  สัดส่วนของตัวอักษร ข้อความ และรูปภาพประกอบและความอ่อนเข้มของแสงและเงา

                                2.3  ความต่อเนื่องหรือจังหวะ  การที่กำหนดให้กลุ่มเป้าหมาย มีความสนใจในข้อมูลที่นำเสนออย่างต่อเนื่อง  จะต้องพิจารณารูปแบบของจังหวะความต่อเนื่องอย่างมีระเบียบและสอดคล้องกับลักษณะการมองในแต่ละส่วน  โดยการออกแบบสามารถบังคับผู้ดูให้ดูไปสู่จุดมุ่งหมายหลักของการนำเสนอข้อมูลให้ได้  เช่น การจัดวางสิ่งของในระดับสายตาก็ทำให้ผู้ดูสามารถมองเห็นสิ่งของหรือข้อมูลได้อย่างชัดเจน รวดเร็วกว่าในตำแหน่งอื่นๆ และเมื่อวางภาพให้ผู้ดูโดยเริ่มจากทางด้านซ้ายและสร้างจุดต่อเนื่องของเนื้อหาต่อกันไปอย่างมีจังหวะและเหมาะสม โดยค่อยๆ เคลื่อนไปทางด้านขวามือ ก็จะทำให้ผู้ดูเคยชินกับการมองอย่างนี้ ทำให้สามารถมองตามสาระที่นำเสอนไปสู่จุดมุ่งหมายหลัก

                                2.4 เอกภาพ  การทำให้สาระและองค์ประกอบทุกส่วนมีความสัมพันธ์คล้องจองกัน ย่อมเป็นการเน้นความมีเอกภาพที่ดี  การรวมส่วนย่อยให้เป็นส่วนใหญ่อย่างต่อเนื่องไม่กระจัดกระจาย  บนพื้นฐานลักษณะของรูปร่าง ขนาด พื้นผิว และโครงสี ก็จะเป็นการสร้างจุดรวมสายตาและเน้นให้องค์ประกอบงานนั้นมีความโดดเด่น

                                2.5  การเน้น  การสร้างจุดสนใจให้ผู้ดูได้รับข้อมูลหลักตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ จำเป็นต้องกำหนดไว้ว่าส่วนใดจะเป็นสำคัญที่ต้องการเน้นให้เห็นชัดเจน ส่วนใดเป็นองค์ประกอบเสริม  การเน้นอาจเน้นที่รูปแบบตัวอักษร ข้อความพาดหัวเรื่อง เนื้อหาสาระรายละเอียด หรือรูปภาพประกอบ  โดยใช้แนวคิดเดียวที่จุดสนใจเพียงอย่างเดียว

 

                3.  ความคิดสร้างสรรค์

                การกำหนดความคิดสร้างสรรค์หรือการคิดสร้างสิ่งแปลกใหม่ ให้ท้าทาย น่าสนใจ น่าติดตาม น่าเชื่อถือ และอยากปฏิบัติตาม  ความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบจึงจำเป็น ตัวกำหนด รูปร่าง รูปทรง รูปแบบแปลกๆ ความสวยงามและคุณประโยชน์ที่ได้รับจากความคิด เรียกว่า เป็นความคิดสร้างสรรค์ทั้งสิ้น 

 

                4. การสร้างความสนใจ

                4.1  การเสนอด้วยรูปแบบคำถาม   เป็นการสร้างความสนใจได้วิธีหนึ่งเพราะปกติคนเรามักจะมีความอยากรู้อยากเห็นกับสิ่งแปลกใหม่  การสร้างความฉงนในรูปแบบของคำถามเป็นกลยุทธอย่างหนึ่งที่เร้าใจให้ผู้ดูเฝ้าติดตามและคิดต่อ

                4.2  การชี้แจงรายละเอียด  เป็นการนำเสนอในรูปแบบรายละเอียดของเนื้อหา และเป็นการสร้างความสนใจแก่ผู้ดูให้ได้รับความรู้จากสื่อที่พบเห็น  การนำเสนอแบบนี้มักนิยมใช้กับงานที่เป็นข่าวสารใหม่ เทคโนโลยีใหม่

                4.3  การร้องขอ  เป็นการสร้างความสนใจด้วยวิธิทนุ่มนวลการรณรงค์เพื่อการโฆณาประชาสัมพันธ์  นิยมใช้การร้องขอเป็นการโน้มน้าวใจให้ทำตามหรือมีทัศนคติ คล้อยตาม

                4.4  การแนะนำให้คล้อยตามหรือรับทราบ  เป็นการชี้แนะแนวทางใหม่ ๆ หรือกำหนดทิศทางให้ผู้ดูเกิดทัศนคติคล้อยตามหรือปฏิบัติตาม

                4.5  การชักชวน  ตามธรรมชาติของมนุษย์มักจะยอมรับและคล้อยตามการชักชวนของผู้อื่น โดยเฉพาะถ้าผู้ชักชวนเป็นบุคคลที่เป็นที่ยอมรับด้วยแล้ว  การชักชวนย่อมเกิดผลสัมฤทธิ์ผลเป็นอย่างสูง  การใช้ถ้อยคำภาษา  การออกแบบตัวอักษร  ต้องคำนึงถึงรูปแบบที่เหมาะสม

                4.6  การสร้างปริศนา  เป็นการท้าทายให้ผู้ชมเกิดความอยากรู้อยากเห็นและอยากทดลอง การสร้างปริศนาที่ดีต้องไม่ซับซ้อนเกินไป  ไม่เป็นภาพลักษณามธรรมจนเกินไป แต่ควรเป็นภาพที่มีความคมชัดและชวนมอง

                4.7  การเสนอลักษณะท้าทาย  การท้าทายเป็นกลยุทธ์ที่ยั่วยุ ให้ผู้ชมมีความอยากรู้สึก อยากเข้าไปมีส่วนร่วมต่อเงื่อนไขตามสาระ  หรืออยากเอาชนะต่อสิ่งที่ท้าทายตามข้อมูลที่นำเสนอฉะนั้นผู้ออกแบบจะต้องระมัดระวังการใช้ถ้อยคำและการคัดเลือกภาพอย่างละเอียดถี่ถ้วน

               

                5.  การกำหนดขนาด    ขนาดของแผ่นโปสเตอร์ สามารถกำหนอดได้หลายวิธี หลายขนาด  เช่น ขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของการนำไปใช้  โดยทั่วไปการกำหนดขนาดว่าเป็นเท่าใดมักจะกำหนดจากขนาดของกระดาษที่มีจำหน่ายในท้องตลาดซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 2 ขนาดได้แก่  31” x 43  และ 24” x 35  นอกจากวิธีการกำหนดขนาดของกระดาษแล้ว ก็ต้องพิจารณาถึงความสะดวกในการนำไปใช้ด้วย

 

               

 

                6.  การกำหนดรูปภาพประกอบ  

รูปภาพประกอบในสื่อได้แก่รูปภาพจากการถ่าพภาพ  จากการวาดเขียน  ระบายสี    จากลวดลายต่างๆ  ที่ใช้ประกอบการออกแบบ  แนวคิดในการออกแบบภาพก็คือ  การกำหนดขนาดของภาพ  กำหนดเรื่องราวของภาพ  กำหนดรูปแบบของภาพ เทคนิคในการสร้างสรรค์ภาพ  โครงสีภาพ ความสวยงาม ความคมชัด  การกำหนดตำแหน่งของภาพที่เหมาะสม เด่นชัด เนื้อหาของภาพต้องสอดคล้องกับข้อความ  การวางตำแหน่งภาพที่ดีจะทำให้ชวนมอง  เน้นการสร้างจุดสนใจได้ดี ซึ่งอาจกำหนดจุดสนใจภาพได้หลายลักษณะ  วิธีที่ง่ายที่สุดคือไว้ตรงกลางภาพ  หรือเรียกว่าบริเวณจุดศูนย์กลางความสนใจในการมอง

 

               

7.  การกำหนดตัวอักษร 

                ตัวอักษรข้อความหรือตัวอักษรหัวเรื่องจะทำหน้าที่บรรยายข้อมูลสาระให้รับรู้  การกำหนดตัวอักษรจึงต้องเน้นหนักที่ขนาดของตัวอักษร  รูปแบบ และการกำหนดโครงสีบนตัวอักษร

                                7.1  ขนาดของตัวอักษร  ตัวอักษรในงานออกแบบโปสเตอร์โดยทั่วไปจะมี 3 ขนาด คือ ขนาดใหญ่สำหรับข้อความพาดหัว   ขนาดกลางสำหรับข้อความรองพาดหัว  และเล็กสำหรับข้อความรายละเอียดที่เสนอสาระข้อมูล  การกำหนดขนาดในส่วนใดให้มีขนาดเท่าใดย่อมไม่สามารถกำหนดแน่นอนได้  เพราะขึ้นอยู่กับรูปแบบของงานแต่ล่ะชิ้นที่ได้ออกแบบขึ้น  หลักการอย่างง่าย ๆก็คือไม่ว่าจะขนาดเท่าใดก็ต้องสามารถอ่านได้ชัดเจน ซึ่งผู้ออกแบบจะต้องพิจารณาขนาดสัดส่วนของตัวอักษรที่สัมพันธ์กันกับระยะห่างระหว่างสายตากับสิ่งที่มองเห็น

                                7.2  รูปแบบตัวอักษร  การสร้างสรรค์รูปแบบตัวอักษรให้สวยงามแปลกตา และสอดคล้องกับลักษณธข้อความ มีความชัดเจน ทำให้เกิดความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น  เทคนิคการออกแบบและตกแต่งตัวอักษรให้สวยงามจะเป็นแรงบันดาลใจให้อยากรู้  อยากเห็น   มากกว่ารูปแบบอักษรธรรมดา   การจินตนาการรูปแบบขึ้นใหม่เป็นการเฉพาะสำหรับงานนั้นๆ กับการเลือกใช้แบบอักษรสำเร็จที่ออกแบบไว้เป็นแบบมาตรฐานทั่วไป  จะใช้รูปแบบไหนต้องคำนึงถึงความสอดคล้องกับแนวการออกแบบสื่อโปรเตอร์ชิ้นนั้นๆ ด้วย

                                7.3  สีของตัวอักษร  การกำหนดเรื่องสีของตัวอักษรนั้นวัตถุประสงค์เพื่อที่จะเน้นข้อความให้เด่นชัดขึ้น  สวยงามขึ้น  ในการกำหนดสีควรยึดหลัก 3 ประการดังนี้

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ 

เข้าระบบ ให้ดาว ไม่ให้แล้ว   บันทึกนี้ยังไม่ได้ดาวได้ดาว {{ l3nr.actionable.vote_counter }}
Thu Dec 03 2009 11:56:10 GMT+0700 (ICT)

ทำไมไม่บอกอิทธิพลที่มีต่อสังคมและประเทศชาติ

ความแตกต่างจากสื่อชนิดอื่น ด้วยหละครับ

{{ comment.user.fullname }}
{{ comment.name }}
เพิ่มความเห็น
{{ l3nr.current_user.fullname }} - เพิ่มความเห็น