ธรรมชาติ-สิ่งแวดล้อม: WWF : เสือดาวรัสเซียยังเสี่ยงต่อการสูญพันธ์  

 

                เมื่อเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา WWF องค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมสำรวจประชากรเสือดาวอามูร์โดยการนับรอยเท้าบนพื้นหิมะกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าและสถาบันภูมิศาสตร์แห่งแปซิฟิค ในสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย

วรัชดีวอสต๊อก รัสเซีย/ กล๊องค์ สวิสเซอร์แลนด์ : จากการสำรวจจำนวนประชากรของเสือดาวรัสเซีย หรือเสือดาวอามูร์ ซึ่งถือเป็นสัตว์ตระกูลแมวที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์มากที่สุดในโลก พบว่าเหลืออยู่เพียง 25-34 ตัวที่อาศัยอยู่ในธรรมชาติเท่านั้น จึงเป็นเรื่องที่น่าหวั่นวิตกถึงอนาคตความอยู่รอดของสัตว์ชนิดนี้

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา WWF องค์กรอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมสำรวจประชากรเสือดาวอามูร์โดยการนับรอยเท้าบนพื้นหิมะกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่าและสถาบันภูมิศาสตร์แห่งแปซิฟิค ในสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย

"จากการสำรวจยืนยันว่าเสือดาวอามูร์ (Amur leopard) หรือ Far Eastern leopard (Panthera pardus orientalis) ยังคงดำรงชีวิตอยู่ภายใต้ภาวะที่เสี่ยงต่อการสูญพันธ์อย่างมาก" พาเวล โฟเมนโก ผู้ประสานงานงานการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ของ WWF รัสเซีย สาขาตะวันออกไกล

โฟเมนโกยังกล่าวอีกว่า ความเจริญที่รุกล้ำเข้ามาในถิ่นที่อยู่อาศัยของเสือดาว การสร้างถนนใหม่ การล่าสัตว์ การตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศล้วนเป็นภัยคุกคามต่อเสือดาวชนิดนี้ทั้งสิ้น

"ในมุมมองของผม จำนวนประชากรที่แน่นอนของเสือดาวไม่ใช่คำถามหลักของเรา แต่สิ่งที่สำคัญจริง ๆ คือสัตว์ผู้ล่านี้กำลังตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์เป็นที่สุด หากยังไม่มีการประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติและกำหนดขอบเขตพื้นที่อนุรักษ์ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากที่สุดสำหรับการอยู่รอดของเสือดาว" เขากล่าเพิ่มเติม

ระหว่างการสำรวจทีมงานพบร่องรอยของเสือดาวอย่างน้อยสี่ตัว ซึ่งถือเป็นสัญญานที่ดี เพราะนั่นหมายความว่าประชากรเสือดาวไม่ตกอยู่สภาพเครียดจนเกินไปและยังสามารถฟื้นฟูจำนวนประชากรของมันเอง แต่ถ้าจะให้มีสถานภาพที่มั่นคงในระยะยาว อย่างน้อย ๆ ควรจะมีเสือดาวประมาณ 100 ตัว

"การอนุรักษ์สัตว์ผู้ล่าขนาดใหญ่จำเป็นต้องมีอาณาบริเวณกว้างที่มีการรบกวนจากมนุษย์น้อยที่สุด...ซึ่งเป็นเรื่องที่ยาก" ดร.ดามิดตรี พิคูโนฟ ผู้ประสานงานการสำรวจประชากรเสือดาวประจำปี 2550 และหัวหน้าห้องปฎิบัติการด้านนิเวศวิทยาและการอนุรักษ์สัตว์ของสถาบันภูมิศาสตร์แห่งแปซิฟิค ในสถาบันด้านวิทยาศาสตร์ของรัสเซีย

ดร.พิกูโนฟกล่าวอีกว่า เสือดาวโตเต็มวัยหนึ่งตัวต้องการพื้นที่อยู่อาศัยประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร ที่ซึ่งมีสภาพป่าที่สมบูรณ์และมีพวกสัตว์กีบ รวมถึงกวาง ซึ่งเป็นอาหารในจำนวนที่สูงและแน่นอน สองในสี่ของเสือดาวตัวเมียจะอาศัยอยู่ในพื้นที่ขนาดเท่า ๆ กันเพื่อผสมพันธุ์และเลี้ยงดูลูกน้อย

"บางทีนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเสือดาวจึงหายไปอย่างสิ้นเชิงจากเกาเหลีและทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน" ดร.พิคูโนฟ กล่าว "ช่วงต้นศตวรรษที่ผ่านมา เสือดาวอามูร์เป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ทั่วไปทางตอนใต้ของสิกโคเต้-อะลิน และบางส่วนของทะเลสาบคันคา แต่ปัจจุบันเสือดาวจะอาศัยอยู่แค่บริเวณทางตะวันตกเฉียงใต้ของพิโมเย้"

ทีมนักวิจัยทำแปลงสำรวจร่องรอยเสือดาวบนหิมะที่ปกคลุมทั่วพื้นที่กว่า 5000 ตร.กม.ในตะวันตกเฉียงใต้ของภูมิภาคพิโมเย้ ใกล้กับชายแดนระหว่างรัสเซีย จีนและเกาหลีเหนือ นักวิทยาศาสตร์ตรวจนับร่องรอยด้วยวิธีการวัดรูปร่าง ขนาดและรูปทรงของรอย รวมถึงการจดบันทึกทิศทางและเวลาการเคลื่อนไหวของสัตว์ด้วย

ทีมวิจัย 35 ชีวิตลงพื้นที่สำรวจมากกว่า 158 แปลงสำรวจ "การสำรวจร่องรอยของสัตว์ป่าในพื้นผิวหิมะเป็นวิธีการสำรวจที่สำคัญต่อการติดตามนับจำนวนของเสือดาว เราเห็นว่าจำนวนประชากรของมันคงอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการอยู่รอดเช่นนี้มาหลายปีแล้ว" ดร.เดล มิแคลลี่ ผู้อำนวยการของสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า สำนักงานรัสเซียและผู้ประสานงานการสำรวจปี 2547

"เพื่อเข้าใจที่มาที่ไป เราควรจะมีการวิจัยเชิงลึกในเรื่องระบบนิเวศของสัตว์ผู้ล่า โดยใช้เทคนิคล่าสุด คือ กล้องดักถ่ายภาพสัตว์อัตโนมัติ การติดวิทยุ การวิจัยทางพันธุกรรมและสัตว์แพทยศาสตร์"

การสำรวจจำนวนประชากรปี 2550 เราพบเสือดาวตัวผู้จำนวน 7-9 ตัว ตัวเมียที่ไม่มีลูกจำนวน 3-7 ตัว ตัวเมียที่มีลูก 4 ตัว รวมพบลูกเสือดาวทั้งหมด 5-6 ตัว และพบร่องรอยที่ไม่สามารถระบุได้ จำนวน 6-8 รอย รวมทั้งสิ้น 25-34 ตัว  เปรียบเทียบกับผลการสำรวจเมื่อปี 2546 พบร่องรอยของเสือตัวผู้จำนวน 9 ตัว เสือตัวเมียที่ไม่มีลูกจำนวน 7 ตัว และเสือตัวเมียที่มีลูก 4-5 ตัว ลูกเสือรวม 4-5 ตัวและพบ 4 รอยที่ไม่สามารถระบุเพศและอายุได้ รวมทั้งสิ้น 28-30 ตัว  ในปี 2543 พบเสือตัวผู้จำนวน 4-5 ตัว เสือตัวเมียที่ไม่มีลูก 8-9 ตัว เสือตัวเมียที่มีลูก 1-2 ตัว ลูกเสือรวมทั้งสิ้นพบ 1-3 ตัว และอีก 8-9 รอยไม่สามารถระบุเพศและอายุได้ รวมทั้งสิ้นพบ 22-28 ตัว