สรุป หน่วยที่ 1 ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว

          บ้านเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งในการดำรงชีวิตของมนุษย์ เป็นที่ให้ความอบอุ่น และ ความสุขแก่ผู้อยู่อาศัย ถ้าทุกคนอยากให้บ้านมีความสุข สมาชิกทุกคนในครอบครัวต้องมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ช่วยกันทำงานบ้าน ถ้อยทีถ้อยอาศัย บ้านก็จะน่าอยู่ สะอาด ปลอดภัย และถูกสุขลักษณะ

1.ครอบครัว

          เป็นหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม ประกอบด้วย 2 คนขึ้นไป อาจอยู่บ้านเดียวกัน หรือ คนละบ้านก็ได้ แต่ต้องมีความสัมพันธ์กันอย่างใดอย่างหนึ่ง ในครอบครัวจะมีหัวหน้าครอบครัวเป็นผู้ดูแล บรรยากาศภายในบ้านจะเป็นบรรยากาศที่ง่ายๆสบายๆ ไม่ค่อยมีพิธีรีตอง มีความรัก ความอบอุ่น และ ความสามัคคี

     *ทรัพยากรครอบครัว คือ สิ่งที่ครอบกครัวนำไปใช้ประโยชน์เพื่อบรรลุเป้าหมายในการดำรงชีวิตของครอบครัวได้ มี 3 อย่าง คือ

          -ทรัพยากรที่อยู่ในตัวบุคคล เช่น แรงงาน เวลา ความรู้

          -ทรัพยากรที่ไม่ใช่บุคคล เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย อาหาร เสื้อผ้า

          -ทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำ ไฟฟ้า แสงแดด อากาศ

          สมาชิกในครอบครัวควรรู้จักการใช้ทรัพยากรในครอบครัวอย่างมีระบบ และ มีการจัดการที่ดี เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด

          รูปแบบความเป็นอยู่ของครอบครัวไทยในสมัยปัจจุบันนั้น ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป จากการที่ได้รับอิทธิพล วัฒนธรรม ประเพณีจากทางตะวันตกเข้าไปอย่างไม่รู้ตัว โดยเฉพาะครอบครัวในเมือง จนบางครั้งก็ลืมรูปแบบการอยู่แบบไทยๆไปจนหมดก็มี

     1.)ลักษณะรูปแบบความเป็นอยู่ของครอบครัวไทย

          (1)อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ ในบ้านเดีวกัน หรือ อยู่ติดๆกัน มีความรักความผูกพัน อบอุ่น แต่ในปัจจุบันสภาพดังกล่าวค่อยๆเปลี่ยนไป เนื่องจากความเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และ อิทธิพลจากประเทศตะวันตก ทำให้ครอบครัวมีขนาดเล็กลง แยกกันไปอยู่ตามภาระหน้าที่ และ การประกอบอาชีพ แต่ยังคงมีความรักความผูกพันให้กันและกัน เช่น การกลับไปเยี่ยมบ้านถิ่นกำเนิดของตนในเทศกาลต่างๆ

          (2)ผู้ที่อาวุโสกว่าจะเป็นใหญ่ในบ้าน มีอำนาจเหนือเด็ก เด็กจึงไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น ทำให้ไม่กล้าแสดงออก และ ขาดความมั่นใจ ซึ่งเด็กในเมืองจะมีโอกาสแสดงความคิดเห็นมากกว่าเด็กในชนบท

          (3)ฐานะในสังคมไทยยังเหลื่อมล้ำกันอยู่ ซึ่งการฝึกอบรมเด็กที่มาจากฐานะต่างกันก็แตกต่างกันด้วย

          (4)การทำกิจกรรมต่างๆของเด็กผู้ชาย และ เด็กผู้หญิงจะแยกกัน เด็กผู้ชายจะมีอิสระมากกว่า แต่ในปัจจุบันได้รับอิทธิพลจากตะวันตกเข้ามา ทำให้ความรักนวลสงวนตัวของเด็กผู้หญิงน้อยลงไป

          (5)สังคมไทย ไม่นิยมให้วัยรุ่นออกงานโดยอิสระ

          (6)มีการอบรมสั่งสอนให้มีความเคารพ เชื่อถือผู้ใหญ่

          (7)แสดงความเคารพด้วยการไหว้ และ ไม่แสดงความรักอย่างเปิดเผย

     2.)ลักษณะความเป็นอยู่ของครอบครัวประเทศตะวันตก

          (1)อยู่กันเป็นครอบครัวเล็กเมื่อคิดว่าตยเองโตพอแล้ว ก็จะแยกไปอยู่ต่างหาก เพราะต้องการความเป็นอิสระ แต่จะมารวมกันเมื่อมีเทศกาลหรือ โอกาศต่างๆ

          (2)การเลี้ยงดูจะเป็นแบบประชาธิปไตย เด็กมีสิทธิแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างเต็มที่ มีความั่นใจ รู้จักพึ่งตนเอง

          (3)ฐานะความเป็นอยู่ค่อนข้างจะทัดเทียมกัน การฝึกอบรมเด็กจะอยู่ในระดับกลางเท่าๆกัน

          (4)การทำกิจกรรมจะไม่แบ่งแยกชายหญิง มีเสรีภาพพอๆกัน

          (5)วัยรุ่นมีอิสระ และ เสรีภาพในการออกสังคม การคบหาเพื่อนต่างเพศแล้วเป็นแฟนกันก็นับเป็นเรื่องปกติ

          (6)มีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

          (7)แสดงความเคารพกันโดยการจับมือ และ แสดงความรักต่อกันอย่างเปิดเผย

          ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวไทย หรือ ครอบครัวตะวันตก สิ่งที่ทั้ง 2 ครอบครัวจะมีเหมือนกันก็ คือ ความรัก ความอบอุ่น และ ความเข้าใจอันดีต่อกันในครอบครัว

     3.)การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

          (1)สมาชิกทุกคนจะต้องปฏิบัติตามหน้าที่ในความรับผิดชอบของตน ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน

          (2)สมาชิกทุกคนควรช่วยกันสร้างโอกาส หาเวลาพูดคุย เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เรียนรู้นิสัยของกันและกัน

          (3)สมาชิกทุกคนควรมีส่วนร่วมในการรับรู้ความเป็นไปของครอบครัว

          (4)สมาชิกทุกคนต้องรู้จักรักคนอื่น พอๆกับรักตัวเอง

          (5)ควรมีการประชุมศึกษาแบ่งงาน โดยต้องมอบหมายงานให้เหมาะสมกับวัย

          (6)ผู้ที่มีอายุน้อยกว่า ควรเคารพผู้ที่อาวุโสกว่า

          (7)สมาชิกทุกคนควรให้ความช่วยเหลือแก่กัน

          (8)สมาชิกทุกคนควรปฏิบัติต่อกันอย่างเป็นมิตร

          (9)สมาชิกทุกคนควรแสดงความรักแก่กันในโอกาสต่างๆ

     4.)บรรยากาศและความเป็นอยู่ของครอบครัว สามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะ

          (1)แบบอัตตาธิปไตย    บุตรหลานมักไม่ค่อยรู้สึกสนิทกับพ่อแม่ เพราะการตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับพ่อและแม่ ลูกมีหน้าที่เพียงแค่ทำตามคำสั่งอย่างเดียวเท่านั้น เด็กจะขี้อาย ไม่มีความคิดเป็นของตัวเอง

          (2)แบบประชาธิปไตย   พ่อแม่มีความรักความเข้าใจกัน เอาใจใส่บุตรหลาน ให้เสรีภาพด้านการคิด

เด็กจะเป็นคนมีเหตุผล กล้าคิด กล้าทำ และ มีความเชื่อมั่น

          (3)แบบตามใจกัน        พ่อแม่มักจะไม่ค่อยสนใจบุตรหลานเท่าที่ควร เพราะไม่มีเวลาอบรบสั่งสอน เด็กจะขาดระเบียบวินัย ไม่ค่อยรับผิดชอบไม่ไว้ใจใคร และมักก่อปัญหาให้สังคม

     5.)บทบาทหน้าที่ของครอบครัว

          (1)ส่งเสริมความเจริญเติบโตของสมาชิกในครอบครัว เปิดโอกาสให้สมาชิกมีเสรีภาพมากขึ้น ช่วยกันทำงาน ไม่ควรเกี่ยงกันว่าเป็นหน้าที่ของใคร

 

          (2)รับฟังความคิดเห็น และ ความรู้สึกของสมาชิกในครอบครัว ว่าใครมีปัญหาที่ไม่สบายใจ และมอบความรักความห่วงใยให้กันเสมอ

          (3)ส่งเสริมให้มีความรับผิดชอบ และ เสรีภาพส่วนบุคคล ให้รู้ว่าตัวเองมีสิทธิและหน้าที่ในการปฏิบัติอย่างไร และ รู้จักใช้อิสระที่ตนได้รับเมื่อใด

          (4)ส่งเสริมให้มีทักษะขั้นพื้นฐาน ให้สมาชิกในครอบครัวรู้เรื่องเกี่ยวกับการทำงานของพ่อแม่ สอนให้รู้จักการทำงานต่างๆขั้นพื้นฐานที่นำไปต่อยอดได้ และ ปลูกฝังเจตคติที่ดีต่อการทำงาน

          (5)ส่งเสริมให้เป็นคนดี ด้วยการฝึกอบรมและเป็นตัวอย่างให้เด็กได้ปฏิบัติตาม

          (6)ส่งเสริมให้ลูกหลานมีสุขภาพร่างกาย ใจ และ สติปัญญาดี ให้กล้าแสดงความคิดเห็น รู้จักตัดสินใจเอง

2.บ้าน บ้านจะประกอบด้วยสิ่งสำคัญ ดังนี้

     1.)ห้องนอน

     2.)ห้องครัว

     3.)ห้องน้ำ

     4.)ห้องส้วม

     5.)มีบริเวณในบ้านในบ้าน หรือ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ

          

3.การงานในบ้าน มี 2 ประเภท  

     1.)งานส่วนตัว 

          (1)งานด้านสุขภาพอนามัย

               -ทำความสะอาดร่างกาย

               -ทำความสะอาดเครื่องใช้ส่วนตัว

               -รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

               -ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

          (2)งานด้านการศึกษา

          (3)งานด้านความประพฤติ

     2.)งานส่วนรวม

          (1)งานครัว

          (2)งานซักรีดทำความสะอาด และ เครื่องนุ่งห่ม

          (3)ทำความสะอาดตกแต่งบ้าน

          (4)ทำความสะอาดเครื่องใช้ในบ้าน

          (5)ดูแลช่วยเหลือผู้สูงอายุหรือญาติผู้ใหญ่

          (6)บริการอื่นๆ

               -ดูแลน้องและหลาน

               -ดูแลสมาชิกที่เจ็บป่วยในครอบครัว

               -ทำหน้าที่แทนคนอื่นที่งานเยอะ

4.การจัดการงานบ้าน

     1.)ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับงาน และ เวลา

          (1)วิเคราะห์ว่างานที่ต้องทำมีอะไรบ้าง และ งานไหนทำบ่อยแค่ไหน

          (2)ศึกษาความสามารถของสมาชิก เพื่อให้ได้งานที่เหมาะสมตามความถนัด และ ความสมัครใจของแต่ละคน

          (3)ศึกษาเวลาในการทำงานของสมาชิกว่า ใครว่างเวลาไหนจะได้มอบหมายงานตามเวลาที่สมาชิกสามารถ

     2.)วางแผนการทำงาน

     3.)ลงมือปฏิบัติตามแผน

     4.)ประเมิณพัฒนา และ ปรับปรุงงาน

สพฐ.  ม. 4.4.1  สามารถวิเคราะห์  สังเคราะห์  สรุปความคิดรวบยอด  คิดอย่างเป็นระบบและมีการคิดแบบองค์รวม
          ม. 4.4.4  มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์  มองโลกในแง่ดี  และมีจินตนาการ