บทบาทของสหประชาชาติและองค์การเอกชนในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน

 

สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

                ในด้านสิทธิมนุษยชน มาตรา ๑๐ และ ๑๓ (๑) ( b ) ของกฎบัตรสหประชาชาติกำหนดหน้าที่ของสมัชชาใหญ่ให้เริ่มการศึกษาและเสนอแนะไปยังสมาชิกหรือคณะมนตรีความมั่นคง เพื่อให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยไม่เลือกปฏิบัติ ในทางปฏิบัติข้อพิจารณาเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนจะพิจารณาในคณะกรรมการสาม ว่าด้วยเรื่องสังคม มนุษยธรรม และวัฒนธรรมเป็นส่วนใหญ่ ก่อนที่จะมีการรับรองข้อมติอย่างเป็นทางการในที่ประชุมเต็มคณะ

                ในการให้ข้อเสนอแนะต่างๆ สมัชชาใหญ่จะดำเนินการในรูปของมติโดยมติของสมัชชาใหญ่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนไม่ก่อให้เกิดพันธกรณีทางกฎหมายโดยตรง อย่างไรก็ดีข้อมติเหล่านี้ยังมีความสำคัญในด้านกฎหมาย โดยเป็นการตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของประเทศสมาชิก

 

คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

                ในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน คณะมนตรีความมั่นคงมีอำนาจในการมอบอาณัติด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในการปฏิบัติการรักษาสันติภาพหรือให้มีการปฏิบัติการใดๆ เพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมทั้งพิจารณากรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง ซึ่งจะกระทบต่อสันติภาพและความมั่นคง ตามมาตรา ๓๙ ของกฎบัตร พร้อมเสนอแนะมาตรการบังคับใช้ใดๆ ที่จะแก้ปัญหา รวมถึงการจัดตั้งศาลอาญาระหว่างประเทศชั่วคราว เพื่อพิจารณาลงโทษผู้กระทำผิดที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างรุนแรงเป็นการเฉพาะ

คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ

                งานด้านสิทธิมนุษยชน ข้อ ๖๒ ของกฎบัตรสหประชาชาติ กำหนดให้คณะมนตรีมีหน้าที่ให้ข้อเสนอแนะเพื่อให้เกิดการเคารพสิทธิมนุษยชนเสนอร่างอนุสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อให้สมัชชาใหญ่พิจารณา รวมทั้งเป็นกลไกที่รับผิดชอบในการรับทราบรายงานและประสานกิจกรรมของทบวงชำนาญพิเศษของสหประชาชาติที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชน อาทิ องค์การแรงงานระหว่างประเทศ องค์การอนามัยโลก ตลอดจนรับผิดชอบในการหารือกับองค์การเอกชน ในเรื่องที่เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะมนตรีความั่นคงแห่งสหประชาชาติ รวมทั้งเรื่องสิทธิมนุษยชน

 

คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

                คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติมีวัตถุประสงค์เริ่มแรกเพื่อยกร่างปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปัจจุบันมีหน้าที่หลักในการให้ข้อเสนอแนะและรายงานต่อคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมในเรื่องสิทธิมนุษยชน เช่น อนุสัญญา ปฏิญญา หรือมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ การคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ชนกลุ่มน้อย รวมถึงการจัดตั้งกลไกและกระบวนการเพื่อปฏิบัติตามมาตรฐานสิทธิมนุษยชน และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการแก่ประเทศต่างๆ

                ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่มีการพิจารณาในคณะกรรมาธิการ แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่มหลักคือ

๑)ประเด็นเฉพาะเรื่อง เช่น การเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ศาสนา และภาษา  สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สิทธิในการพัฒนา สิทธิของชนกลุ่มน้อย  เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น

๒)สถานการณ์การละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศหรือดินแดนต่างๆ เช่น อิรัก อิหร่าน พม่า อัฟกานิสถาน กัมพูชา ปาเลสไตน์ เป็นต้น

 

องค์กรเอกชนด้านสิทธิมนุษยชนในระบบสหประชาชาติ

                บทบาทขององค์กรเอกชนต่างๆ จะเป็นที่ปรึกษาและนำข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐต่างๆ มาเผยแพร่ให้ประชาคมระหว่างประเทศได้รับรู้ ที่สำคัญองค์การเอกชนยังสามารถเป็นผู้แทนของผู้ถูกละเมิดในการร้องเรียนต่อกลไกของสหประชาชาติ

                นอกจากนี้ยังมีส่วนร่วมในการให้ข้อคิดเห็นและพิจารณาร่างสนธิสัญญาหรือปฏิญญาที่สำคัญด้านสิทธิมนุษยชน และการให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือด้านวิชาการด้านสิทธิมนุษยชนแก่ประเทศต่างๆ ผ่านกลไกของสหประชาชาติ

 

 

 

อ้างอิง เอกสารการสอนวิชากฎหมายสิทธิมนุษยชน คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช