ข้าพเจ้าเป็นนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ชั้นปีที่1 การเรียนภาคฤดูร้อนครั้งนี้เป็นการเรียนที่ท่าพระจันทร์ครั้งแรกของข้าพเจ้า และวิชาเลือกที่ข้าพเจ้าตัดสินใจเรียนคือ วิชาสิทธิมนุษยชน น.๓๙๖ ของอาจารย์แหวว(รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร) แค่ข้าพเจ้าเห็นห้องเรียนก็รู้สึกประทับใจเพราะเป็นที่ดูหรูหราสวยงาม มีไมค์โครโฟนสำหรับทุกที่นั่ง เหมือนกับเป็นห้องประชุมย่อมๆเลยก็ว่าได้ ไม่เหมือนที่นั่งโต๊ะเล็คเชอร์ที่ข้าพเจ้าเคยนั่งเรียนมาก่อนหน้านี้
      
เริ่มแรกของการเรียนอาจารย์แหววได้บรรยายเค้าโครงในoutline อาจารย์ได้แนะนำแล้วกล่าวถึงระบบการเรียนในวิชาสิทธิมนุษยชนนี้ มันเป็นระบบที่แปลกใหม่มากเป็นระบบที่ให้นักศึกษารู้จักคิด ตัดสินใจ โดยอาจารย์จะไม่กำหนดมาให้ว่าต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่อาจารย์จะใช้วิธีแนะแนวทางแนะนำให้เป็นไปตามกรอบที่ถูกต้อง ข้าพเจ้ารู้สึกแปลกใจมากที่อาจารย์บอกกับนักศึกษาทุกคนว่าให้นักศึกษาเลือกเอาได้ว่าจะสอบหรือไม่สอบหรือแม้แต่คาบสุดท้ายของการเรียนการสอนอาจารย์ยังให้นักศึกษาเลือกกันเองตามผลโวตว่าอยากได้เกณฑ์การให้คะแนนแบบไหนด้วยซ้ำ ข้าพเจ้าต้องขอยอมรับว่าข้าพเจ้าไม่ใช้นักเขียนหรือนักอ่านที่ดีนักแต่พอข้าพเจ้าได้มาเรียนวิชานี้ มันเป็นสิ่งใหม่มากที่ต้องมีงานเขียนเชิงวิชาการออกมาสม่ำเสมอ ซึ่งในวันแรกที่อาจารย์แหววแนะนำในห้องเรียนถึงวิธีการเขียนข้าพเจ้าก็ลองกลับไปเขียนบล็อกอันแรกในคืนนั้นเลย ข้าพเจ้ายังจำได้ว่าใช้เวลาเขียนบล็อกอันแรกนานมาก และเช้าวันรุ่งขึ้นอาจารย์แหววก็ชมข้าพเจ้าบอกว่า “ดีมากการะเกด การะเกดคนไหนยกมือขึ้น” อาจารย์ชมว่าข้าพเจ้าทำได้ดีมากที่เริ่มต้นก้าวแรกในการเขียนบล็อก ข้าพเจ้ารู้สึกภูมิใจและมีกำลังใจมากในการเขียนบล็อก อาจารย์แหววยังแสดงความคิดเห็นว่าเห็นด้วยกับข้าพเจ้า แนะนำให้ข้าพเจ้ามีความพยายามศึกษาต่อยอดไปให้ดีขึ้น
      
อาจารย์สอนให้ข้าพเจ้ารู้ว่าการอ่านหนังสือเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ความรู้ไม่จำเป็นจะต้องอยู่แต่ในหนังสือกฎหมาย แต่ความรู้อยู่รอบตัวของเราสามารถเพียงแค่เราเปิดใจที่จะยอมรับข่าวสารรอบรู้ที่รายล้อมเราอยู่มีอยู่หลายครั้งที่ข้าพเจ้าได้แรงบันดาลใจจากการเขียนบล็อกเพียงแค่ตอนดูหนังภาพยนตร์ หรือแม้แต่ตอนที่คุยกับเพื่อนหรือกับคุณพ่อ แต่ละบล็อกที่ข้าพเจ้าเขียนต้องอาศัยการอ่านและหาข้อมูล ข้าพเจ้าจะไม่สามารถเรียนวิชานี้ได้เลยถ้าไม่ยอมอ่าน เป็นเวลาเกือบสองเดือนที่ข้าพเจ้าได้เรียนวิชานี้มาข้าพเจ้ารู้สึกว่าสำหรับตอนนี้การเขียนบล็อกไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปข้าพเจ้ารู้สึกว่าความสามารถในการเขียนของตัวเองมีศักยภาพมากขึ้น คำพูดได้พรั่งพรูไหลลื่นแตกต่างจากวันแรกที่ข้าพเจ้าเขียนบล็อกวันนั้น
      
ห้องเรียนสิทธิมนุษยชนไม่ใช่เป็นเพียงห้องเรียนที่มีนักศึกษาเพียง51คนอีกต่อไป เพราะตอนกลับบ้านยามที่ข้าพเจ้าเปิดอินเตอร์เน็ท ข้าพเจ้าก็จะเรียนรู้เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและปัญหาอยุติธรรมที่เกิดขึ้นรอบตัวเราต่อไป ความคิดเห็นต่างๆที่ข้าพเจ้าได้โต้ตอบกับเพื่อนๆในบล็อก มันทำให้ความรู้ในโลกแคบๆของเราแตกฉานไม่ใช่ว่าเรื่องที่เราคิดจะถูกต้องเสมอไป เรารู้จักเรียนรู้และต้องรู้จักยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น และการเรียนวิชาสิทธิมนุษยชนให้ได้นั้นต้องมีจุดเด่นอีกเรื่องคือ ความกล้าในการแสดงความคิดเห็น ซึ่งเป็นความกล้าในเรื่องที่ถูกต้อง การที่เราได้แบ่งปันความคิดเห็นหรือความรู้สึกให้กับเพื่อนๆนักศึกษาในห้องเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก เพราะอาจารย์แหววกล่าวอยู่เสมอว่า “เรามาว่าฝึกว่าความกันเถอะ” ถ้าเราไม่ฝึกพูดฝึกแสดงความคิดเห็นในตอนนี้เราจะสามารถทำงานเป็นนักกฎหมายที่ดีได้อย่างไร
สำหรับข้อคิดเห็นของข้าพเจ้าข้าพเจ้ารู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ฟังการบรรยายพิเศษของอาจารย์ทั้ง4ท่าน ข้าพเจ้าคงไม่มีโอกาสนี้ถ้าไม่ได้เข้าเรียนกับอาจารย์แหวว ข้าพเจ้าอยากให้รุ่นน้องที่มาลงวิชานี้ได้รับประสบการณ์ที่ดีและ ได้รับความรู้แบบที่ข้าพเจ้าเคยได้รับมาในภาคฤดูร้อนนี้ การเสวนาวิชาการที่จัดขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีและมีประโยชน์มากค่ะ ข้าพเจ้ารู้สึกเสมอว่างานเสวนานี้เป็นเรื่องใหญ่เพราะสำหรับนักศึกษาปี1ธรรมดาอย่างข้าพเจ้า ได้มีโอกาสร่วมทำงานที่มีบุคคลสำคัญจะมาถกเถียงให้ความรู้ โอกาสเช่นนี้ไม่สามารถหาได้ง่ายๆ ถ้ามีโอกาสข้าพเจ้าจึงอยากให้รุ่นน้องได้ทำงานเสวนานี้เหมือนปีที่ข้าพเจ้าได้ทำในภาคฤดูร้อนนี้ นอกจากจะได้ความรู้ ยังได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ รุ่นพี่ ทำให้เราเรียนรู้ที่จะทำงานกับคนหมู่มาก มีทั้งผู้นำ ผู้ตาม ซึ่งเราต่างต้องช่วยเหลือกันไป ถึงแม้การเรียนวิชาสิทธิมนุษยชนจะจบลงแต่ข้าพเจ้ามั่นใจว่าประสบการณ์ จากลักษณะนิสัยที่อาจารย์แหววได้ปลูกฝังและอบรมพวกเราทุกคนจะมีอยู่ตลอดไป ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณอาจารย์แหวว อาจารย์มิว อาจารย์โอ๊ต อาจารย์ต้ำที่สอนสั่งและให้ความเอ็นดู คอยดูแล ชี้แนะแนวทางการการเรียนและการทำงาน ให้คำปรึกษาพวกเราเสมอมา ข้าพเจ้าจะรู้สึกประทับใจเสมอที่ได้เลือกเรียนวิชาสิทธิมนุษยชนในภาคฤดูร้อนปี2552นี้