รับน้อง หรือ กิจกรรมต้อนรับนักเรียนหรือนักศึกษาใหม่ คือ กิจกรรมที่นักศึกษารวมถึงนิสิตหรือนักเรียนรุ่นพี่ จัดขึ้นสำหรับ นักศึกษาใหม่ที่เข้ารับการศึกษา เป้าหมายเพื่อทำให้นักศึกษาที่เข้าใหม่ได้ทำความรู้จักกับรุ่นพี่ของสถานศึกษานั้น และเรียนรู้วิธีการประพฤติปฏิบัติตัวในสังคมสถานศึกษานั้น ในขณะเดียวกันปัญหาที่เกิดขึ้นตามมาจากการประพฤติตัว ไม่เหมาะสมของรุ่นพี่ในการใช้อำนาจที่ไม่ถูก ทำให้มีการถกเถียงกันในสังคมไทย

ในหลายสถาบันได้มีการจัดการรับน้องภายในช่วงระหว่างเปิดการศึกษา ตั้งแต่ช่วงก่อนเปิดการศึกษาจนถึงหนึ่งเดือนภายหลังจากวันแรกที่เปิดการศึกษา

เหตุผลของการรับน้อง

สาเหตุเริ่มต้นของการรับน้อง เกิดจากที่นักศึกษาที่เข้าเรียนในสถานศึกษาแห่งใหม่ จำเป็นต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆรวมถึงเรื่องราวของสถานศึกษานั้น การเตรียมตัวการเรียนและมารยาทต่างๆในสถานศึกษา การรับน้องเกิดขึ้นเพื่อให้ นักศึกษาใหม่ได้คุ้นเคยและทำความรู้จักกับรุ่นพี่ ที่จะสามารถสอนวิธีการปฏิบัติตัวในสังคมได้ การรับน้องถือเป็นกิจกรรมทีมีประโยชน์ในอดีตอย่างน้อยต่อรุ่นน้องให้ได้รู้จักรุ่นพี่ นอกจากนี้ยังทำให้ทุกคนรู้รักสามัคคีกัน รู้จักปรับตัว รู้จักการวางตัว รวมทั้งกิริยามารยาทที่ควรปฏิบัติในการอยู่ร่วมกันในสังคมนั้น

การรับน้องในมหาวิทยาลัยไทย

ในมหาวิทยาลัย การรับน้องจะเน้นเพื่อให้รุ่นพี่และรุ่นน้องได้ทำความรู้จักกัน ซึ่งรวมถึงกิจกรรมต่างๆ เช่น การเข้าห้องเชียร์หรือการฝึกร้องเพลงของคณะร่วมกัน การพักแรมต่างจังหวัด และหลายๆครั้งจะรวมถึงการดื่มสุราด้วยกันระหว่างรุ่นพี่และรุ่นน้อง นอกจากนี้ในแต่ละมหาวิทยาลัย การรับน้องจะมีแบ่งแยกแตกต่างกันไป เช่น

 

 

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รับน้องก้าวใหม่ กิจกรรมการรับน้อง 3 วัน 2 คืน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจัดขึ้นในช่วงก่อนเปิดภาคการศึกษาต้น (เทอมแรกของปีการศึกษานั้นๆ) เป็นกิจกรรมรับน้องรวมทุกคณะ ทุกสำนัก ทุกสาขาของมหาวิทยาลัย จัดขึ้นเพื่อรุ่นน้องที่สนใจกิจกรรมรับน้องที่เรียกว่า "ก้าวใหม่" นี้ทุกคน โดยมีการให้น้องใหม่จับฉลาก หรือใช้การสุ่มแบบต่างๆ เพื่อที่จะคละน้องใหม่ให้เป็นกลุ่มต่างๆ เข้าสู่กลุ่มที่เรียกว่า "บ้าน" โดยในแต่ละบ้านจะมีรุ่นพี่จากแต่ละคณะมารวมกันจัดกิจกรรม ให้การดูแล และให้ความช่วยเหลือ ภายหลังจากการแยกบ้าน รุ่นพี่และรุ่นน้องจะทำความรู้จักกัน ทำกิจกรรมรวมกัน ร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวโดยไม่แยกคณะ ไม่แยกที่มา กิจกรรมหลักจะเป็นการ ร้องเพลง เต้นรำ ภายในบ้าน และการแข่งขันกันระหว่างบ้าน หรือระหว่างเมือง(ถ้ามี) เมื่อจบกิจกรรมรับน้องก้าวใหมแล้ว่ รุ่นพี่จะมัดสายสิญจ์ไว้ที่ข้อมือของรุ่นน้องแต่ละคน

 

 

มหาวิทยาลัยมหิดล

กิจกรรมรับน้องจะจัดขึ้นในช่วงก่อนเปิดเทอม กิจกรรมมีระยะเวลาประมาณ 2 วัน 2 คืน โดยวันแรกจะเป็นพิธีปฐมนิเทศให้กับนักศึกษาใหม่ที่อาคารเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์ศาลายา ซึ่งอธิการบดีจะกล่าวต้อนรับนักศึกษา จากนั้นนักศึกษาใหม่จะถูกแบ่งกลุ่มแบบสุ่มให้ไปอยู่ตามกลุ่มรับน้องต่างๆ (ซึ่งมีประมาณเกือบ 40 กลุ่ม) กิจกรรมที่สำคัญๆ ในช่วงของการรับน้องก็เช่นเดินไปตามฐานต่างๆ ซึ่งภายในฐานก็จะมีเกมให้เล่นแตกต่างกันไป สันทนาการหมู่ การแข่งขันสันทนาการประชันกันระหว่างกลุ่ม เป็นต้น ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ไม่มีกำหนดการแน่นอนตายตัว และเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาในการจัดกิจกรรมไปทุกปี แต่กิจกรรมที่เป็นประเพณีและถูกจัดให้อยู่ในช่วงเช้าของวันที่ 2 ก็คือการเดินจากมหาวิทยาลัยมหิดล ศูนย์ศาลายา ไปไหว้พระและถวายสังฆทานที่พุทธมณฑล แล้วในคืนสุดท้ายก็จะมีคอนเสริ์ตโดยศิลปินชื่อดัง เช่น นภ พรชำนิ มีการเล่นงานวัด และปิดท้ายด้วยการแสดงดนตรีจากกลุ่มสลึง จากนั้นแต่ละกลุ่มก็จะพาน้องใหม่ไปยังสถานที่ที่แต่ละกลุ่มได้จับจองพื้นที่กันเอาไว้ทั่ววิทยาเขตศาลายา และนำน้องใหม่ทั้งหมดสันทนาการกันทั้งคืน จนถึงรุ่งเช้าก็เป็นอันเสร็จสิ้นกิจกรรมรับน้อง โดยทั่วไปแล้ว หลังจากผ่านกิจกรรมสันทนาการมาทั้งคืน วันรุ่งขึ้นจะมีการตักบาตรร่วมกันของพี่น้องในกลุ่ม หลังจากนั้นให้น้องไปพักผ่อน และวันถัดมาจะเป็นวันเปิดเรียนวันแรกพอดี

 

 

 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รับน้องรถไฟ กิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จัดขึ้นโดยรุ่นพี่มาต้อนรับนักศึกษาที่กำลังจะเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่ โดยรวมตัวกันที่สถานีรถไฟหัวลำโพงโดยทั้งหมดจะใช้รถไฟเดินทางจากกรุงเทพสู่เชียงใหม่ รุ่นพี่และรุ่นน้องจะทำความรู้จักกัน และมีการร้องเพลง เต้นรำ รวมถึงการเล่นเกมต่างๆ จนถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่

 

รับน้องขึ้นดอย กิจกรรมรับน้องจัดขึ้นเพื่อให้รุ่นพี่และรุ่นน้องในมหาวิทยาลัยเดิน (บางคณะจะวิ่ง เพื่อแสดงถึงพละกำลัง) ร่วมกัน จากศาลาธรรมบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขึ้นดอยสุเทพไปเพื่อ นมัสการพระธาตุฯ โดยในระหว่างทางจะหยุดพักบริเวณศูนย์ป้องกันไฟป่าหนึ่งครั้ง และหยุดพักอีกครั้งเมื่อถึงบริเวณพระธาตุฯดอยสุเทพ

 

 

 มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

กิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงจะจัดขึ้นช่วงเปิดเทอมเป็นเวลา 1 เดือนเต็มตั้งแต่เปิดเทอม โดยที่รุ่นพี่จะจัดทีมงานออกเป็น 3 ทีมเป็นอย่างน้อยได้แก่ ชมรมสันทนาการ ให้ความบันเทิงกับน้องนักศึกษาใหม่ โดยมีจุดประสงค์ว่า อย่างน้อยก็ให้น้องได้คลายเครียดคลายเหงาบ้างและไม่ว่าจะเป็นยังไงพี่ก็จะไม่ทำหน้าบึ้งตึงใส่น้อง ส่วนทีมที่สองคือ คณะกรรมการระเบียบวินัย หรือ ระเบียบ ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏระเบียบที่ทางมหาวิทยาลัยตั้งขึ้นเพื่อนักศึกษา ไม่ว่าจะเป็นกฏหอพัก กฎการแต่งกาย กฎการใช้อาคารสถานที่ และมารบาทในการเข้าสังคมต่างๆที่อาจจะเกิด หรือสมควรเกิดขึ้นในมหาวิทยาลัย โดยที่พี่กลุ่มนี้จะทำหน้าบึ้งตึงตลอดเวลาเพื่อให้น้องเข้าใจว่า มันเป็นเรื่องสำคัญจริงๆ เช่นเดียวกับการสาธิตการใช้อุปกรณ์บนเครื่องบินเสียอย่างนั้น ส่วนทีมที่สามคือ สวัสดิการ เป็นคนคอยทำหน้าที่ดูแลรักษาน้องที่มีโรคประจำตัวเป็นต้น และทีมสุดท้ายคือ พี่แฟง จะเริ่มทำงานช่วงที่น้องเรื่มเข้ามหาวิทยาลัยครั้งแรก หรืออยู่ในกิจกรรมรับน้องของมหาวิทยาลัย โดยทั้ง 4 ทีมนี้จะต้องผ่านองค์การ องค์การบริหารนักศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุรุนแรง หรือเหตุร้ายกับนักศึกษาที่เพิ่งจะใหม่เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในหลายๆ สถาบัน

 

 

รับน้องเฉพาะคณะ

รับน้องเฉพาะคณะ ซึ่งแต่ละคณะ จะมีประเพณีการรับน้องที่แตกต่างกันไป เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคณะ

คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จะมีพิธีศิลป์จุ่มลักษณะภาพรวมของพิธีการ คือการให้น้องใหม่ที่เข้ามาศึกษาในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ แต่งชุดในลักษณะของชุดแบบล้านนาแสดงให้เห็นถึงการเข้าเป็นส่วนหนึ่งในสังคมล้านนาแม้นักศึกษาจะมาจากต่างถิ่นก็ตาม และจะมีการตั้งขบวนแห่ จากหน้าคณะฯ เดินไปยังสถานที่ประกอบพิธี (ปกติจะประกอบพิธีที่เรือนล้านนา) ให้น้องใหม่ ได้รับศิลป์ (ครูจะให้นักศึกษาเขียนบางอย่างแล้วก็สอนจาก สิ่งที่นักศึกษาวาดออกมา) รับพร จากครูบาอาจารย์ในคณะฯ เพื่อให้นักศึกษาที่เข้ามาเรียนในคณะนี้ ตระหนัก ถึงการใช้ศาสตร์และศิลป์ เพื่อสังคม

 

 การวิพากษ์วิจารณ์การรับน้อง

เนื่องจากกิจกรรมรับน้องจัดโดยรุ่นพี่ที่อยู่ในสถานศึกษานั้นมาก่อน หลายครั้งที่ผู้อาวุโสกว่าจะมีการวางตัวข่มขู่เพื่อให้รุ่นน้องเป็นที่ยำเกรง ซึ่งนำไปสู่การใช้อำนาจในสังคมการศึกษาอย่างไม่ถูกไม่ควรในบางสถาบันโดยอ้างเหตุผลของการรับน้อง ตัวอย่างการข่มขู่ที่ออกมาให้เห็นได้ เช่นการที่รุ่นพี่สั่งไม่ชอบหน้ารุ่นน้อง โดยสั่งให้รุ่นน้องทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การสั่งใหวิ่งรอบสนาม การให้ผู้ชายสองคนจับอวัยวะเพศของกันและกัน หรือ การสั่งให้ถอดเสื้อผ้ากลางที่สาธารณะชน เป็นต้น โดยถ้ารุ่นน้องไม่ปฏิบัติตามจะถูกรุ่นพี่กลุ่มหนึ่ง กล่าวหาว่าไม่เคารพรุ่นพี่และนำการรับน้องมาใช้เป็นเหตุผล ปัญหาที่ตามมาแทนที่รุ่นน้องจะได้รับการศึกษาและแนวทางปฏิบัติที่ดี รุ่นน้องบางคนได้เรียนรู้วิธีการลงโทษและการแกล้งจากรุ่นพี่ ซึ่งจะนำไปใช้ในการรับน้องของปีต่อไปแทน

 

ในต้นปีการศึกษา 2548 การรับน้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังมีกิจกรรมที่ป่าเถื่อนและรุนแรง ประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางคือการฆ่าตัวตายของนิสิตมหาวิทยาลัย[1] ประเด็นดังกล่าวทำให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สั่งยกเลิกกิจกรรมรับน้องทั้งหมดในทุกๆ สถาบันการศึกษาในปีการศึกษานั้น ซึ่งคำสั่งดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย