ความเป็นมา - หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 กำหนดให้งานแนะแนวเป็นภารกิจที่สถานศึกษาต้องดำเนินการ เพื่อส่งเสริม ดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน ให้สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนได้ตามธรรมชาติและเต็มศักยภาพ ดังนั้นเพื่อให้การจัดการศึกษาทุกรูปแบบ ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถบริหารจัดการแนะแนวได้อย่างมีประสิทธิภาพสนองจุดหมายของหลักสูตรที่มุ่งให้คนไทยเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ (กรมวิชาการ 2545 : คำชี้แจง) ซึ่งตามโครงสร้างของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ กิจกรรมแนะแนว และกิจกรรมนักเรียน กิจกรรมแนะแนวเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความสามารถของผู้เรียนให้เหมาะสมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล สามารถค้นพบ และพัฒนาศักยภาพของตน เสริมสร้างทักษะชีวิต วุฒิภาวะทางอารมณ์ การเรียนรู้ในเชิงพหุปัญญาและการสร้างสัมพันธภาพที่ดี ซึ่งผู้สอนทุกคนต้องทำหน้าที่แนะแนวให้คำปรึกษาด้านชีวิต การศึกษาต่อและการพัฒนาตนเองสู่โลกอาชีพและการมีงานทำ (กรมวิชาการ 2544 : 6) กระทรวงศึกษาธิการ ได้กำหนดขอบข่ายการบริหารงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา มี 5 บริการ คือ 1. บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล 2. บริการสนเทศ 3. บริการให้คำปรึกษา 4. บริการจัดวางตัวบุคคล 5. บริการติดตามผลและประเมินผล (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 2538 : 12 – 13) ซึ่งการจัดบริหารแนะแนวของโรงเรียนประถมศึกษา ในขอบข่ายของงานบริการแนะแนวทั้ง 5 บริการ ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดระบบข้อมูลที่ชัดเจน มีการปฏิบัติงานแต่ขาดการบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ขาดเอกสารและขาดการวิเคราะห์ติดตามข้อมูลที่ได้มา ทำให้งานแนะแนวไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ซึ่งสาเหตุมาจากครูที่รับผิดชอบงานแนะแนวไม่มีความรู้ความเข้าใจการจัดบริการแนะแนวอย่างเพียงพอ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ผู้บริหารไม่เห็นความสำคัญกับงานแนะแนวเท่าที่ควร ไม่สนับสนุนหรือติดตามผลการปฏิบัติงานแนะแนว ทำให้ครูที่ทำหน้าที่แนะแนวขาดกำลังใจในการปฏิบัติงาน (กฤษณา สุขสะอาด 2544 : http://www.thaiedreserch.org/result/result.php?=427) และจากข้อมูลการศึกษาสภาพปัญหาการดำเนินงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาที่สำคัญที่สุดคือ บุคลากรไม่เห็นความสำคัญของการดำเนินงานแนะแนวในโรงเรียน เพราะว่ามีความคิดว่าการแนะแนวเป็นการเพิ่มงาน นำความยุ่งยากมาให้ต้องใช้เทคนิคและวิธีการมาก ครูทุกคนต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างดีก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องจัดกิจกรรมแนะแนวอีก เป็นการซ้ำซ้อนเสียเวลา ไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 2538 : 39) นอกจากนี้การจัดการศึกษาของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี มีภารกิจต้องรับผิดชอบโรงเรียนในสังกัด 273 โรงเรียน นักเรียน 61,480 คน และจำนวนบุคลากร 2,930 คน (สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี 2546 : 1 – 27) จากรายงานการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา ของสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี ประจำปี 2544 พบว่า 1. ด้านปริมาณ การเกณฑ์เด็กเข้ารับการศึกษาภาคบังคับได้ร้อยละ 95.20 ซึ่งเป้าหมายกำหนดไว้ร้อยละ 100 อัตราการออกกลางคันของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 คิดเป็นร้อยละ 0.75 ซึ่งเป้าหมายที่กำหนดไว้ไม่เกิน 0.5 และนักเรียนที่เรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 97.58 ซึ่งเป้าหมายที่กำหนดไว้ร้อยละ 100 2. ด้านคุณภาพ สมรรถภาพการเรียนยังต่ำในบางกลุ่มวิชา เช่น กลุ่มทักษะ (คณิตศาสตร์) คิดเป็นร้อยละ 68.10 กลุ่มพิเศษ (ภาษาอังกฤษ) คิดเป็นร้อยละ 68.32 และในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีอัตราการตกซ้ำชั้นเฉลี่ยร้อยละ 1.71 โดยเฉพาะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คิดเป็นร้อยละ 4.55 3. ด้านสุขภาพอนามัย นักเรียนที่น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานของกรมอนามัยกระทรวงสาธารณสุขคิดเป็นร้อยละ 9.03 จากเหตุผลดังกล่าวผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะศึกษาปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี ตามขอบข่ายการบริการงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา มี 5 บริการ คือ 1. บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล 2. บริการสนเทศ 3. บริการให้คำปรึกษา 4. บริการจัดวางตัวบุคคล 5. บริการติดตามผลและประเมินผล (สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ 2538 : 12 – 13) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ แก้ไข ปรับปรุง การจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษาให้มีประสิทธิภาพต่อไป แนวคิดทฤษฎี - 1. ความรู้เกี่ยวกับการแนะแนว 1.1 ความหมายของการแนะแนว 1.2 ปรัชญาการแนะแนว 1.3 ความสำคัญและความจำเป็นในการแนะแนว 1.4 จุดมุ่งหมายของการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา 1.5 หลักการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา 2. การบริหารงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา 2.1 การบริหารจัดการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา 2.2 ขอบข่ายการบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา 1) บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล 2) บริการสนเทศ 3) บริการให้คำปรึกษา 4) บริการจัดวางตัวบุคคล 5) บริการติดตามและประเมินผล 3. บทบาทและหน้าที่ของผู้บริหารต่อการบริหารงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา 4. บทบาทของครูแนะแนวที่มีต่องานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา วัตถุประสงค์ - 1. เพื่อศึกษาระดับปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี 2. เพื่อเปรียบเทียบปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี จำแนกตามสถานภาพในการปฏิบัติงานประสบการณ์ในการปฏิบัติงานแนะแนว และขนาดของโรงเรียนที่จัดบริการแนะแนว 3. เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาหรือปรับปรุงงานการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี สมมุติฐานการวิจัย - 1. ปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี อยู่ในระดับมาก 2. ปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี แตกต่างกันเมื่อจำแนกตามสถานภาพในการปฏิบัติงาน 3. ปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี ไม่แตกต่างกันเมื่อจำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงานแนะแนว 4. ปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี แตกต่างกันเมื่อจำแนกตามขนาดของโรงเรียน ระเบียบวิธีวิจัย - วิจัยเชิงสำรวจ (survey research) ประชากร/กลุ่มตัวอย่าง ประชากร ในการวิจัยครั้งนี้คือ ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ประสานงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี ปีการศึกษา 2545 รวมทั้งสิ้น 546 คน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ผู้บริหารโรงเรียนและครูผู้ประสานงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี จำนวน 230 คน ตัวแปร - นิยามศัพท์ - 1. การแนะแนว หมายถึง การช่วยเหลือบุคคลให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองได้อย่างเต็มที่ในทุกด้าน เข้าใจตนเอง เข้าใจสิ่งแวดล้อม สามารถเลือกตัดสินใจ และปรับตัวได้อย่างเหมาะสม ประสบความสำเร็จในชีวิต 2. การจัดบริการแนะแนว หมายถึง บริการต่าง ๆ ที่จัดขึ้นเพื่อการแนะแนว ซึ่งมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องต้องอาศัยกันและกัน 5 บริการ ได้แก่ บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล บริการสนเทศ บริการให้คำปรึกษา บริการจัดวางตัวบุคคล บริการติดตามและประเมินผล 3. ปัญหาการจัดบริการแนะแนว หมายถึง อุปสรรคหรือข้อข้องเกี่ยวกับการจัดบริการและแนะแนวด้านต่าง ๆ ทั้ง 5 บริการ ดังนี้ 3.1 บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล หมายถึง การศึกษา สำรวจ รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับตัวนักเรียนด้านการศึกษา อาชีพ บุคลิกภาพ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์ และจัดระบบแล้ว จะทำให้ครูรู้จักนักเรียน และสามารถให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริมและพัฒนาได้อย่างถูกต้อง ทั้งสามารถช่วยให้นักเรียนได้เข้าใจตนเองและยอมรับตนเองอีกด้วย 3.2 บริการสนเทศ หมายถึง การให้ข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ เพื่อให้นักเรียนเกิดการพัฒนา เป็นกิจกรรมหนึ่งที่ต่อเนื่องจากบริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล อันจะช่วยให้นักเรียนได้รับข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ที่ตรงกับความต้องการในการส่งเสริม พัฒนา ตลอดจนแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม 3.3 บริการให้คำปรึกษา หมายถึง การให้ความช่วยเหลือ ความใกล้ชิด ความอบอุ่น ความมั่นใจ อันจะช่วยให้นักเรียนสามารถตัดสินใจและเลือกได้อย่างฉลาด ถูกต้อง เหมาะสมกับสภาพปัญหาความต้องการ 3.4 บริการจัดวางตัวบุคคล หมายถึง การให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ตรง หรือฝึกฝนทักษะในเรื่องที่ตนสนใจ การจัดบรรยากาศ สิ่งแวดล้อม ตลอดจนกิจกรมให้นักเรียนได้รับประสบการณ์ดังกล่าวนั้น โดยจัดให้สอดคล้อง ต่อเนื่องกับกระบวนการเรียนการสอน ทั้งสอดคล้องกับผลจากการวิเคราะห์ข้อมูล ความสนใจ ความต้องการ 3.5 บริการติดตามประเมินผล หมายถึง การปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องจากบริการต่าง ๆ ที่กำหนด เพื่อติดตาม ดูแลว่านักเรียนมีสิ่งใดที่ต้องปรับปรุง แก้ไข พัฒนา ตลอดจนติดตามการจัดกิจการต่าง ๆ ว่าสัมฤทธิ์ผลเพียงใด มีสิ่งใดต้องปรับปรุงให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น 4. โรงเรียนประถมศึกษา หมายถึง สถานศึกษาที่มีการจัดการเรียนการสอน ระดับก่อนประถมศึกษา ประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น (โรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา) สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - เป็นแบบสอบถาม แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ ตอนที่ 1 แบบสอบถามเป็นแบบสำรวจรายการ เกี่ยวกับสถานภาพของผู้ตอบแบบสอบถาม ตอนที่ 2 แบบสอบถามเกี่ยวกับปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษาซึ่งครอบคลุมขอบข่ายงานแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษาทั้ง 5 บริการ ลักษณะเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ตอนที่ 3 เป็นแบบสอบถามแบบปลายเปิดเกี่ยวกับการให้ข้อเสนอแนะ และแนวทางในการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา วิธีการรวบรวมข้อมูล - การวิเคราะห์ข้อมูล - สถิติที่ใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สรุปผลวิจัย - ผลการวิจัยพบว่า 1. ปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี ใน 5 บริการ คือ 1) บริการศึกษาและรวบรวมข้อมูล 2) บริการสนเทศ 3) บริการให้คำปรึกษา 4) บริการจัดวางตัวบุคคล และ 5) บริการติดตามและประเมินผลโดยภาพรวมมีปัญหาปานกลางทุกด้าน 2. เปรียบเทียบปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี 1) พบว่าระหว่างผู้บริหารโรงเรียนและคูผู้ประสานงานแนะแนว โดยภาพรวมมีปัญหาปานกลาง ทั้ง 5 บริการ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 2) พบว่าระหว่างประสบการณ์การปฏิบัติงานต่ำกว่า 5 ปี 5-10 ปี และมากกว่า 10 ปี โดยภาพรวมมีปัญหาปานกลาง ทั้ง 5 บริการ ไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ 3) พบว่าโรงเรียนขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยภาพรวมมีปัญหาปานกลาง ทั้ง 5 บริการ แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แต่ไม่แตกต่างกันกับโรงเรียนขนาดใหญ่ 3. ข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหา 1) ให้มีการรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ แบบมาตรฐานเดียวกันและต่อเนื่องเป็นปัจจุบัน 2) บริการสนเทศควรเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพดี ความรู้ ข่าวสารอย่างเพียงพอ ถูกต้อง ทั่วถึงและสม่ำเสมอ 3) บริการให้คำปรึกษา เป็นผู้มีความรู้เฉพาะ เชี่ยวชาญ มีจิตวิทยาดี 4) บริการจัดวางตัวบุคคล ควรเป็นผู้ที่มีความรู้ทางด้านการจัดวางตัวบุคคล และ 5) บริการติดตามและประเมินผล ควรมีการประเมินอย่างต่อเนื่อง ใกล้ชิด จริงจัง และสม่ำเสมอ ข้อเสนอแนะ - 1. ควรศึกษาเปรียบเทียบปัญหาการจัดบริการแนะแนวในโรงเรียนประถมศึกษา โรงเรียนในสังกัดเทศบาลกับโรงเรียนสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา 2. ควรศึกษาสภาพการใช้บริการแนะแนวของนักเรียนในโรงเรียนประถมศึกษา http://www.thaiedresearch.org/result/detail_add.php?id=6909