วันนี้ฉันได้อ่านผลงานวิจัยที่เกี่ยวกับสาขาวิชาที่ฉันได้เรียนมาค่ะคือวิชาภาษาไทยนั้นเอง  เรื่องคำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาไทยถิ่นใต้กับภาษาไทยกลางค่ะ ลองอ่านกันดูนะค่ะ

 

บทคัดย่อ

                บทความนี้ มุ่งศึกษาลักษณะของคำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้กับภาษาไทยกลาง ศึกษาโดยเก็บข้อมูลจากพจนานุกรมภาษาถิ่นใต้ จำนวน 111 คำ โดยเลือกศึกษาเฉพาะคำเรียกชื่อสัตว์ คำเรียกชื่อสัตว์ที่ใช้ตรงกันในภาษาถิ่นใต้กับภาษาไทยกลางมีจำนวน 86 คำ (77.5%) และใช้ไม่ตรงกัน (ไม่มีในภาษาไทยกลาง)จำนวน 25 คำ (22.5%) สามารถแบ่งชนิดของคำเรียกชื่อสัตว์ออกเป็น 4 ประเภท คือ สัตว์ปีก สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์น้ำ สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ผลการศึกษาลักษณะของคำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้กับภาษาไทยกลาง สรุปได้ว่า ในภาษาถิ่นใต้มีพยางค์สั้นกว่าภาษาไทยกลาง คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้ออกเสียงบางพยางค์ต่างจากภาษาไทยกลาง และคำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้ใช้ไม่ตรงกับภาษาไทยกลาง คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้บางคำไม่มีในภาษาไทยกลาง โดยเฉพาะในหมวดสัตว์น้ำ มีหลายคำที่มีศัพท์เฉพาะในภาษาถิ่นใต้ แต่ไม่มีในภาษาไทยกลาง เนื่องมาจากสภาพแวดล้อมของภาคใต้ติดทะเล ผู้คนมีความคุ้นเคยกับสัตว์น้ำมากกว่าคนในแถบภาคกลาง คำศัพท์ที่เป็นคำเรียกชื่อสัตว์หมวดสัตว์น้ำในภาษาถิ่นใต้จึงมีมากกว่าในภาษาไทยกลาง จึงเห็นว่าบางคำมีเฉพาะในภาษาถิ่นใต้เท่านั้น

 

ความนำ

                ภาษาไทยถิ่นใต้กับภาษาไทยกลาง แม้จะจัดอยู่ในภาษาตระกูลเดียวกัน สามารถสื่อสารกันได้พอเข้าใจ แต่คำศัพท์ที่ใช้ส่วนใหญ่แล้วแตกต่างกัน  คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้ก็มีความแตกต่างกับภาษาไทยกลางอยู่มาก บางคำหากไม่ใช่คนที่พูดภาษาใต้เป็นภาษาแม่แล้วก็มักจะไม่ทราบว่า คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้ที่ได้ยินนั้นหมายถึงอะไร เนื่องจากความแตกต่างกันนี้เองจึงทำให้เกิดผู้วิจัยเกิดความสนใจที่จะศึกษาในเรื่องนี้

 

ผลการศึกษา

1.ข้อมูลทั้งหมด

จำนวนคำศัพท์ที่ใช้ศึกษาทั้งหมด 111 คำ โดยนำมาจากพจนานุกรมภาษาถิ่นใต้ นำไปหาความหมายในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542

2.ชนิดของคำเรียกชื่อสัตว์

                สามารถแบ่งประเภทได้ดังนี้

1.)สัตว์ปีก ได้แก่ คุ่ม นกจอก นกจิบ นกทุง นกหัวชี เอี้ยง นกแอ่น นกไส้ ตี้เตียวแว็ด นกขาไตร คู้ลา นกพังคะ นกกรง นกตู้หู ทึดทือนกบวด นกปีกปุด นกกวัก นกกระ นกกุก นกค่อน นกกะฮัง นกวัก ยิ่ว แป็ด ไก่ญี่ปุ่น หรีด จังหรีด จักจัน หร้า ต๊อกแตน ต้อ ฉ็อง แมงบี้ ยุงโท้ ยุงใบ้ หมาบ้า ตุกแตน

2.)สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ งูบองยอดกล้วย งูบองหลา งูปล้องทอง งูปะ งูป๊ะ งูสองหลึง งูเห่าตะลาน งูบังโดะ งูใบ้ งูพังการ งูปากแป็ด ผึ้งกือ กึ้งก่า จีนจก  ตีนจก ตกแก ตั๊กแก ผึ้งก่า จันกร็อง กวด ขลิ้ง เดือน ปลีง

3.)สัตว์น้ำ ได้แก่ ซิว ดุก หลด หัวกัว ปลาบอก ปลาเบน ปลาก่ด ปลาเด ปลาโบ๋ ปลาขี้ไก่ ปลาค้างโคะ งัวเล งามกา ปลาจ้องหม่ง จิ้งจัง ดุกเนื้ออ่อน ปลาใบไม้ ปลาพรม ปลาโกรย ปลาโคบ ปลาริ้ว ปลาออ ปลาหลอน ชี้เติง สองดอง จักจันเล    กุ้งกรูด กุ้งฝัด กุ้งเม่า กุ้งไม้ กุ้งหัวโขน เตา กระ กระอาน

4.)สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ ได้แก่ กบ ค้างคก อึ้งอ่าง กบบัว กบทูด

 

3.ลักษณะของคำเรียกชื่อสัตว์

   1.คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้มีพยางค์สั้นกว่าภาษาไทยกลาง

ภาษาไทยถิ่นใต้

ภาษาไทยกลาง

เข้

จระเข้

คุ่ม

นกคุ่ม

งูปะ

งูกะปะ

นกจอก

นกกระจอก

นกจิบ

นกกระจิบ

ซิว

ปลาซิว

ดุก

ปลาดุก

เดือน

ไส้เดือน

นกทุง

นกกระทุง

บือ

กระบือ

 

 2. คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้ออกเสียงบางพยางค์ต่างจากภาษาไทยกลาง

ภาษาไทยถิ่นใต้

ภาษาไทยกลาง

กะจง

กระจง (เติมอักษรควบกล้ำ ร)

กั่ง

กั้ง (เสียงเอกเป็นเสียงโท)

กึ้งก่า

กิ้งก่า (เสียงสระอึเป็นเสียงสระอิ)

ค้างคก

คางคก (เสียงโทเป็นเสียงสามัญ)

งัว

วัว (เสียง /ง/ เป็นเสียง /ว/)

จักจัน

จักจั่น (เสียงจัตวาเป็นเสียงเอก)

จังหรีด

จิ้งหรีด (เสียงสระอะเป็นเสียงสระอิ)

จีนจก

จิ้งจก (เสียงสระอีเป็นเสียงสระอิ, ตัวสะกด น เป็น ง)

 

 3.  คำเรียกชื่อสัตว์ในภาษาถิ่นใต้ใช้ไม่ตรงกับภาษาไทยกลาง               

ภาษาไทยถิ่นใต้

ภาษาไทยกลาง

นกพังคะ

นกกระเต็น

กระสิง

เพลี้ย

ไก่ญี่ปุ่น

ไก่แจ้

นกขาไตร

นกแซงแซว

ปลาขี้ไก

ปลาแขยง

ปลาค้างโคะ

ปลากดหัวแข็ง

คูรำ

เลียงผา

คู้ลา

นกกระจาบ

งัวเล

ปลาพะยูน

งามกา

ปลาดาว

 

สรุป

                จะเห็นได้ว่าคำที่ใช้เรียกชื่อสัตว์ในภาษาไทยถิ่นใต้กับภาษาไทยกลางจะมีความคล้ายคลึงกันอยู่ เพียงแต่ภาษาไทยถิ่นได้ จะตัดคำให้สั้นลง เพื่อให้เรียกได้ง่ายขึ้น เนื่องจากตามธรรมชาติของคนใต้แล้ว เป็นคนง่ายๆ ทำอะไรรวดเร็ว ทันใจ คำเรียกชื่อสัตว์ของภาษาไทยถิ่นใต้จึงมักเป็นคำสั้นๆ เช่น คำว่า จระเข้ ภาษาไทยถิ่นใต้ ใช้คำว่า เข้ เพียงพยางค์เดียว เพื่อให้สามารถเรียกได้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ส่วนคำบางคำที่สั้นอยู่แล้วหรือมีเพียงพยางค์เดียว ก็จะเรียกเหมือนกัน เพียงแต่สำเนียง เสียงอาจแตกต่างกันไปตามแบบฉบับของภาษาไทยถิ่นใต้ เช่น คำว่า ไก่ในภาษาไทยกลาง ภาษาไทยถิ่นใต้ใช้คำว่า ไก ซึ่งความจริงแล้ว เป็นคำๆ เดียวกัน เพียงแต่ในภาษาไทยถิ่นใต้เกิดการเพี้ยนเสียง เนื่องจากสำเนียงที่แตกต่างกันนั่นเอง แต่ก็ยังมีคำอีกกลุ่มหนึ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ที่เกิดจากการสร้างคำใหม่ เช่น คำว่า นกฮูก ในภาษาไทยกลาง ภาษาไทยถิ่นใต้ใช้คำว่า ทึดทือเป็นคำที่สร้างขึ้นใหม่โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับคำที่ใช้เรียกในภาษาไทยกลางเลย ซึ่งคำที่สร้างขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับทัศนะคติ มุมมองเกี่ยวกับสิ่งนั้นๆ ที่แตกต่างกันนั่นเอง

  

 

 

ที่มา  :   คุณ ฟาฮัด รองคีรี    นักศึกษาวิชาเอกภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี