อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย

 

                อนุสัญญาฯได้แบ่งสถานภาพของประเทศสมาชิกออกเป็น2ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ประเทศสมาชิกที่ได้รับผลกระทบจากการแปรสภาพเป็นทะเลทรายโดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา กับประเทศสมาชิกที่พัฒนาแล้ว พร้อมกับกำหนดพันธกรณีเพื่อเป็นบรรทัดฐานความร่วมมือและการปฏิบัติของประเทศสมาชิกตามสถานภาพของตน โดยแบ่งพันธกรณีออกเป็น3ส่วนสำคัญ คือ

                (1) พันธกรณีทั่วไป สำหรับทุกๆประเทศสมาชิก เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐานความร่วมมือของทุกๆประเทศ

                (2) พันธกรณีของประเทศที่ได้รับผลกระทบ เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐาน บทบาทในฐานะประเทศผู้สมควรได้รับความช่วยเหลือในการดำเนินการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและ/หรือความเสื่อมโทรมของดิน เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้งและแก้ไขปัญหาความยากจน

                (3) พันธกรณีของประเทศที่พัฒนาแล้ว เพื่อใช้เป็นบรรทัดฐาน สำหรับบทบาทการให้การสนับสนุนการดำเนินการที่ได้รับผลกระทบที่กำลังพัฒนา

 

ประโยชน์ที่ประเทศไทยได้รับ

 

                การดำเนินการตามอนุสัญญา UNCCD ถือเป็นภารกิจสำคัญ ที่ประเทศไทยได้แสดงบทบาทตามเจตนารมณ์ในการให้ความร่วมมือกับประชาคมโลก เพื่อแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของทรัพยากรที่ดิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภูมิคุ้มกันประเทศ

                ประเทศไทย จัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการแปรสภาพเป็นทะเลทรายและความแห้งแล้ง จึงมีสิทธิ์รับความช่วยเหลือทางการเงิน วิชาการ เทคโนโลยี และผู้เชี่ยวชาญจากนานาชาติ เพื่อนำมาพัฒนาการดำเดินงานตามหลักการและข้อตกลงของอนุสัญญาฯได้ อีกทั้งยังสามารถประยุกต์ใช้ประสบการณ์ ความสำเร็จต่างๆจากประเทศสมาชิก มาดำเนินการในประเทศได้ ซึ่งนอกจากจะได้รับความทันสมัย ความก้าวหน้าทางความรู้ ความคิดและเทคโนโลยีในการดำเนินการแล้ว ยังสามารถใช้สนับสนุนการพัฒนากิจการภายใน ในทุกๆด้านที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการบริหารพัฒนาบุคลากรและองค์กรการสร้างและพัฒนาเครื่องมือด้านกฎหมายและนโยบายช่วยดำเนินการ การพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การเข้าถึงแหล่งงบประมาณจากภายนอก รวมทั้งการได้พันธมิตรและเครือข่ายดำเนินการอีกด้วย

                การดำเนินการความร่วมมือ เป็นส่วนหนึ่งของการช่วยสนับสนุนให้คนไทยได้มีโอกาสแสดงบทบาทและสร้างชื่อเสียงในเวทีโลก มีโอกาสในการประชาสัมพันธ์ผลงานและความสำเร็จของประเทศ

                การดำเนินการตามอนุสัญญาฯถือความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ จึงมีความเป็นไปได้ในการที่ทุกๆส่วนของสังคม รวมทั้งธุรกิจเอกชนจะมาร่วมทำธุรกิจภายใต้โครงการร่วมและใช้โอกาสจากความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจได้

 

สนธิสัญญานี้ถือว่ามีสถานะเป็นบ่อเกิดของกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็น Treaty Making Law เนื่องจากว่าอนุสัญญาเป็นหนึ่งในความตกลงหลายฝ่ายในระบบสหประชาชาติ ซึ่งประเทศสมาชิกทุกๆประเทศมีส่วนในความเป็นเจ้าของร่วมกัน

 

                เมื่อวันที่12 ธันวาคม 2543 ประเทศไทยเข้าเป็นสมาชิกอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย และกระทรวงการต่างประเทศได้ยื่นภาคยานุวัติสารต่อสำนักงานสหประชาชาติ ณ กรุงนิวยอร์ค ครบ90วันตามข้อกำหนดของการเข้าเป็นสมาชิก ประเทศไทยจึงได้มีสถานะเป็นสมาชิกอนุสัญญาฯโดยสมบูรณ์ ในลำดับที่174 เมื่อวันที่5 มิถุนายน 2544

                หน้าที่การประสานการดำเนินการตามอนุสัญญาฯ ให้กรมที่ดินเป็นผู้รับผิดชอบ ได้มีการจัดตั้งสำนักงานผู้ประสานงานอนุสัญญาUNCCDขึ้น เป็นศูนย์กลางการประสานความร่วมมือภายในและระหว่างประเทศในการพัฒนาการต่อต้านความเสื่อมโทรมของที่ดิน การบรรเทาภัยแล้งและแก้ไขปัญหาความยากจน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ตามอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการแปรสภาพเป็นทะเลทราย