อีคิวคืออะไร
 
            อีคิวหรือ E.Q. มาจากคำว่า  Emotional Quotient หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์
            ความฉลาดทางอารมณ์ คือ ความสามารถทางอารมณ์ ที่จะช่วยให้การดำเนินชีวิตเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข
            อีคิว ถือเป็นเรื่องใหม่ในแวดลงการศึกษาและจิตวิทยาเพราะเพิ่งได้รับความสนใจและยอมรับในความสำคัญอย่างจริงจังเมื่อ ๑๐ กว่าปีมานี้ เดิมเคยเชื่อกันว่า ความสามารถทางเชาวน์ปัญญาหรือไอคิว คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้มนุษย์ประสบความสำเร็จ มีชีวิตที่ดีและมี
ความสุข
            ต่อมา นักจิตวิทยาเริ่มตั้งข้อสงสัยต่อความเชื่อความเข้าใจดังกล่าว เพราะไม่เชื่อว่าความสำเร็จและความสุขในชีวิตของคน ๆ หนึ่งจะขึ้นอยู่กับความสามารถางเชาน์ปัญญาแต่เพียงอย่างเดียวแต่เนื่องจากในระยะนั้นยังไม่มีข้อมูลจากการศึกษาวิจัยที่เพียงพอความคิดนี้จึงถูกละเลยไปอย่างน่าเสียดาย
            จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. ๑๙๙๐ ซาโลเวย์และเมเยอร์ สองนักจิตวิทยาได้นำความคิดนี้มาพูดถึงอีกครั้ง โดยเอ่ยถึงความฉลาดทางอารมณ์ เป็นครั้งแรกว่า “เป็นรูปแบบหนึ่งของความฉลาดทางสังคมที่ประกอบด้วยความสามารถในการรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่นสามารถแยกความแตกต่างของอารมณ์ที่เกิดขึ้นและใช้ข้อมูลนี้เป็นเครื่องชี้นำในการคิดและกระทำสิ่งต่าง ๆ”
            จากนั้น แดเนียล โกลด์แมน นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ก็สานต่อแนวคิดนี้อย่างจริงจังโดยได้เขียนเป็นหนังสือเรื่อง ความฉลาดทางอารมณ์ (Emotional Intelligence) และได้ให้ความหมายของอีคิวว่า “เป็นความสามารถหลายด้าน ได้แก่ การเร่งเร้าตัวเองให้ไปสู่เป้าหมายมีความสามารถควบคุมความขัดแย้งของตนเองรอคอยเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่า มีความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น สามารถจัดการกับอารมณ์ไม่สบายต่าง ๆ มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง”
            หลังจาก หนังสือความฉลาดทางอารมณ์  (Emotional Intelligence) ของแดเนียล
โกลแมน ออกสู่สาธารณชน ผู้คนก็เริ่มให้ความสนใจกับความฉลาดทางอารมณ์มากขึ้นประกอบกับระยะหลังมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ยืนยันถึงความสำคัญของความฉลาดทางอารมณ์
            อีคิวหรือความฉลาดทางอารมณ์ จึงได้รับการยอมรับว่ามีความสำคัญต่อความสำเร็จและความสุขในชีวิตมนุษย์ กลายเป็นเรื่องฮิตที่มาแรงแซงหน้าไอคิวไปในระยะหลัง
            นอกจากคำว่า Emotional Quotient ที่เราเรียกว่า อีคิวแล้ว ยังมีคำอื่น ๆ อีกหลายคำที่นักวาการใช้ในความหมายใกล้เคียงกัน เช่น
 
            Emotional Intelligence
            Emotional Ability
            Interpersonal Intelligence
            Multiple Intelligence
            กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแนวคิดเรื่อง ความฉลาดทางอารมณ์ ที่ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ ๓ ประการคือ
-     ความดี
-     ความเก่ง
-     ความสุข
ดี หมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนเองรู้จักเห็นใจ
ผู้อื่น และมีความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
            ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนเอง
-         รู้อารมณ์และความต้องการของตนเอง
-         ควบคุมอารมณ์และความต้องการได้
-         แสดงออกอย่างเหมาะสม
ความสามารถในการเห็นใจผู้อื่น
-         ใส่ใจผู้อื่น
-         เข้าใจและยอมรับผู้อื่น
-         แสดงความเห็นใจอย่างเหมาะสม
ความสามารถในการรับผิดชอบ
-         รู้จัการให้ รู้จักการรับ
-         รู้จักรับผิด รู้จักให้อภัย
-         เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
เก่ง หมายถึง ความสามารถในการรู้จักตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาและแสดงออกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนมีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
ความสามารถในการรู้จักและสร้างแรงจูงใจให้ตนเอง
-         รู้ศักยภาพของตนเอง
-         สร้างขวัญและกำลังใจให้ตนเองได้
-         มีความมุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงเป้าหมาย
ความสามารถในการตัดสินใจและแก้ปัญหา
-         รับรู้และเข้าใจปัญหา
-         มีขั้นตอนในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม
-         มีความยืดหยุ่น
ความสามารถในการมีสัมพันธภาพกับผู้อื่น
-         รู้จักการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
-         กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม
-         แสดงความเห็นที่ขัดแย้งได้อย่างสร้างสรรค์
สุข หมายถึง ความสามารถในการดำเนินชีวิตอย่างเป็นสุข มีความภูมิใจในตนเอง พอ
ใจในชีวิต และมีความสุขสงบทางใจ
            ความภูมิใจในตนเอง
-         เห็นคุณค่าในตนเอง
-         เชื่อมันในตนเอง
ความพึงพอใจในชีวิต
-         รู้จักมองโลกในแง่ดี
-         มีอารมณ์ขัน
-         พอใจในสิ่งที่ตนมีอยู่
ความสงบทางใจ
-         มีกิจกรรมที่เสริมสร้างความสุข
-         รู้จักผ่อนคลาย
-         มีความสงบทางจิตใจ

        
  ความฉลาดทางอารมณ์ =เข้าใจตนเอง + เข้าใจผู้อื่น + แก้ไขความขัดแย้ง
           เข้าใจตนเอง               เข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการในชีวิตของตนเอง
           เข้าใจผู้อื่น                  เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่น และสามารถแสดงออกมาได้
                                                     อย่างเหมาะสม
           แก้ไขความขัดแย้งได้                  เมื่อมีปัญหาสามารถแก้ไขจัดการให้ผ่านพ้นไปได้อย่าง
           เหมาะสมทั้งปัญหาความเครียดในใจ หรือปัญหาที่เกิดจากการขัดแย้งกับผู้อื่น
 

 
 
 
 
 
 
 
 

 

อีคิวกับไอคิวต่างกันอย่างไร
 
            ไอคิว หรือ Intelligence Quotient หมายถึง ความฉลาดทางเชาวน์ปัญญา การคิด การใช้เหตุผล การคำนวณ การเชื่อมโยง
            อีคิว หรือ Emotional Quotient หมายถึง ความฉลาดทางอารมณ์เป็นความสามารถในการรับรู้ และเข้าใจอารมณ์ทั้งของตัวเองและผู้อื่น ตลอดจนสามารถปรับปรือควบคุมได้อย่างเหมาะสมกับสภาวะการณ์
            ไอคิว เป็นศักยภาพทางสมองที่ติดตัวมาแต่กำเนิดเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ยาก
            อีคิว ถึงแม้จะเป็นศักยภาพทางสมองเหมือนกันแต่ก็สามารถปรับเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนาให้ดีขึ้นได้
            ไอคิว สามารถวัดออกมาเป็นค่าสัดส่วนตัวเลขที่แน่นอนได้
            อีคิว ไม่สามารถระบุซื้อออกมาเป็นค่าสัดส่วนตัวเลข
 
การวัดไอคิว เกิดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. ๑๙๐๕ โดยนักจิตวิทยาชาวฝรั่งเศสที่ต้องการแยกบุคคลปัญญาอ่อนจากคนปกติเพื่อจะได้จัดการศึกษาให้อย่างเหมาะสม โดยใช้การเปรียบเทียบระหว่างความสามารถที่ควรจะเป็นกับอายุสมองแล้วคำนวณออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์
            ปัจจุบัน การวัดไอคิวมักใช้แบบทดสอบของเวสเลอร์ ที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๙๓๐ โดยอาศัยงานวิจัยของนักวิชาการและนักการทหาร เป็นกลุ่มข้อทดสอบทั้งหมด ๑๑ กลุ่ม เป็นกลกุ่มที่ต้องใช้ภาษาโต้ตอบ ๖ กลุ่ม ไม่ต้องใช้ภาษาโต้ตอบ ๕ กลุ่ม ดังนี้
            ๑. ข้อมูลทั่วไป เป็นคำถามเพื่อตรวจวัดความสนใจความรู้รอบตัว
            ๒. ความคิด ความเข้าใจ
            ๓. การคิดคำนวณ
            ๔. ความคิดที่เป็นนามธรรม โดยให้หาความเหมือน
            ๕. ความจำระยะสั้น โดยใช้การจำจากตัวเลข
            ๖. ภาษาในส่วนของการใช้คำ
            ๗. การต่อภาพในส่วนที่ขาดหายไป
            ๘. การจับคู่โครงสร้าง โดยดูจากรูปร่างหรือลวดลาย
            ๙. การเรียงลำดับภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ
            ๑๐. การต่อภาพเป็นรูป ด้วยการต่อจิ๊กซอว์
            ๑๑. การหาความสัมพันธ์ของตัวเลขและสัญลักษณ์
            การวัดอีคิว เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ไม่มีแบบมาตรฐานที่แน่นอน เป็นเพียงการประเมินเพื่อให้ผู้วัดมองเห็นความบกพร่องของความสามารถทางด้านอารมณ์ที่ต้องการพัฒนา
แก้ไข กรมสุขภาพจิตได้พัฒนาแบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ โดยประเมินจาก ความสามารถด้านหลัก ๓ ด้าน คือ ดี เก่ง สุข ซึ่งแยกเป็นด้านย่อยได้ ๙ ด้าน
            ๑. การควบคุมตนเอง
            ๒. การเห็นใจผู้อื่น
            ๓. ความรับผิดชอบ
            ๔. การมีแรงจูงใจ
            ๕. การตัดสินใจแก้ปัญหา
            ๖. สัมพันธภาพกับผู้อื่น
            ๗. ความภูมิใจในตนเอง
            ๘. ความภูมิใจในตนเอง
            ๙. ความสุขสงบทางใจ
 
            เนื่องจากไอคิวสามารถวัดออกมาเป็นตัวเลขได้ จึงมีผู้ให้ความสำคัญกับไอคิวมาก โดยตลอด เด็กที่เรียนเก่ง จะมีแต่คนชื่นชม พ่อแม่ครูอาจารย์รักใคร่ ต่างจากเด็กที่เรียนปานกลางหรือเด็กที่เรียนแย่มักไม่ค่อยเป็นที่สนใจ หรือถูกดุว่า ทั้ง ๆ ที่เด็กเหล่านี้อาจจะมีความสามารถทางด้านอื่น เช่น ดนตรี กีฬา ศิลปะเพียงแต่ไม่มีความถนัดเชิงวิชาการเท่านั้นเอง
            มาในช่วงหลัง ๆ ความเชื่อมั่นในไอคิวเริ่มสั่นคลอนเมื่อมีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการวัด และความสำคัญของไอคิว จนในที่สุดเมื่อ ๑๐ ปีที่ผ่านจึงยอมรับกันว่าแท้จริงแล้วไอคิวอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้คน ๆ  หนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตได้ทุกด้าน เพราะในความเป็นจริง ชีวิตต้องการทักษะและความสามารถในด้านอื่น ๆ อีกมากมายที่นอกเหนือไปจากการจำเก่ง การคิดเลขเก่ง หรือการเรียนเก่งความสามารถเหล่านี้อาจจะช่วยให้คน ๆ หนึ่งได้เรียน ได้ทำงานในสถานที่ดี ๆ แต่คงไม่สามารถเป็นหลักประกันถึงชีวิตที่มีความสุขได้
            ยกตัวอย่างเช่น งานวิจัยชิ้นหนึ่งในรัฐแม็ซซาชูเสท สหรัฐอเมริกาที่ศึกษาความสัมพันธ์ของไอคิวมีความสัมพันธ์ของไอคิดกับความสำเร็จในชีวิต โดยติดตามเก็บข้อมูลจากเด็ก ๔๕๐ คน นานถึง ๔๐ ปี พบว่าไอคิวมีความสัมพันธ์เพียงเล็กน้อยกับความสามารถในทำงานได้ดีหรือกับการดำเนินชีวิต และพบว่าปัจจัยที่สามารถจะทำนายถึงความสำเร็จในด้านต่าง ๆ ของชีวิตได้ดีกว่า กลับเป็นความสามารถด้านต่าง ๆ ในวัยเด็กที่ไม่เกี่ยวข้องกับไอคิว เช่น ความสามารถในการจัดการกับความผิดหวัง การควบคุมอารมณ์ และการเข้าบุคคลอื่นได้ดี
            ตัวอย่างงานวิจัยอีกเรื่องหนึ่ง คือการติดตามเก็บข้อมูลจากผู้ที่จบปริญญาเอกทางวิทยาศาสตร์ ๘๐ คน ตั้งแต่ตอนที่ยังศึกษาอยู่ไปจนถึงบั้นปลายชีวิตในวัย ๗๐ ปีพบว่าความสามารถทางด้านอารมณ์และสังคมมีส่วนทำให้ประสบความสำเร็จในวิชาชีพและมีชื่อเสียงมากกว่าความสามารถทางเชาวน์ปัญญาหรือไอคิดถึง ๔ เท่า
           
               การจัดระดับค่าการวัดไอคิว

      ฉลาดมาก             ๑. very superior มากกว่า ๑๓๐
                                       ๒. superior                        ๑๒๐ - ๑๓๐
                                       ๓. bright normal                       ๑๑๐ – ๑๒๐
        ธรรมดา                ๔. normal                                      ๙๐ – ๑๐๐
                               . dull normal                          ๘๐ – ๙๐
                                       ๖. borderline                                 ๗๐ – ๘๐
        ต่ำกว่าปกติ          ๗. mental retardation                 ต่ำกว่า ๗๐
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 

 

กราฟประเมินความฉลาดทางอารมณ์
 
 
0         5       10      15       20      25
 
คะแนนเฉลี่ย
แต่ละด้านย่อย
1.1 ควบคุมตนเอง               ช่วงคะแนนปกติ=(13 – 18)
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _           _ _ _ _ _ _
 
15.54
1.2 เห็นใจผู้อื่น                     ช่วงคะแนนปกติ=(16 – 21)
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _        _ _ _ _
 
18.27
1.3 รับผิดชอบ                      ช่วงคะแนนปกติ=(17 – 23)
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _           _ _    
 
19.86
2.1 มีแรงจูงใจ                       ช่วงคะแนนปกติ=(15 – 21)
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _          _ _ _  
 
18.22
2.2 ตัดสินใจและแก้ปัญหา ช่วงคะแนนปกติ=(14 – 20)
_ _ _ _ _ _ _ _ _ _           _ _ _ _ _ _
 
17.22
2.3 ตัดสินใจและแก้ปัญหา ช่วงคะแนนปกติ=(14 – 20)
_ _ _ _ _ _ _ _ _ __ _ _ _       _ _ _ _

บันทึกนี้เขียนโดย  เมื่อ 

เข้าระบบ ให้ดาว ไม่ให้แล้ว   บันทึกนี้ยังไม่ได้ดาวได้ดาว {{ l3nr.actionable.vote_counter }}
{{ comment.user.fullname }}
{{ comment.name }}
เพิ่มความเห็น
{{ l3nr.current_user.fullname }} - เพิ่มความเห็น

L3nr

L3nr (อ่านว่า Learner ชื่อเดิม Learners.in.th) ให้บริการโดย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง l3nr.org

สารบัญ บันทึก

ระบบแนะนำ

 GotoKnow   คนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้
อ่าน เขียน บันทึกประวัติศาสตร์ชีวิตและการทำงาน ครู อาจารย์ คนทำงานภาครัฐและภาคสังคม

 ClassStart   ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
จัดการการเรียนการสอนได้ง่าย ไม่ต้องติดตั้งระบบเอง เข้าถึงได้ทุกที่ทุกเวลา

ทั้งสองระบบลงทะเบียนใช้ได้เลย บริการฟรีแก่ทุกสถานศึกษาโดย ม.สงขลานครินทร์