ความหมายของแอนิเมชั่น (Animation)

การเล่าเรื่องด้วยภาพในงานแอนิเมชั่น  ความหมายที่เกิดจากการใช้ขนาดภาพ  มุมกล้อง  การเคลื่อนไหว  ล้วนเป็นภาษาสากลซึ่ง
คนทั้งโลกดูแล้วเข้าใจได้ตรงกัน  คนส่วนใหญ่สื่อสารกับภาษาภาพในภาพยนตร์โดยไม่รู้ตัว  แต่สำหรับคนที่ต้องทำงานอยู่เบื้องหลังแล้ว
การไม่รู้หลักการใช้ภาพในการสื่อสารความหมายและอารมณ์ความรู้สึกก็คงไม่ต่างจากคนที่ขับรถโดยไม่รู้ว่าอุปกรณ์ต่างๆในรถ
มีหน้าที่ทำงานอย่างไร
      บทภาพ คือภาษาเขียนในบทแอนิเมชั่นจะถูกแปลเป็นภาษาภาพ  โดยเน้นให้ได้ความหมายที่ชัดเจน  ควบคู่ไปกับอารมณ์ของภาพ
ที่ทะลุทะลวงไปยังผู้ชม  ไม่ว่าเศร้า  ตื่นเต้น  น่ากลัว ชวนหัว  หรืออื่นๆ
      องค์ประกอบหลักๆ ในภาษาภาพมีอยู่สามอย่าง ได้แก่  หนึ่ง ขนาดภาพ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็อาจเปรียบได้กับพยัญชนะในภาษาไทย
สอง มุมกล้อง ซึ่งอาจเปรียบได้กับสระ และสาม การเคลื่อนกล้อง ซึ่งก็คงเหมือนกับวรรณยุกต์ เมื่อนำองค์ประกอบทั้งสามมา
ประกอบเข้าด้วยกัน ก็จะได้หนึ่งภาพ เป็นเสมือนหนึ่งคำที่สมบูรณ์ด้วยความหมายและอารมณ์ความรู้สึก

1. ภาพไกลมาก หรือ Extreme Long Shot (EXS)
    เป็นขนาดภาพที่กว้างไกลมาก ขนาดภาพนี้มักใช้ในฉากเปิดเครื่องหรือเริ่มต้นเพื่อบอกสถานที่ว่า
เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน ปกติฉากที่เปิดโดยใช้ภาพขนาดนี้มักมีขนาดกว้างใหญ่ เช่นมหานครซึ่งเต็ม
ไปด้วยหมู่ตึกสูงเสียดฟ้า, ท้องทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา, ขุนเขาสูงตระหง่าน,ฉากการประจันหน้า
กันในสงคราม, ฉากการแสดงมหกรรมคอนเสิร์ต ฯลฯ
    จุดเด่นของภาพ Extreme  Long  Shot อยู่ตรงความยิ่งใหญ่ของภาพ  ซึ่งสามารถสร้างพลัง
ดึงดูดคนดูไว้ได้เสมอ

 

2. ภาพไกล หรือ Long Shot (LS)
    เป็นขนาดภาพที่ย่อมลงมาจากภาพ Extreme  Long  Shot คือ กว้างไกลพอที่จะมองเห็น
เหตุการณ์ โดยรวมทั้งหมดได้  เมื่อดูแล้วรู้ได้ทันทีว่าในฉากนี้ ใครทำอะไร  อยู่ที่ไหนกันบ้าง
เพื่อให้คนดูไม่เกิดความสับสนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตัวละครในฉากนั้นๆ ถือเป็นขนาดภาพ
ที่เหมาะกับการเปิดฉาก หรือเปิดตัวละคร  เพื่อให้เห็นภาพรวม  ก่อนที่จะนำคนดูเข้าไปใกล้
ตัวละครมากขึ้นในช็อต (Shot) ต่อไป
     แต่ในขณะที่เหตุการร์ดำเนินไป  เราก็ยังสามารถใช้ภาพ Long Shot ตัดสลับกับภาพขนาดอื่นๆ
ได้เช่นกัน  ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ในเรื่อง  ถ้าเป็นช่วงที่ต้องการแสดงให้เห้ท่าทางของตัวละคร
มากกว่าอารมณ์สีหน้าก็ควรใช้ภาพขนาดนี้

3. ภาพปานกลาง หรือ Medium Shot (MS)
    เป็นภาพที่คนดูจะไม่ได้เห็นตัวละครตลอดทั้งร่างเหมือนภาพ Long Shot
แตจะเห็นประมาณ
ครึ่งตัว  เป็นขนาดภาพที่ทำให้รายละเอียดของตัวละครมากยิ่งขึ้น  เหมือนพาคนดูก้าวไปใกล้ตัว
ละครให้มากขึ้น  ภาพขนาดนี้ถูกใช้บ่อยมากกว่าภาพขนดอื่นๆ เพราะสามารถให้รายละเอียด
ได้มากไม่น้อยเกินไปคือคนดูจะได้เห็นทั้งท่าทางของตัวละคร  และอารมณ์ที่ฉายบนสีหน้าไปพร้อมๆ

กัน

4. ภาพใกล้หรือ Close up (CU)
    เป็นขนาดภาพที่เน้นใบหน้าตัวละครโดยเฉพาะ เพื่อแสดงอารมณ์ของตัวละครในขณะนั้นว่า
รู้สึกอย่างไรต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ภาพขนาดนี้มักมีการเคลื่อนไหวน้อย เพื่อให้คนดูเก็บรายละเอียด
ได้ครบถ้วน

5. ภาพใกล้.หรือ Extreme Close up (CU)
    เป็นขนาดภาพที่ตรงกันข้ามชนิดสุดขั้วกับภาพ Extreme Long Shot คือจะพาคนดูเข้าไปใกล้
ตัวละครมากๆ เช่น แค่ตา ปาก จมูก เล็บ รวมเปถึงการถ่ายสิ่งของอื่น ๆ อย่างชิดติด เพื่อให้เห็น
รายละเอียดกันอย่างจะแจ้ง เช่น ก้อนนำแข็งในแก้ว, หัวแหวน, ไกปืน เป็นต้น เป็นต้น

            การเลือกใช้ขนาดของภาพต้องให้มีความหลากหลาย ระวังอย่าใช้ภาพที่มีขนาดเท่ากันมาเรียงต่อกันบ่อยๆ เพราะจะทำให้งานดู
ไม่น่าสนใจวิธีที่ดีที่สุดในการศึกษาการใช้ขนาดภาพ คือหาภาพยนตร์แอนิเมชั่นที่โปรดปรานมาสักเรื่องเปิดดูอย่างช้าๆ ค่อยๆ
เรียนรู้วิธีการใช้ขนาดภาพ ลองวิเคราะห์ดูว่าทำไมเขาถึงเลือกใช้ขนาดภาพแบบนั้น รับรองในไม่ช้า คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นมากที่เดียว

 ที่ม http://www.keereerat.ac.th/animation/web/eyepicture.htm

Animation


แอนนิเมชัน มาจากรากศัพท์ภาษาละติน มีความหมายว่าทำให้มีชีวิต ชีวา มีวิญญาณ ในความหมายรวมๆ ในปัจจุบัน มีความหมายว่าภาพเคลื่อนไหว


ขั้นตอนการสร้าง Animation

1. แนวคิด เรื่องย่อ และเนื้อหา เป็นส่วนที่สำคัญที่สุด เรื่องราวที่ดีสามารถจูงใจ ให้เกิดความรู้สึกร่วมได้ ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการสร้าง animation

2. การออกแบบ (Design & Art direction) เช่นการออกแบบตัวละคร ฉาก โทนสี รูปแบบ เป็นต้น

3. Story board (Blueprint) เป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราว จากต้นฉบับให้แสดงออกมาเป็นภาพ

4. เสียงในการสร้างผลงาน animation

5. Production ขั้นตอนการดำเนินงาน ซึ่งแบ่งตามเทคนิคที่ต้องการ ตามที่กำหนดไว้ในขั้นตอนการทำ story board

6. ถ่ายทำ ทำการถ่ายทำผลงานในแต่ละภาพตามเทคนิคที่ทำการเลือกสร้างสรรขึ้นมา

7. Composite &Editing ตัดต่อและรวบรวมภาพทั้งหมด ทำการตัดต่อผลงานทั้งส่วนของภาพและเสียง เรียงลำดับการเล่าเรื่องตามที่กำหนดไว้ใน story board ให้เกิดผลงาน animation ที่เสร็จสมบูรณ์

ที่มา http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=33102&page=2

Animation

แอนิเมชั่น (Animation) หรือภาพเคลื่อนไหวมีรากศัพท์มาจากภาษาลาติน “anima” หมายถึงวิญญาณหรือลมหายใจ   ดังนั้น “Animation” จึงหมายความว่า  การให้ชีวิตกับสิ่งที่ไม่มีชีวิต  หรือทำให้มีชีวิต  การผลิตภาพยนตร์แอนิเมชั่นเป็นการรวมเอาศิลปะหลายแขนงเข้าด้วยกันและมีหลายลักษณะ  ทั้งการเขียนภาพ  การสร้างหุ่นจำลอง  และการสร้างจากคอมพิวเตอร์ 

หลักการสำคัญของการถ่ายทำภาพยนตร์เคลื่อนไหวก็คือ  การบันทึกภาพที่ละภาพ  และในการบันทึกภาพแต่ละครั้งจะต้องขยับเขยื้อนหรือเลื่อนภาพวาดหรือสิ่งที่ถ่ายให้เคลื่อนที่ไปจากเดิมเล็กน้อยทุกครั้ง  ทั้งนี้เพื่อให้ได้ภาพที่มีการเปลี่ยนแปลงไปทีละน้อยตามลำดับ  และเมื่อนำภาพเหล่านี้มาฉายภาพยนตร์ดูก็จะได้ภาพเคลื่อนไหวที่เหมือนจริง(มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช , 2538:545)

ภาพยนตร์แอนิเมชั่นมีคุณสมบัติที่โดดเด่นและเป็นประโยชน์มากกว่าภาพยนตร์ทั่วไปดังนี้

1.ใช้พรรณาหรือบรรยายกระบวนการบางอย่างที่ไม่สามารถจะแสดงให้เห็นหรืออธิบายให้เข้าใจไดด้วยวิธีการของภาพยนตร์ประเภทไลฟ์แอ็คชั่น

2.ใช้อธิบายเรื่องราวหรือกระบวนการที่ยุ่งยากซับซ้อนให้สามารถเข้าใจง่ายขึ้น

3.ใช้แสดงหรืออธิบายความคิดที่เป็นนามธรรมให้ปรากฏเป็นรูปธรรม

4.ใช้อธิบายหรือเน้นส่วนที่สำคัญให้ชัดเจนและกระจ่างขึ้น(มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช, 2532:931-932)

          จากเทคนิการนำเสนอด้วยภายนตร์สำหรับเด็กนั้น ความเข้าใจและการับรู้  ในเรื่องของภาพสำหรับเด็ก

เด็กส่วนมาก จะเริ่มรับรู้และเริ่มวาดภาพ  ได้เป็นรูปร่าง ก็ตั้งแต่อายุประมาณ 4 ขวบ เป็นต้นไป การรับรู้ของเด็กจะเริ่มรับรู้ จากรูปทรงสี่เหลี่ยม และวงกลมเป็นส่วนมาก  องค์ประกอบโดยรวมของภาพจะไม่มีภาพที่มีลักษณะ ลึก จัดองค์ประกอบภาพลักษณะแบนไม่มีลักษณะดูเป็นมิติ ภาพโดยรวมจึงเป็นภาพที่ดูแบนราบเรียบ 

จากความสำคัญและความเกี่ยวข้องของภาพยนตร์และแอนิเมชั่นข้างต้นที่ได้กล่าวไว้ คือสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ ด้วย แสง สี เสียง  การเคลื่อนไหว ได้ดีกว่าสื่ออื่นๆ  จึงนำความสำคัญของภาพยตร์และแอนิเมชั่น มาเป็นจุดประสงค์ของการออกแบบภาพยนตร์เคลื่อนไหวสำหรับนิทานเรื่องเพื่อนไม่ซื่อ

การจัดทำภาพยนตร์เคลื่อนไหวสำหรับนิทานเรื่องเพื่อนไม่ซื่อนี้   นอกเหนือจากให้ความสนุกสนานสำหรับเด็กแล้ว  ซึ่งความสำคัญของนิทานเรื่องเพื่อนไม่ซื่อนี้  เป็นเรื่องราวเกี่ยวข้องกับคุณธรรมด้านความซื่อสัตย์   และการให้อภัยเมื่อทำผิด  ซึ่งเป็นการสอนคุณธรรมและปลูกฝังสิ่งที่ดีงามให้กับเด็กปฐมวัยเพื่อให้เด็กรับสิ่งที่ดีงามนำไปเป็นคติสอนใจเมื่อเค้าได้โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมีคุณธรรม

อ้างอิงที่มา http://groups.google.co.th/group/chandrakasem-rajabhat-university/web/%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%9F%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A8%E0%B8%A9

สรุป คือ การทำภาพเคลื่อนไหวมีแสงมีสีและมีเสียงและการทำให้การตูนมีชีวิตชีวามากขึ้น