สิทธิสตรีและความเสมอภาคทางสังคม

นางสาว ประภัสสร เสียมไหม 107

นางสาว ปิยมาภรณ์ เกื้อนุ่น 028

บทนำ

สิทธิมนุษยชนคือสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ที่มีความเท่าเทียมกัน ในแง่ของศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์และสิทธิในการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรีโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ เพศอายุ สีผิว ภาษา ศาสนา ลักษณะทางกายและ สุขภาพ รวมถึงความเชื่อทางการเมือง และความ เชื่อด้านอื่นๆ ที่เป็นพื้นฐานทางสังคม สิทธิ มนุษยชนดังกล่าวได้ระบุถึงสิทธิของมนุษย์ทุกคนซึ่งมนุษย์นั่นก็คือมนุษย์ที่เป็นสตรีและบุรุษหรือ หญิงและชาย ถ้าจะพูดถึงสิทธิสตรีก็คือ สิทธิ มนุษยชนที่สตรีต้องได้รับเช่นเดียวกับบุรุษ ซึ่งอาจเรียกว่าเป็น สิทธิมนุษยชนที่เป็นของสตรี เช่น เดียวกับสิทธิมนุษยชนที่เป็นของบุรุษ (ผู้ชาย) การ ที่ได้รับสิทธิต่างๆ และได้ใช้ของตนเองโดยไม่ล่วง ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ส่วนที่มีความสำคัญและเกี่ยวกับมนุษยชนของสตรีก็คือ การปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชน ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับความเท่าเทียมกันโดยไม่มี การเลือกปฏิบัติ จะต้องเป็นไปด้วยความยุติธรรมไม่กีดกัน มีความโปร่งใส ไม่เห็นแก่ตัว ซึ่งข้อเท็จ จริงแล้วมีกฎหมายคุ้มครองสตรีในเรื่องนี้ที่ทำให้ สตรีและบุรุษมีความเท่าเทียมกันตามกฎหมายจะเลือกปฏิบัติไม่เป็นธรรมไม่ได้ แต่การปฏิบัติตาม สภาพการที่เป็นจริงนั้นมีหลายประเด็นที่ต้องได้รับ การพัฒนาทำให้การปฏิบัติตามสิทธิมนุษยชนนั้นเป็นไปตามปฏิญญาที่ระบุไว้ เพื่อให้สตรีได้รับการ ปฏิบัติอย่างถูกต้องและเท่าเทียมเช่นเดียวกับบุรุษ สำนักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัวกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ โครงการสตรีและเยาวชนศึกษา (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2552) ได้นำเสนอมาตรฐานความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย ตามกรอบข้างต้นไว้ 4 มาตรฐาน ดังนี้

1.ความเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ ซึ่งได้แก่ การสามารถมีชีวิตอยู่โดย ปราศจากความกลัวในความรุนแรงทางเพศ การ ปรับเปลี่ยนเจตคติดั้งเดิมของคนในสังคมต่อเรื่อง ความเสมอภาคทางเพศ การได้รับความคุ้มครอง จากกฎหมาย เช่น กฎหมายต่างๆ ที่ขจัดการ เลือกปฏิบัติต่อสตรีและส่งเสริม ความเสมอภาค ทางเพศ

2.ความเสมอภาคทางสังคม อันได้แก่ ความสามารถในการมีส่วนร่วมทางการเมืองและ การบริหารการปกครอง ตลอดจนการได้รับแต่งตั้ง ในคณะกรรมการระดับชาติและท้องถิ่น

3.ความเสมอภาคในครอบครัว ซึ่งได้แก่ ความเสมอภาคต่อความรับผิดชอบต่อชีวิต ความ เป็นอยู่ของคนในครอบครัว ความเสมอภาคใน การปรับเปลี่ยนบทบาทระหว่างหญิงชายต่อหน้าที่ ความรับผิดชอบในครอบครัว ความเสมอภาคต่อ การตัดสินใจในครอบครัว

4.ความเสมอภาคในการมีส่วนร่วมทาง เศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ความเสมอภาคในค่าตอบแทน และความเสมอภาคในอายุการจ้างงาน[1]

เนื้อความ

ความเสมอภาค คำที่มักได้ยินพร้อมกับ สิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ กลุ่มคำดังกล่าวมีนัยสำคัญต่อการพิทักษ์ประโยชน์ สร้างความสงบ และการอยู่อย่างมีสันติสำหรับมนุษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม ทั้งนี้ตามหลักสิทธิมนุษยชนที่มนุษย์ทุกคนพึงได้รับนับแต่การปฎิสนธิ ไปจวบจนการสิ้นชีวิต ความเสมอภาคเป็นหลักสำคัญในการเชื่อมประสานสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ให้เป็นจริงได้ในทางปฏิบัติ (อภิชัย กู้เมือง, 2558)

1.ความเสมอภาคในศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ความเท่าเทียมของมนุษย์ทุกคนในการได้รับสิทธิพื้นฐานตามหลักสิทธิมนุษยชน โดยผ่านการปฏิบัติต่อกันระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ ด้วยความเคารพต่อสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์การที่ประชาชนทุกคนในประเทศมีความเสมอภาคหรือความเท่าเทียมกันในเรื่องสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน ในที่นี้ สิ่งที่จำเป็น ขั้นพื้นฐานต่อการอยู่รอดและพัฒนาตัวเองตามหลักสิทธิมนุษยชน คือ ปัจจัยสี่ ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและร่างกาย การนับถือศาสนา การศึกษาและการรับรู้ข่าวสาร การเข้าถึงบริการสาธารณะและสวัสดิการสังคม การประกอบอาชีพ การมีส่วนร่วมทางการเมือง และการได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย

จากประเด็นข่าวการละเมิดสิทธิสตรี ส่งผลต่อความรุนแรงระหว่างมนุษย์ต่อมนุษย์ด้วยกันจริงได้ยกประเด็นข่าวชาวม้ง' รวมตัวต้านประเพณี 'ฉุดสาว' เป็นเมีย ย้ำละเมิดสิทธิสตรี ชมรมม้งแห่งประเทศไทย ผู้นำตระกูลแซ่ และผู้นำม้งทั่วประเทศรวมตัวเปิดแถลงการณ์ให้เลิกประเพณีการฉุดหญิงสาวมาเป็นภรรยา ย้ำไม่ใช่เป็นประเพณีของชาวม้ง และถือเป็นการละเมิดสิทธิสตรี จากกรณีที่หญิงสาวชาวม้ง บ้านห้วยน้ำขาว อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ร้องเรียนผ่านสื่อว่า ถูกชายหนุ่มชาวเขาเผ่าม้งต่างหมู่บ้านฉุดไปเป็นเมีย และเมื่อแม่ผู้หญิงแม่ผู้หญิงพากลับบ้าน ได้ถูกชายที่ฉุดไปตามมายิงถึงบ้านถูกที่กกหูขวา และตาขวาพิการ จึงอยากเรียกร้องให้เลิกประเพณีการฉุดหญิงสาวมาเป็นภรรยา เพราะเป็นการละเมิดสิทธิสตรีด้านนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต ประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทย ได้นำคณะกรรมการชมรม และผู้นำตระกูลแซ่ มีผู้นำม้งแต่ละหมู่บ้านจากทั่วประเทศเดินทางมาที่บ้านโป่งนกเหนือ ต.สันสลี อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เพื่อจัดแถลงการณ์ฉุดสาวมาเป็นภรรยา ว่า จากเหตุการณ์กรณีข่าวที่เกิดขึ้นเหตุหญิงสาวชาวม้งที่บ้านห้วยน้ำขาว หมู่ที่ 3 ต.เขกน้อย อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ถูกฉุด และถูกทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นพิการ ที่ผ่านมานั้น ชมม้งแห่งประเทศไทยขอแถลงการณ์ดังนี้

1.ชมรมม้งแห่งประเทศไทยขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว

2.ชมรมม้งแห่งประเทศไทยยืนยันว่า การฉุดสาวมาเป็นภรรยามิใช่ประเพณีของชาวม้ง

3.ม้งมีระเบียบข้อบังคับที่ออกเป็นกฎใช้มาช้านานของชาวม้งที่ถือปฏิบัติบันทึกเป็นหนังสือมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 นอกจากนี้ ยังมีฉบับปรับปรุง ปี 2558 ได้กำหนดไว้ชัดเจนดังนี้ คือ ข้อที่ 27 กำหนดไว้ว่า หญิงสาวที่จะแต่งงานกับฝ่ายชายได้ ต้องเกิดจากความรักของสองฝ่ายห้ามมิให้ฉุดหรือบังคับอย่างเด็ดขาด หากฝ่าฝืนต้องปรับตามข้อที่ 40 คือ หนุ่มสาวที่ไม่ได้รักกัน แล้วฝ่ายชายใช้วิธีฉุดหญิงสาวโดย[2]การบังคับ จะถูกรับโทษปรับเป็นเงิน 12,000 บาท พร้อมส่งหญิงสาวคืนพ่อแม่ หากยอมไม่เอาความเป็นคดีทั้งนี้ชมรมม้ง แห่งประเทศไทยยังกำหนดเพิ่มเติม ให้หญิงสาวที่จะแต่งงาน ควรมีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปและต้องสำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่ามัธยมปีที่ 3 หรือเทียบเท่าส่วนข้อบังคับที่ 25 ชายที่จะแต่งงานได้ ต้องอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ต้องสำเร็จการศึกษาขั้นต้นที่มัธยมปีที่ 3 หรือเทียบเท่า อย่างไรก็ตามในอดีตผู้ชายชาวเขาเผ่าม้ง นิยมการฉุดผู้หญิงที่ไม่เต็มใจไปแต่งงานเป็นภรรยา โดยที่ผู้หญิงนั้นไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไร และไม่ผิดขนบธรรมเนียมประเพณี แต่เมื่อไม่นานมานี้มีผู้หญิงชาวเขาเผ่าม้ง จังหวัดเพชรบูรณ์ ร้องเรียนมาในรายการรถปลดทุกข์ว่าเธอต้องกลายเป็นคนพิการ ชนชาวเขาเผ่าม้งได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยเมื่อหลายสิบปีมาจนได้สัญชาติไทยเป็นประชากรไทยกันหมดแล้วอาศัยเป็นชุมชนกันอยู่ในแต่ละจุดของประเทศแต่ละจังหวัดและที่มีอาศัยมากที่สุดคือทางเขตพื้นที่ทางภาคเหนือของประเทศไทย (ศูนย์ข่าวไทยรัฐ, 2559)

2. ความเสมอภาคทางสังคม อันได้แก่ ความสามารถในการมีส่วนร่วมทางการเมืองและ การบริหารการปกครอง ตลอดจนการได้รับแต่งตั้ง ในคณะกรรมการระดับชาติและท้องถิ่น ความเท่าเทียมกันทางสังคมของสมาชิกทุกคนในสังคม การไม่เลือกปฏิบัติเพราะความแตกต่างทางอัตลักษณ์ของบุคคล หรือ กล่าวได้ว่า ถิ่นกำเนิด ชาติพันธุ์ ภาษา ผิวสี เพศ ศาสนา รายได้หรือทรัพย์สิน ชนชั้น วรรณะ ความสมบูรณ์ของร่างกาย สุขภาพ ความคิดเห็นที่แตกต่าง การถูกตัดสินว่ากระทำผิด ไม่เป็นเหตุให้เกิดการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมกันในอุดมคติ ความเสมอภาคทางสังคมไม่ควรเป็นการบังคับผ่านกฎหมาย แต่เป็นสำนึกในความเคารพต่อความเป็นมนุษย์ที่ควรเกิดขึ้นในแต่ละบุคคลเอง อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นแนวทางในการถือปฏิบัติและสั่งสมความตระหนักรู้และความเข้าใจ ดังนี้

2.1 การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะความแตกต่างเรื่องเพศ ถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา ทางการเมือง จะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญ

  • 2.2 รัฐสามารถกำหนดมาตรการเพื่อขจัดอุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิ เสรีภาพได้เท่าเทียมกันกับบุคคลอื่นได้ และไม่ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ
  • 2.3 บุคคลผู้เป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ พนักงานหรือลูกจ้างของขององค์กรของรัฐ ย่อมมีสิทธิ เสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ยกเว้นที่จำกัดไว้ในกฎหมายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการเมือง สมรรถภาพ วินัย หรือจริยธรรม

3.ความเสมอภาคในครอบครัว ซึ่งได้แก่ ความเสมอภาคต่อความรับผิดชอบต่อชีวิต ความ เป็นอยู่ของคนในครอบครัว ความเสมอภาคใน การปรับเปลี่ยนบทบาทระหว่างหญิงชายต่อหน้าที่ ความรับผิดชอบในครอบครัว ความเสมอภาคต่อ การตัดสินใจในครอบครัว สถาบันครอบครัวเป็นสถาบันหลัก หรือเป็นหน่วยสังคมหน่วยแรกของมนุษย์ ที่จะอยู่รวมกันเพื่อทำการสืบพันธุ์สร้างลูกหลาน และเพื่อเป็นหน่วยพื้นฐานประกอบเป็นสังคมใหญ่ต่อไป สถาบันครอบครัวจึงเป็นสถาบันที่สำคัญสถาบันหนึ่งซึ่งรัฐต้องให้การรับรอง ถ้าสังคมใดมีสถาบันครอบครัวที่ล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ เช่น คนในบ้านขาดความสุข พ่อแม่ไม่ทำหน้าที่ในกระบวนการสั่งสอนอบรมลูกหลาน จนก่อให้เกิดปัญหาต่อบุคลิกและพฤติกรรม สังคมก็จะประกอบด้วยคนที่ไม่สมประกอบทางจิตใจ ทางความคิด และการศึกษา และถ้าไม่มีการเลี้ยงดูเด็กให้มีร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพอนามัยดี สังคมก็จะมีคนป่วยทางกายเป็นภาระต่อผู้เสียภาษีและผู้บริหารประเทศ และยิ่งถ้ามีการติดยาเสพติดก็จะกลายเป็นปัญหาทั้งร่างกายและจิตใจ สังคมนั้นก็จะเป็นสังคมที่มีปัญหา และถ้าเพิ่มทวีคูณยิ่งสังคมนั้นก็อาจจะแตกสลายในที่สุด ลัทธิขงจื๊อจึงให้น้ำหนักกับสถาบันครอบครัว เพราะตระหนักดีว่าสถาบันครอบครัวเป็นหน่วยแรกของการอยู่ร่วมกันของมนุษย์ที่เป็นสัตว์สังคม โดยจัดตั้งเป็นสถาบัน มีเอกลักษณ์ของตัวเองคือการใช้แซ่ และในตะวันตกก็มีชื่อตระกูล ต่อมาก็เป็นนามสกุล ในครอบครัวจีนโบราณจะเป็นหน่วยที่สมบูรณ์ในตัวของมันเอง พ่อแม่มีหน้าที่เลี้ยงดูบุตรหลาน อุทิศตัวเพื่อทำความเจริญให้แก่วงศ์ตระกูล อบรมสั่งสอนให้บุตรหลานมีความรู้ มีความคิด รู้จักปฏิบัติตน รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบ อยู่ในกรอบวินัย เมื่อครอบครัวมีความสุขสังคมโดยรวมก็จะเป็นสังคมที่มีความสุข ด้วยเหตุนี้รัฐจึงให้น้ำหนักกับสิทธิประชาชนในสถาบันครอบครัว เพราะสังคมประกอบด้วยหลายครอบครัวเสมือนเป็นหยดน้ำในนทีที่ก่อให้เกิดเป็นแม่น้ำลำธาร (มนทกานต์ เชื่อมชิต, 2559)

สังคมไทยก่อนการใช้นามสกุลในยุคล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 มีการอยู่กันเป็นครอบครัว แต่สังคมไทยไม่มีระบบครอบครัวเหมือนสังคมจีนหรือในสังคมอื่นอีกหลายสังคม การอยู่กันเป็นครอบครัวคือการอยู่ร่วมกันระหว่างปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ พี่น้อง แต่มีข้อสังเกตว่าบุคคลที่อยู่ในครอบครัวสังคมไทยโบราณนั้น ผู้ชายต้องสังกัดมูลนายในระบบไพร่ อันได้แก่ ไพร่หลวงและไพร่สม ปัจเจกบุคคลที่เป็นชายจึงกลายเป็นหน่วยเล็กๆ หน่วยหนึ่ง เป็นอณูสมาชิกของขุนนางหรือเจ้าที่เรียกว่ามูลนาย อีกส่วนหนึ่งก็เป็นทาสซึ่งเป็นสมบัติของนายทาส สมาชิกสตรีที่เป็นไพร่ไม่จำเป็นต้องรับราชการด้วยการถูกเกณฑ์แรงงานจึงทำหน้าที่เลี้ยงดูบุตรหลาน ทำการผลิตเพื่อการดำรงชีวิตในครอบครัว ส่วนสมาชิกชายที่เป็นไพร่ก็จะมีเวลาปีละ 6 เดือนที่สามารถช่วยงานครอบครัวได้ เพราะอีก 6 เดือนต้องรับใช้มูลนายที่เรียกว่าเข้าเดือนออกเดือนครอบครัวไทยโบราณจึงเป็นที่อยู่กันของปู่ย่า ตายาย พ่อแม่ และลูกหลาน แต่ไม่มีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่มีตระกูล ไม่มีแซ่ ไม่มีนามสกุล แต่ละคนจะรู้จักกันโดยเรียกฉายานาม เช่น นายจันทร์หนวดเขี้ยว อำแดงบัวเผื่อน โดยไม่มีนามสกุล

เมื่อมีการเลิกทาสในยุคล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 รวมทั้งเลิกระบบไพร่ ปัจเจกชนชาวสยามมีความอิสระ มีสิทธิของความเป็นมนุษย์โดยเป็นตัวของตัวเอง จำเป็นจะต้องมีเอกลักษณ์โดยมีชื่อตัวและต้องมีที่มาที่ไปของครอบครัวและเครือญาติ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ที่มีการเลิกทาสและเลิกระบบไพร่ และของล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ที่ให้มีระบบนามสกุลเกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นการรับรองความเป็นเสรีชน ความเสมอภาคและความเป็นครอบครัวของประชาชนชาวสยามในยุคนั้นจนสืบต่อมาจนถึงยุคปัจจุบัน (กุลวีร์ ประภาพรพิพัฒน์, 2557)

สิทธิเสรีภาพในสถาบันครอบครัว คือสิทธิขั้นมูลฐานของคนที่อยู่ในสังคมที่มีสิทธิที่จะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เอกลักษณ์ดังกล่าวนี้ก็คือนามสกุลซึ่งผู้อื่นที่ไม่เกี่ยวดองเป็นญาติย่อมไม่มีสิทธิจะใช้ได้ตามกฎหมาย เอกลักษณ์ของครอบครัวในบางสังคม เช่น พวกสก๊อตยังปรากฏอยู่บนกระโปรงที่ผู้ชายใช้สวมใส่โดยมีผ้าที่เรียกว่าผ้าลายสก๊อต ลายที่ทอนั้นจะไม่เหมือนกัน จะเป็นเอกลักษณ์พิเศษของแต่ละตระกูล ในกรณีของจีนก็จะมีแซ่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละตระกูล คนไทยมีนามสกุลตั้งแต่รัชกาลที่ 6 จึงเริ่มมีความแข็งแกร่งของสถาบันครอบครัว โดยแต่ละคนจะมีชื่อตัวและชื่อสกุลที่ได้รับการรับรองในสังคมและรับรองตามพระราชบัญญัติชื่อบุคคลและชื่อสกุล ระบบครอบครัวไทยจึงมีการรับรองโดยรัฐ

สิทธิเสรีภาพในครอบครัวจึงเป็นสิทธิอันสมบูรณ์ที่รัฐไม่มีสิทธิ์เข้าไปแทรกแซงและเกี่ยวข้อง ยกเว้นแต่ประเด็นที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรมอันดีของประชาชน หรือขัดต่อสิทธิเสรีภาพของผู้เยาว์ในครอบครัว เป็นต้นว่า สมาชิกในครอบครัวก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเท่าเทียมกัน สามีจะใช้กำลังทำร้ายภรรยาก็จะเป็นการกระทำที่เป็นคดีอาญาได้ สมาชิกรุ่นเยาว์ต้องเข้าโรงเรียนเพื่อรับการศึกษาอบรมที่เรียกว่าการศึกษาภาคบังคับ การทำร้ายตบตีลูกหลานในลักษณะทารุณกรรมจะกระทำมิได้ แต่ในแง่ของสมาชิกครอบครัวยังมีบางส่วนที่ละเอียดอ่อนซึ่งรัฐไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น สิทธิเสรีภาพของสมาชิกในครอบครัวในการที่จะเลือกแนวทางการศึกษาและอาชีพสำหรับตนเอง ทางฝ่ายรัฐก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวโดยถือเป็นสิทธิของสมาชิกในครอบครัวที่จะจัดการกันเอง แต่สิ่งที่จะทำได้ก็คือจะต้องให้การศึกษาและความเข้าใจที่ถูกต้องกับคนในสังคม ให้เห็นความสำคัญของปัจเจกภาพของปัจเจกบุคคลในครอบครัว เพราะจะเป็นการส่งเสริมให้มีความเป็นตัวของตัวเอง รู้จักการตัดสินใจเลือกวิชาชีพและอนาคตของตนเอง นอกเหนือจากนั้นภารกิจอันสำคัญก็คือการอบรมสั่งสอนให้สมาชิกในครอบครัวมีความคิดที่ถูกต้อง มีศีลธรรมและจริยธรรม ปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อจะได้เป็นพลเมืองดีของสังคมและชาติต่อไป ในส่วนนี้ทางรัฐอาจจะทำการเสนอแนะแต่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปบังคับกดดันใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นแต่ในสังคมที่ไม่ใช่ประชาธิปไตย ซึ่งรัฐอาจจะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องภายในครอบครัว (จิราภา เจริญวุฒิ, 2559)

ครอบครัวเป็นสถาบันที่สำคัญ เป็นหน่วยหลักของสังคม สิทธิเสรีภาพในครอบครัวเป็นสิทธิที่รัฐเข้ามาละเมิดไม่ได้ แต่หัวหน้าครอบครัวก็ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย ความถูกต้อง เคารพในสิทธิของปัจเจกบุคคล เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์ในครอบครัวต้องมีความรัก ความเมตตา ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การทะนุถนอมน้ำใจ เป็นพื้นฐานสำคัญ พี่น้องต้องปฏิบัติกันอย่างรักใคร่และมีความยุติธรรม โดยพี่ชายไม่เอาเปรียบน้องๆ การเอาเปรียบน้องๆ โดยพี่ชายมีปรากฏในครอบครัวนักธุรกิจคนจีนหลายครอบครัว ที่สำคัญหัวหน้าครอบครัวต้องไม่มีพฤติกรรมที่มีลักษณะเผด็จการ เพราะจะเป็นการสร้างบุคลิกแบบเผด็จการขึ้นภายในครอบครัว อันอาจส่งผลเสียต่อสังคมและระบบการเมืองได้ (คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ , 2556) โครงสร้างได้แก่การอบรมเลี้ยงดูของครอบครัวอ่อนแอไม่มีคุณภาพสังคมเปราะบางพึ่งไม่ได้ความรู้เรื่องเพศศึกษาอ่อนด้อยทั้งชายและหญิงในการมีเพศสัมพันธ์สำส่อนโดยไม่รู้สึกผิดและขาดความรับผิดชอบหลักธรรมแก้ไขปัญหาความรุนแรงทางเพศต่อสตรีสำหรับผู้กระทำและผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศต่อสตรีมี 2 ระยะคือ (โชติมา แก้วกอง, 2558)

1. ระยะแก้ไขเยียวยาใช้หลักธรรมการเคารพพระธรรมยอมรับเรื่องปุพเพกตปุญญตาหรือผลของกรรมทำให้มนุษย์เกิดมามีความแตกต่างกันทางกายทางจิตใจทางสังคมเศรษฐกิจและทางปัญญา

2. ระยะแก้ไขปรับปรุงตนเองผู้กระทำและผู้ถูกกระทำความรุนแรงทางเพศควรนำหลักธรรมป้องกันปัญหาความรุนแรงทางเพศต่อสตรีไปศึกษาและปรับปรุงตนเองเพื่อป้องกันความรุนแรงทางเพศไม่ให้เกิดซํ้าอีก

4.ความเสมอภาคในการมีส่วนร่วมทาง เศรษฐกิจ ซึ่งได้แก่ ความเสมอภาคในค่าตอบแทน และความเสมอภาคในอายุการจ้างงานความเสมอภาคทางการเมือง หนึ่งคนหนึ่งเสียง ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งจะละเมิดมิได้แม้จะมีการประกันสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคดังกล่าวในรัฐธรรมนูญโดยประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง แต่ข้อเท็จจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ ตราบเท่าที่ประชาชนยังมีความยากจนค้นแค้น ชักหน้าไม่ถึงหลัง ทำมาหากินฝืดเคือง หนี้สินพะรุงพะรัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเกษตรกรที่ส่วนใหญ่ติดหนี้ ธกส. ติดหนี้เงินกู้นอกระบบ ราคาพืชผลถูกกำหนดโดยคนกลาง ผลตอบแทนที่ได้มักจะต่ำกว่าแรงงานและความมานะบากบั่นที่ใส่ลงในอาชีพ ความยากจนดังกล่าวนำไปสู่ความไม่เสมอภาคทำให้เกิดช่องว่างอย่างมากในทางเศรษฐกิจ คนจำนวนไม่น้อยมีลักษณะยากจนข้นแค้นหรือบางทีเรียกว่า จนดักดาน ซึ่งมีนัยสำคัญทางการเมือง ความยากจนจะไม่นำไปสู่ความเชื่อมั่น รวมทั้งความมีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีคำกล่าวหนึ่งกล่าวว่า "ผู้ใดที่ไม่มีความอิสระทางเศรษฐกิจ ผู้นั้นจะไม่มีความอิสระทางการเมือง" (ชลธิรา สัตยาวัฒนาม, 2559)

นอกจากความจนที่กล่าวมาแล้ว การขาดโอกาสเข้าถึงการศึกษาที่มีระยะเวลายาวนานพอ เมื่อผสมผสานกับระบบการศึกษาที่ไม่ส่งเสริมให้มีการคิดวิเคราะห์ ย่อมจะทำให้ขาดข้อมูลและความรู้ที่พอเพียง ผนวกกับการอยู่ในสังคมที่คนถูกสอนให้ว่านอนสอนง่าย สยบต่อผู้มีอำนาจ เกรงกลัวอำนาจรัฐ ผลที่ตามมาก็คือการขาดความรู้และการขาดข้อมูล หรือการไม่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลเนื่องจากด้อยความรู้นั้น นำไปสู่ความเขลาทั้งๆ ที่อาจจะเป็นคนฉลาดในทางสมอง เรียนรู้ได้เร็ว ความเขลาเมื่อผสมกับความจนก็จะกลายเป็นความชั่วคู่แฝดที่มีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคทั้งทางตรงและทางอ้อม ความจนที่เป็นปัญหาทางเศรษฐกิจนั้นแก้ไขได้โดยการพัฒนาเศรษฐกิจที่กระจายความมั่งคั่งให้ทั่วถึง เพื่อขจัดปัญหาเรื่อง "รวยกระจุก จนกระจาย" อันหมายถึงจะต้องมีการแจกแจงรายได้อย่างเป็นธรรม นอกจากที่กล่าวมาแล้ว สิ่งซึ่งสามารถจะทำให้เกิดความเสมอภาคทางการเมืองโดยตัวแปรทางเศรษฐกิจนั้น ที่เห็นได้ชัดคือ การปรากฏของสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีราคาถูกกว่าเดิม ทำให้คนทั่วไปสามารถซื้อสินค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าประชาชนมีอำนาจซื้อมากขึ้นกว่าเดิม (สายสุรี จุติกุล, 2558)

ตัวอย่างที่ยกมาให้เห็นได้ก็คือ เมื่อ 50 ปีก่อนนั้นการมีวิทยุหนึ่งเครื่องจะมีได้เฉพาะคนร่ำรวยเท่านั้น วิทยุกรุนดิกของเยอรมนีเครื่องละ 5,000 บาท โดยก๋วยเตี๋ยวมีราคาชามละ 50 สตางค์ หมายความว่าจะต้องใช้ก๋วยเตี๋ยวหนึ่งหมื่นชามจึงจะสามารถซื้อวิทยุได้ และเนื่องจากในต่างจังหวัดกลางวันไม่มีไฟฟ้าก็ต้องใช้แบตเตอรี่แทน หลังจากที่มีการพัฒนาวิทยุทรานซิสเตอร์ใช้ถ่านไฟฉายแทนไฟฟ้า การมีวิทยุมีได้ตั้งแต่คนสวน ผู้ช่วยแม่บ้าน จนถึงเด็กๆ ทั้งเครื่องเล็กและใหญ่ ทั้งในรถยนต์ ในบ้านอาจจะมีถึง 5-6 เครื่อง กลายเป็นสินค้าที่นำไปสู่ความเสมอภาคในหมู่ประชาชนทันที

ต่อมาก็คือโทรทัศน์ขาวดำซึ่งมีได้เฉพาะคนร่ำรวยเท่านั้น มาในปัจจุบันโทรทัศน์สีสามารถหาซื้อได้โดยคนที่มีรายได้อยู่ในระดับไม่สูงนัก ในสมัยนั้นจักรยานซึ่งสั่งมาจากอังกฤษยี่ห้อราเล่ย์และฮัมเบอร์ราคาคันละ 1,100 บาท เท่ากับก๋วยเตี๋ยว 2,200 ชาม ซึ่งมีไว้สำหรับคนซึ่งมีฐานะเป็นชนชั้นกลาง ส่วนคนยากจนก็ใช้จักรยานราคาคันละ 700 บาท เป็นจักรยานบรรทุก ซึ่งหมายความว่าจักรยานคันที่แพงกว่านั้นเปรียบได้กับรถเก๋ง ส่วนจักรยานที่ถูกกว่าเปรียบได้กับรถกระบะ ในกรณีรถยนต์นั้น คนที่มีรถยนต์ในสมัยนั้นคือเศรษฐี แต่มาในปัจจุบันทั้งคนเศรษฐีและคนฐานะปานกลางต่างมีสิทธินั่งรถยนต์ได้ ที่สำคัญคือ รถกระบะกลายเป็นรถติดแอร์ มีเครื่องเสียงอยู่ข้างใน อาจจะไม่นิ่มเท่ารถเก๋งแต่การใช้งานเหมือนกัน (จิราภา เจริญวุฒ, 2559)

ในสมัย 40-50 ปีก่อนคนมีฐานะคือพ่อค้าหรือข้าราชการเท่านั้นจึงมีสิทธิดื่มเบียร์ แต่ในปัจจุบันคนทุกชั้นไม่ว่าฐานะสูงต่ำเพียงใดมีสิทธิดื่มเบียร์เท่ากันทั้งสิ้น ในอดีตคนที่มีรายได้น้อยดื่มได้เฉพาะเหล้าขาว (35 ดีกรี) แพงหน่อยก็คือเหล้าเชี่ยงชุน นอกจากสิ่งที่กล่าวมาแล้วเรื่องอาหารการกิน เสื้อผ้า ก็มีการเปลี่ยนแปลงในทางเสมอภาคมากยิ่งขึ้น กางเกงขายาว เสื้อประเภทต่างๆ รวมทั้งรองเท้าหนังใส่กันเกลื่อนทั่วไป เปรียบเทียบกับสมัยก่อนรองเท้าหนังยี่ห้อบาแรตสั่งจากอังกฤษคู่ละ 180 บาท ซึ่งมีราคาแพงกว่ารองเท้าผ้าใบมาก ในสมัย 40-50 ปีก่อนเนื้อไก่มีราคาสูงลิ่วกินได้เฉพาะคนที่มีฐานะ หรือคนไทยเชื้อสายจีนหรือคนจีนที่มีการกินไก่ไหว้เจ้าตอนตรุษจีน คนทั่วๆ ไปมีโอกาสน้อยที่จะได้กินเนื้อไก่นอกจากไก่ทาขมิ้นเสียบกับไม้ไผ่เป็นรูปสามเหลี่ยมอันเป็นไก่ย่างชนิดหนึ่งที่มีการขายด้วยราคาพอที่จะจับจ่ายได้ ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ ไก่ทาขมิ้นขายที่สถานีรถไฟชื่อวังพงษ์ ในกรุงเทพมหานครก็มีไก่ย่างอิสลามและไก่ย่างสนามมวยซึ่งราคาก็ไม่ถูกนัก

ที่กล่าวมาทั้งหมดเพื่อชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาทางวัตถุก็มีส่วนช่วยให้เกิดความเสมอภาคทางสังคม อันนำไปสู่ความเสมอภาคทางการเมืองมากยิ่งขึ้น และในความเป็นจริงความจำเป็นเบื้องต้นของมนุษย์ก็คือปัจจัยสี่ หลังจากนั้นก็คือสิ่งซึ่งที่อำนวยประโยชน์ในทางเป็นดัชนีชี้ฐานะเหนือผู้อื่น เช่น ไม่ว่าเศรษฐีหรือยาจกต่างก็ต้องมีที่อยู่อาศัย มีอาหาร เครื่องนุ่งห่ม และเมื่อเจ็บป่วยก็ต้องมีการรักษาโรค เป็นแต่ว่าอาหารที่รับประทานจะแตกต่างกันในเรื่องราคา เครื่องนุ่งห่มก็จะแตกต่างกัน ที่อยู่อาศัยรวมทั้งการรักษาพยาบาลก็จะแตกต่างกัน สังคมที่ดีคือปัจจัยสี่นี้จะต้องมีมาตรฐานที่รับได้สำหรับคนที่ยากจนที่สุด (พฤกษ์พรหมพันธุม, 2558)

ส่วนคนที่ร่ำรวยกว่าจะทำให้หรูหราอย่างไรก็เป็นสิทธิของปัจเจกบุคคล และจะประดับด้วยเพชรนิลจินดาเพื่อยกฐานะทางสังคมก็เป็นสิทธิอันชอบธรรม ประเด็นสำคัญอยู่ที่ว่า แม้คนยากจนที่สุดก็ควรจะมีอาหารรับประทานพอเพียง มีบ้านสำหรับอาศัยหลับนอน และความต้องการที่จะมีที่อยู่อาศัยนี้มีตัวอย่างเมื่อประมาณ 40-50 ปีมาแล้วคือ นายไถง สุวรรณทัต จัดโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจขึ้นที่บางแคเป็นหลังเล็กๆ มีเนื้อที่ประมาณ 20 ตารางวาหรืออาจน้อยกว่า ขายหลังละ 5,000 บาท ปรากฏว่าประชาชนแห่ไปซื้อกันหมดภายในพริบตาเดียว ซึ่งมาในยุคสมัยใหม่ก็คือบ้านเอื้ออาทรเพื่อตอบสนองต่อความต้องการของการมีที่อยู่อาศัย

การพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยเพื่อให้สัมฤทธิผลบนหลักของสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคนั้น การขาดการพัฒนาเศรษฐกิจและการแจกแจงรายได้อย่างเป็นธรรมเพื่อลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจน ช่องว่างระหว่างนาครและชนบทจะไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้ บทบาทของนักธุรกิจในการช่วยยกฐานะทางเศรษฐกิจของประชาชน ทำให้เกิดการว่าจ้างแรงงานอันจะช่วยขจัดความยากจน จึงเป็นบทบาทที่สำคัญและควรส่งเสริม ตราบเท่าที่คนมีฐานะต่ำสุดในสังคมมีปัจจัยสี่ มีโอกาสเข้าถึงการศึกษาและการว่าจ้างแรงงาน สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคย่อมจะเกิดขึ้น และนี่คือบันไดแรกของการนำไปสู่การพัฒนาระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ต่อเนื่องและยั่งยืน (จิราภา เจริญวุฒิ, 2559)

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม เช่น การมีวิทยุทรานซิสเตอร์ ไก่ย่างราคาย่อมเยา ปลาและกุ้งที่มีการเพาะเลี้ยงจนนำไปสู่ราคาที่สามารถจับจ่ายได้โดยชนชั้นที่มีรายได้พอสมควร เสื้อผ้าที่มีราคาไม่สูงนัก และการรักษาพยาบาลที่คนยากจนมีโอกาสได้รับการเยียวยา การมีโอกาสได้เล่าเรียนหนังสือโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในชั้นประถม มัธยม และในมหาวิทยาลัยเปิด ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นตัวแปรที่จะปิดช่องว่างความไม่เสมอภาคและความเขลาของชนชั้นในสังคม กระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเศรษฐกิจและการศึกษาจึงเป็นกระทรวงที่ต้องมีรัฐมนตรีที่มีความรู้ความสามารถ มีปรัชญาของการปกครองบริหาร มีวิสัยทัศน์ในการสร้างชาติ สร้างอนาคต เข้าใจระเบียบวาระแห่งชาติ มีจินตนาการ และมีความมุ่งมั่นทางการเมือง เมื่อประชาชนกลายเป็นพลเมืองที่มีสิทธิเสรีภาพ เสมอภาค มีเกียรติและศักดิ์ศรี ปลอดจากความยากจนข้นแค้น เข้าถึงข้อมูลและมีความรู้ การพัฒนาประชาธิปไตยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนย่อมเป็นสิ่งที่เป็นไปได้ ความสัมพันธ์หญิงชายถูกกำหนดควบคุมด้วยบรรทัดฐาน แนวคิด ระบบความเชื่อ และ ค่านิยมของสังคมเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ ปรากฏดังนี้ (มาตาลกัษณ์ ออรุ่งโรจน์, 2558)

1.แนวคิด ทฤษฎีเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างเพศชายหญิง

1.1 ระบบประชาธิปไตย หรือระบบชายเป็นใหญ่ (Patriarchy) ถูกสร้างและกำหนดขึ้นมา ตั้งแต่มนุษย์ยุคแรกบนพื้นฐานความคิดแบบผู้ชาย และยึดผู้ชายเป็นศูนย์กลาง กล่าวคือ มี แนวความคิดว่า ชายเหนือกว่าหญิง ทำให้ผู้หญิงกลายเป็นวัตถุทางเพศ ดังนั้นการค้าบริการทางเพศ และการข่มขืนจึงเป็นเรื่องปกติที่ต้องมีอยู่ในสังคม ต่อมาแนวคิดระบบผัวเดียวเมียเดียว (Monogamy) จึงจำเป็นต้องถูกกำหนดขึ้นมาเพื่อตอบสนองระบบชายเป็นใหญ่ เนื่องจาก เพื่อ ยืนยันความเป็นบุตรที่แท้จริงของตนเองในการสืบทอดมรดก จากบิดามารดา

1.2 แนวคิดเชิงสตรีนิยม (Feminism) เป็นแนวคิดเกี่ยวกับความเสมอภาคเกิดขึ้นครั้ง แรกในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศส ปี ค.ศ.1789 โดยกลุ่มสตรีที่มีพื้นฐานความคิดแบบผู้หญิง และยึด ผู้หญิงเป็นศูนย์กลาง ประเด็นที่เรียกร้องคือ โอกาสความเท่าเทียมเพศชาย ได้แก่ การศึกษา การมี ส่วนร่วมในทุกพื้นที่ทางสังคม ต่อมาในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 ขอสิทธิทางกฎหมาย สิทธิทาง การเมือง และช่วงต้นศตวรรษที่ 20 มองว่าปัจจัยทางวัฒนธรรมหรือสภาพแวดล้อมทางสังคม โดยเฉพาะการอบรมเลี้ยงดูบุตรเป็นสิ่งสร้างความแตกต่างระหว่างชายหญิง นอกจากนี้แนวคิดเชิงสตรีนิยมยังมีมุมมองในแนวคิดระบบปิตาธิปไตย การควบคุมเนื้อตัว ร่างกาย เรื่องเพศของสตรีว่า ผู้หญิงเป็นเหยื่อความรุนแรงทางเพศ และผู้หญิงยังขาด

5. การแยกเพศวิถีออกจากภาวะการเจริญ พันธุ์และบทบาทแม่และเมีย

ระบบความสัมพันธ์หญิงชาย (Gender Relations) เชื่อว่า หญิงชายมีความไม่เท่าเทียมกันตามบทบาทหน้าที่ กล่าวคือ หญิงมีบทบาททางเศรษฐกิจของครอบครัว ได้แก่ เรื่องของการ ดูแลรับผิดชอบงานบ้าน รวมทั้งผลผลิตทางการเกษตรและการแลกเปลี่ยนค้าขายนอกครอบครัว ส่วนชายมีบทบาทในด้านการปกครอง และการศาสนา ดังนั้นครอบครัวจึงคาดหวังว่าลูกสาวจะเป็น หลัก ที่พึ่งทางเศรษฐกิจ ส่วนลูกชายคาดหวังว่าจะเป็นผู้นำเอาเกียรติยศและอำนาจมาสู่ครอบครัวจะเห็นว่าแนวคิด ทฤษฎีสากลเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศมี 3 กลุ่มด้วยกันกล่าวคือ (วศินี ทองนวล, 2558)

1. กลุ่ม แนวคิดระบบประชาธิปไตยสร้างขึ้นโดยผู้ชาย และยึดผู้ชายเป็นศูนย์กลาง ผู้ชายถูกกำหนดให้เป็นผู้นำ มีอำนาจเหนือผู้หญิงในทุกกรณี

2. กลุ่มแนวคิดระบบสตรีนิยมสร้างขึ้นโดยผู้หญิง และยึดผู้หญิงเป็น ศูนย์กลางเพื่อเรียกร้องสิทธิความเสมอภาคเท่าเทียมกันแห่งเพศชายหญิงในทุกพื้นที่ที่ชายสามารถ กระทำได้

3. กลุ่มแนวคิดระบบความสัมพันธ์หญิงชาย มองว่า หญิงชายไม่สามารถที่จะมีความเท่าเทียมกันได้เลยจากบทบาทหน้าที่ที่ครอบครัวและสังคมกำหนดขึ้นมา

สรุป

จากที่ผู้เขียนได้ศึกษาปัญหาดังกล่าว มีความสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับด้านความรุนแรงทางเพศสตรีในสังคมไทย จะเห็นได้ว่าสิทธิมนุษยชนในขึ้นพื้นฐานของความเป็นมนุษย์จะต้องมีความเท่าเทียมกันไม่ว่าจะเป็นเพศหญิงหรือเพศชาย มนุษย์ทุกคนจะต้องมีศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกเรื่องเชื่อชาติ เพศอายุ สีผิว ภาษา ศาสนารวมถึงความเชื่อทางการเมืองและรวมถึงความเชื่อด้านอื่นๆโดยในศึกษาด้านความรุนแรงต่อสตรีจะต้องคำนึงถึงหลักความเสมอภาคเป็นหลัก ที่สำคัญคือเรื่องสิทธิสตรีนั้นไม่ได้เน้นการจำเนื้อหาแต่เป็นการพัฒนาค่านิยม เกี่ยวกับ พฤติกรรม เป็นเรื่องของความรู้สึก ความตระหนัก การเห็นคุณค่า และ การเคารพในศักดิ์ศรีของคน ซึ่งมีผลต่อการแสดง พฤตกิรรม ความรุนแรงต่อสตรีไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวแต่เป็นปัญหาระดับสังคม ที่ผู้ถูกกระทำต้องกล้าที่จะพูดบอกกล่าวขอความช่วยเหลือ รวมถึงผู้พบเห็นที่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ อาจจะเป็นการช่วยแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือหากเป็นญาติของผู้ถูกกระทำก็สามารถมารถเข้าไปเป็นตัวกลางในการช่วยไกล่เกลี่ยพูดคุยให้ลดความตึงเครียดในสถานการณ์ขณะนั้นได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าทุกคนในสังคม สามารถเป็นส่วนหนึ่งที่จะยุติความรุนแรงต่อสตรีไม่ให้เกิดขึ้นได้ทั้งนี้เพื่อให้ทุกคนมีความเท่าเทียมกันในความเป็นอยู่ตามหลักพื้นฐานที่มนุษย์พึงมีพึงได้ อันนำมาซึ่งประโยชน์สุขส่วนรวม และความเท่าเทียมกันตามหลักการประชาธิปไตย และสร้างความสงบสันติอย่างยั่งยืน

บรรณานุกรม

มนทกานต์ เชื่อมชิต,2559. ศูนย์วิจัยและพัฒนาเพศศาสตร์ศึกษา, สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, จุฬาสัมพันธ์, ปีที่ 59 ฉบับที่ 34, วันจันทร์ที่ 25 กันยายน 2558.

กุลวีร์ ประภาพรพิพัฒน์, 2557. แนวคิดและจริยศาสตร์ที่เกี่ยวกับเพศในพุทธศาสนาเถรวาท, วิทยานิพนธ์ศิลปศา สตรมหาบัณฑิต. สาขาวิชาพุทธศาสนศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2558.

จิราภา เจริญวุฒิ,2559. ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับฝ่ายหญิงในความสัมพันธ์แบบคู่รัก, วิทยานิพนธ์

ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (สตรีศึกษา). สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2558

โชติมา แก้วกอง,2558. การเสริมสร้างความเสมอภาคหญิงชายให้เป็นกระแสหลักการพัฒนา :

องค์ความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์สู่ชุมชนเขตภูมิภาคตะวันตก. โครงการจัดตั้ง

สายวิชาสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน.

พฤกษ์ พรหมพันธุม,2558. การส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายให้เป็นกระแสหลักการพัฒนา :

กรณีศึกษา กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาสตรีศึกษา วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วศินี ทองนวล,2558. แนวทางการส่งเสริมและสร้างความเสมอภาคระหว่างหญิงชายในราชการ

พลเรือน. วิทยานิพนธ์ปริญญาสังคมสงเคราะห์ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาการบริหารและนโยบาย

สวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

สํานักงานกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว,2553. รายงาน ข้อมูลสถานการณ์ด้านความรุนแรงของประเทศ ไทย และตามมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติ ค้มุครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550 หน้า 12 หรือทางเว็บไซต์ศูนย์ข้อมูล ความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงใน ครอบครัว. (ระบบออนไลน์). แหลงข้อมูล: http://www.violence.in.th/publicweb/pdf. (12 มีนาคม 2558).

มาตาลักษณ์ ออรุ่งโรจน์,2558. โครงการศึกษาเปรียบเทียบ กฎหมายต่างประเทศเพื่อปรับปรุงพระ ราชบญัญัติ ค้มุครองผู้ถูกกระทําด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550. รายงานการศึกษาวิจัย. สํานักงาน กิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงการ พฒันาสงัคมและความมั่นคงของ มนษุย์, กรุงเทพฯ.


[1] วิทยานิพนธ์ ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต , (สำนักบัณฑิตอาสาสมัคร: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, 2552)

[2] วิธีฉุดหญิงสาวโดย การบังคับ ศูนย์ข่าวไทยรัฐ(ศูนย์ข่าวออนไลน์) แหล่งที่มา: http//www.oknation.net.(27ตุลาคม 2559)