การละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชน[1

นางสาว ชลธิชา บั้นบูรณ์ 028

นาย อรรถพล หมัออ้ะด้ำ 042

บทนำ

สังคมไทยมีปรากฏการณ์ในหลายรูปแบบปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายทศวรรษและยังคงดำรงสืบเนื่องในสังคมไทย และมีแนวโน้มขยายความรุนแรงกว้างขวางมากขึ้นกับกลุ่มเด็กและเยาวชนต่างๆ ประเทศไทยมีการละเมิดสิทธิเด็กอย่างมาก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นกรณีการใช้แรงงานเด็กและการทารุณเด็ก เด็กทุกคนเกิดมา ต้องการความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม นอกจากนี้พ่อแม่ ผู้ใหญ่ก็จะต้องปฏิบัติต่อเด็กในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ไม่ต้องดูถูกเหยียดหยามเด็กที่มีเชื้อชาติ หรือสีผิว หรือฐานะแตกต่าง เด็กและเยาวชนที่ถูกทารุนเป็นเหยื่อของความขัดแย้งของครอบครัวและสังคม เด็ก 1 ใน 4 คน ถูกทุบตีในบ้าน ผู้กระทำในครอบครัวยอมรับการกระทำทารุนและยังมีการละเลยไม่ช่วยเหลือเด็ก (คำนูณ สิทธิสมาน, 2558)

เด็กถูกละเมิดจากการถูกกระทำคือ การที่เด็กถูกปล่อยปละละเลยหรือถูกทอดทิ้งให้ตกอยู่ในภาวะอันตรายรวมทั้งถูกทำร้าย ทุบตี ทารุน ถูกทำร้ายร่างกาย ทางจิตใจ หรือ ถูกล่วงเกิดทางเพศจากบุคคลในสังคมแวดล้อมหรือแม้แต่บุคคลภายนอก นอกจากนี้ ปัญหาการกระทำทารุนต่อแรงงานเด็กอาจออกมาในรูปแบบการถูกใช้แรงงานหนัก เด็กถูกนายจ้างทุบตี ทำร้าย และข่มขืน เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่อยู่ในภาวะเสี่ยงมาตั้งแต่แรก ประเทศไทยมีการละเมิดสิทธิเด็กอย่างมากในสังคมชนชั้นกรรมกร เนื่องจากบุคคลพวกนี้เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ที่อยู่อาศัยก็ไม่ดีนัก และบวกกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทำให้คนพวกนี้จะต้องหาวิธีเลี้ยงชีพในทางอื่นโดยการที่นำเด็กออกมาขอทานบ้าง หรือใช้ให้ไปขายของเวลากลางคืนหรือถ้าเป็นเด็กผู้หญิงก็จะให้ไปขายบริการเพื่อนำเงินมาใช้จ่าย ดังนั้น ถึงแม้ประเทศไทยจะมีอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หรือจะมีองค์กรต่างๆ ที่ดูแลเด็กๆ หรือมีการบังคับใช้กฎหมายต่างๆ ก็ไม่อาจทำให้แรงงานเด็กหรือการละเมิดสิทธิเด็กนั้นลดน้อยลงไปได้ ถ้าหากไม่มีการผลักดันการใช้กฎหมายนั้นๆ หรือ องค์กรต่างๆอย่างจริงจัง ซึ่งปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กและเยาวชน สามารถจำแนกกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิด (โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม, 2557) ไว้ดังนี้

1. เด็กที่ไมได้รับการบริการขั้นพื้นฐานด้านต่างๆ จากรัฐ[2] ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ด้านสาธารณูปโภค เป็นต้น ได้แก่ เด็กพิการ เด็กที่มีปัญหาเรื่องการเรียนรู้ เด็กกำพร้า ครอบครัวมีรายได้ต่ำ

2. เด็กที่ถูกปล่อยละเลยไม่ได้รับการเอาใจใส่จากครอบครัว จนทำให้เด็กอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะได้รับอันตรายต่อสุขภาพร่างกาย สุขภาพจิต พัฒนาการทางด้านร่างกาย พัฒนาการทางด้านสติปัญญา และพัฒนาการทางด้านอารมณ์จิตใจ

3. เด็กที่ถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจ ถูกทำทารุนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศจากบุคคลในครอบครัว หรือบุคคลภายนอก เช่น เด็กที่ถูกใช้แรงงานอย่างหนัก ถูกนายจ้างทุบตีทำร้าย ถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น

เนื้อความ

ปัญหาการละเมิดสิทธิเด็ก เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมาเป็นเวลานาน จะมีแนวโน้มขยายแรงมากขึ้น การละเมิดสิทธิเด็กจะเกิดขึ้นในรูปแบบที่แตกต่างกันไป โดยสามารถจำแนกกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดไว้ดังนี้

1. เด็กที่ไมได้รับการบริการขั้นพื้นฐานด้านต่างๆจากรัฐ รวมทั้งยังไม่มีหลักประกันที่กลไกและนโยบายต่างๆ และส่งผลในทางปฏิบัติจริง ไม่ว่าจะเป็นด้านการศึกษา ด้านสาธารณูปโภค กับเด็กพิการด้านต่างๆ เด็กที่มีปัญหาเรื่องของการเรียนรู้ เด็กกำพร้า ครอบครัวมีรายได้ต่ำกว่าเส้นความยากจน เป็นต้น เกณฑ์ที่ใช้ในการพิจารณาดูจากที่ครอบครัวหรือผู้ดูแลโดยลำพังไม่สามารถดูแลเด็กเหล่านี้ได้ให้สอดคล้องกับสภาพของเด็กได้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนความช่วยเหลือจากหน่วยงานของรัฐหรือองค์การเอกชน

1.1 เด็กพิการด้านต่างๆเด็กที่มีปัญหาเรื่องของการเรียนรู้

มีสาเหตุสำคัญ 3 ประการ ประการแรก คือ กรรมพันธุ์ เด็กบางคนอาจมีญาติผู้ใหญ่ที่เป็น ( Learning Disabilities)[3] คือความบกพร่องในการเรียนรู้ มีความพิการ หรือปัญหาทางอารมณ์ แต่สังคมในสมัยก่อนยังไม่รู้จัก LD ประการที่สอง คือ การที่เด็กคลอดก่อนกำหนด ทำให้เซลล์สมองผิดปกติ และ สุดท้ายคือ สารเคมีเข้าสู่ร่างกายและสะสมในปริมาณที่มากโดยเฉพาะอย่างยิ่ง สาระตะกั่วซึ่งมาจากอากาศและอาหารที่ปนเปื้อนสารเหล่านี้ซึ่งอาการของเด็ก ( Learning Disabilities) จะมีมาตั้งแต่กำเนิด ทั้งที่มี (Intelligence Quotient ) หรือ IQ [4] และร่างกายทุกส่วนปกติและปรากฏชัดเมื่อเข้าเรียน คือ เบื่อการอ่าน เบื่อ อ่านหนังสือตะกุกตะกักไม่สมกับวัย เมื่อพ่อแม่ ครู ให้อ่านหรือทำการบ้าน ก็จะไม่ยอมอ่านทำให้สอบตก ถึงขั้นต้องเรียนซ้ำชั้น โดยวิชาที่เป็นปัญหามากที่สุดคือ คณิตศาสตร์ เนื่องจากอ่านไม่ออก จับความไม่ได้ ตีโจทย์ไม่เป็น ทั้งที่เมื่ออ่านให้ฟังก็สามารถตอบได้ถูก

ปัญหาดังกล่าวนี้ การถูกละเมิด เนื่องจากเด็กที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ไม่ได้รับการคุ้มครอง ที่จะได้รับการดูแล การรักษา ฟื้นฟูที่พึงได้อย่างเหมาะสม หมายถึงเด็ก ที่มีความแตกต่างจากเด็กปกติ ซึ่งยังไม่ได้รับการบริการรวมทั้งแก้ไขถึงบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ จากรัฐ (ผดุง อารยะวิญญู, 2557) แต่ในปัจจุบันรัฐได้มีการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการยื่นมือเข้าขอความช่วยเหลือจากองค์กรยูนิเซฟเพื่อช่วยเหลือเด็กพิการในด้านต่างๆ อย่างเช่น ข่าว "สภาการศึกษา ชง กระทรวงศึกษาธิการ ให้ความสำคัญเรียนรวม 'เด็กพิเศษ-พิการ'สิทธิเท่าเทียม"[5] (ศูนย์ข่าวครูบ้านนอก, 2560)

นายกมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เปิดเผย สกศ. เร่งสนองนโยบายตามยุทธศาสตร์การศึกษามิติต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อสร้างความเท่าเทียมกันและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ล่าสุดได้สรุปการดำเนินงานความร่วมมือทางวิชาการระหว่าง สกศ. และบริติช เคานซิล ประเทศไทย เพื่อพัฒนานโยบายการศึกษาด้านการจัดการศึกษาแบบเรียนรวมโดยข้อเสนอแนะของ สกศ. เช่น รัฐควรส่งเสริมสนับสนุนนโยบายการศึกษาเรียนรวม ควรมีประกาศยกย่องและให้รางวัลสถานศึกษาที่สามารถจัดการศึกษาเรียนรวม สามารถจัดการเรียนการสอนให้แก่เด็กที่มีความต้องการพิเศษและพิการได้เรียนร่วมกับเด็กปกติทั่วไปประสบผลสำเร็จ เพื่อเป็นต้นแบบในการขยายผลไปยังสถานศึกษาอื่น ๆ ให้จัดการศึกษาเรียนรวมเพิ่มมากขึ้น และควรปรับวิธีการในการขอรับจัดสรรงบประมาณเพื่อจัดการศึกษาเรียนรวมให้เป็นไปอย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่ยุ่งยากซับซ้อนและรัฐควรจัดสรรอัตรากำลังแก่สถานศึกษามีครูผู้ช่วยสอนที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการเรียนการสอนและการดูแลผู้ที่มีความต้องการพิเศษและพิการโดยเฉพาะ ควรมีการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนการศึกษาเรียนรวมที่มีความยืดหยุ่นสามารถนำไปใช้ให้สอดคล้องกับความต้องการและสภาพความพร้อมของผู้เรียนที่มีความแตกต่างหลากหลายได้ นอกจากนี้ ศธ.ควรพัฒนาระบบฐานข้อมูลเกี่ยวกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษและพิการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นฐานข้อมูลการจัดสรรงบประมาณและการกำหนดอัตรากำลังครูและครูผู้ช่วยสอนให้เหมาะสม ขณะที่สถาบันผลิตครูคือคณะครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ ควรกำหนดหลักสูตรให้ผู้เรียนทุกคนเรียนวิชาพื้นฐานด้านการจัดการเรียนการสอน รวมทั้งวิธีการวัดและประเมินผลเพื่อให้ผู้สำเร็จการศึกษาออกไปเป็นครูทุกคนมีความรู้พื้นฐานสำหรับเด็กที่ต้องการการศึกษาแบบเรียนรวม

จากประเด็นข่าว ปัญหาของเด็กพิการที่มีความผิดปกติด้านการเรียนรู้ ส่งผลให้เด็กเหล่านี้ยังคงขาดการพัฒนาอย่างมากพอสมควรซึ่งในอดีตยังไม่ได้รับการดูแลจากหน่วยงานภาครัฐอย่างดีพอ ยังคงขาดบุคลากร คุณครูหรือแม้แต่ศูนย์การศึกษาที่ยังไม่สามารถรองรับเด็กเหล่านี้ได้ แต่ในปัจจุบันรัฐได้เร่งแก้ไขนโยบายที่ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือเด็กพิการ ด้วยเหตุผลนี้ ผู้เขียนจึงมีความสนใจศึกษา เพื่อเสนอแนะหาแนวทางแก้ไขเพิ่มเติมกับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา ตามมาตรา 10[6] ระบุว่า เด็กพิการและเด็กพิเศษ ต้องได้รับการศึกษาตั้งแต่แรกเกิดหรือแรกพบ ซึ่งรัฐควรให้การสนับสนุนกับการแก้ปัญหาความพิการอย่างจริงจัง ผู้เขียนมองเห็นว่า ที่ผ่านมารัฐบาลแทบจะไม่พูดถึงการศึกษาสำหรับเด็กพิการ พูดถึงแต่เรื่องสื่อการศึกษากับเด็กปกติ มีการกำหนดนโยบายที่ไม่ครอบคลุม มองไม่รอบด้าน การดำเนินการศึกษาควรเป็นการศึกษาเพื่อคนทุกกลุ่มต้องเข้าถึงระบบการศึกษา คนคิดเชิงนโยบายต้องคิดให้กว้าง ไม่เช่นนั้นจะเป็น "อุปสรรคแก่เด็กหรือคนพิการ" หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงระบบสนับสนุน อาจทำให้การดูแลเด็กเหล่านี้ได้รับการดูแลไม่ทั่วถึงการพัฒนาด้านการเรียนการสอนอย่างไม่เต็มที่เหมือนเช่นเด็กปกติทั่วไป

1.2 ปัญหาเด็กที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำ ซึ่งส่งผลต่อการถูกละเมิดได้ เนื่องจาก เกิดจากครอบครัวพ่อแม่ยังไม่มีวุฒิภาวะทางการศึกษาปัจจัยหลายๆอย่างยังขาดความพร้อม เช่น ความรู้ความเข้าใจในการมีครอบครัว ฐานะทางการเงิน พบว่า ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในครอบครัวที่มีฐานะยากจนหรือรายได้น้อย จึงส่งผลถึงเด็กที่ต้องเสียสิทธิด้านต่างๆไป เช่น ในด้านการศึกษา เป็นต้น ถ้าดูจาก สถิติจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นในรอบ 4-5 ปีที่ผ่านมา มักจะคิดว่าประชาชนไทยในยุคปัจจุบันน่าจะมีโอกาสได้รับการศึกษาที่เสมอภาคกัน อย่างน้อยก็ในระดับการศึกษาภาคบังคับ 9 ปี บางคนก็คิดว่านโยบายเรียนฟรีของรัฐบาลจะทำให้เด็กทั้งประเทศรวมทั้งเด็กจากครอบครัวยากจนมีโอกาสได้เรียนชั้นมัธยมปลาย เป็นสัดส่วนต่อประชากรวัยเดียวกันเพิ่มขึ้น แต่ในความเป็นจริงนโยบายเรียนฟรี 15 ปีนั้น ยังขัดต่อกฎหมายแม่ที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญ ซึ่งยังคงให้เรียนฟรีได้เพียง 12 ปีเท่านั้น ทำให้เด็กจากครอบครัวที่ยากจนทั้งในชนบทและในเมืองมีโอกาสได้รับการศึกษาในระดับที่ต่ำกว่าและมักจะมีคุณภาพต่ำกว่าเด็กจากครอบครัวที่มีรายได้สูงกว่าอย่างสำคัญ (สุรชัย เทียนขาว, 2559) ปัญหาความยากจน, การไม่สามารถเรียนได้ดี และปัญหาสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ทำให้เด็กจากครอบครัวยากจนมักจะออกกลางคัน หรือจบแค่ชั้นประถมหก บางส่วนจบแค่ชั้นมัธยมสาม ไม่ได้เรียนต่อในระดับสูงกว่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้แตกต่างจากอดีต และมักจะถูกตั้งคำถามว่ามัน "คุ้ม" หรือ "ไม่คุ้ม" กับการสานต่อ และในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช2560 ตามมาตรา 54[7] ได้ระบุว่า รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ส่งผลถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบันของครอบครัวที่ยากจน ไม่สามารถส่งลูกศึกษาได้ ในแง่ของโอกาสการเข้าถึงการศึกษาขั้นพื้นฐานและโอกาสการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพยังคงเป็นปัญหา เช่นเดียวกับความเสมอภาคระหว่างคนจนกับคนรวยที่ยังปรากฏว่า 1.1% ของนักเรียนวัยประถมศึกษาของครอบครัวยากจน/ด้อยโอกาสไม่ได้เข้าโรงเรียน และราว 15% เรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ ซึ่งนโยบายเรียนฟรีที่ทางภาครัฐได้จัดตั้งขึ้น ยังคงขัดกับรัฐธรรมนูญ ซึ่งตัวกฎหมายดังกล่าวล้วนไม่ได้แก้ปัญหาให้กับเด็กยากจนที่ครอบครัวมีรายได้ต่ำได้มีโอกาสได้รับการศึกษา ไม่ว่าจะฟรีแค่ไหนอย่างไร ล้วนต้องใช้เงินในการใช้จ่ายเป็นค่าเล่าเรียนอยู่ดี ซึ่งปัญหาด้านการศึกษาของเด็กในสังคมปัจจุบัน จึงได้เห็นข่าวมากมายเกี่ยวกับเด็กที่ด้อยโอกาสทางการศึกษาเพราะขาดปัจจัยการเงินครอบครัวไม่สามารถส่งลูกหลานเรียนได้ อย่างเช่น ข่าวที่ผ่านมา คือ "ปัญหาเด็กด้อยโอกาส "เด็กยากจนยังหลุดจากระบบการศึกษา"[8] ( อารยะ เจริญพันธ์ภักดี, 2558 )

วันเปิดเทอมใกล้จะถึง นาง ทองเลื่อน ทองเถื่อน วัย 50 ปี แม่ของลูกชายวัยกำลังเรียน 2 คน ต้องแบกค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทั้งค่าหนังสือ เสื้อผ้า แล้วยังต้องหาค่าขนมให้ลูก ๆ ได้เรียนหนังสือ ลูกชายคนโตของเธอวัย 20 ปีกำลังศึกษาอยู่ในระดับปวส. และลูกชายคนเล็กวัย 12 ปีกำลังขึ้นชั้นประถมศึกษาชั้นปีที่.6 ซึ่งทั้ง2คนอยู่ในวัยที่ต้องใช้จ่าย รายได้ของ ทองเลื่อน และสามี มาจากอาชีพรับจ้างขนของที่ท่าเรื่อคลองเตยซึ่งไม่ค่อยแน่นอนบางวันอาจไม่มีงาน แต่ในวันที่มีงานรับจ้างก็มีรายได้อยู่เพียง 200 400 บาท ขณะที่มีค่าใช้จ่ายประจำเป็นค่าเช่าบ้านล็อก 4 5 6 ย่านคลองเตย เดือนละ 1,500 บาทเพื่อให้รายได้พอกับค่าใช้จ่ายทำให้ทุกคนในบ้านไม่เว้นแม้แต่ลูกชายคนโตที่กำลังเรียนปวส.ก็ต้องทำงานเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระ แต่สำหรับลูกคนเล็กอย่าง เด็กชายศุภโชค ทองเถื่อน วัยเพียง 12 ปียังเด็กเกินไปที่จะทำงานหนักเขาจึงเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่ได้ทำงานทางนาง ทองเลื่อน ทองเถื่อนก็หวังอยากให้รัฐช่วยสนับสนุนให้มากกว่านี้ นโยบายเรียนฟรียังไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาสำหรับครอบครัวที่ยังยากจน รวมทั้งระบบเศรษฐกิจยังไม่ดีนักที่จะหาเงิน พอๆกับรายจ่ายก็เยอะตามไปด้วย แต่ก็อาจจะบอกลูกให้เลิกเรียนเพราะอยากให้เรียนสูงๆ ซึ่งนางทองเลื่อนบอกว่าแม้ตนเองจะขัดสนอย่างไรแต่สิ่งหนึ่งที่จะต้องประคับประคองไว้คือส่งลูกเรียนให้จบเท่าที่เขาจะเรียนได้ โดยไม่ยอมให้ลูกเลิกเรียนกลางคันแน่นอน ทนบางทีชักหน้าไม่ถึงหลังก็ต้องไปกู้แขกมาใช้จ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 20 ก็ต้องยอม ไม่อยากให้ลูกลำบากอยากให้ลูกได้เรียนสูงๆจะได้มีอาชีพรายได้ที่ดีเลี้ยงครอบครัวอยากเห็นใบปริญญาของลูก

จากประเด็นข่าวทางครอบครัวมีปัญหาทางด้านการเงิน ซึ่งรายรับมักไม่พอต่อรายจ่ายต่อเดือนอยู่เสมอ ทำให้เกิดความลำบากที่จะส่งลูกเรียน ซึ่งทางออกที่ทำได้ก็เพียงแต่ไปกู้ยืมให้เป็นหนี้สิน หวังเพียงพึ่งพิงจากภาครัฐให้ช่วยบรรเทาแต่ก็ต้องมีค่าใช้จ่ายในการเรียน ทำให้ก็ไม่เพียงพอในการใช้จ่ายอยู่ดี จากที่ได้ศึกษา ปัญหาหลักที่ทำให้เด็กส่วนใหญ่เลิกเรียนกลางคันก็เกิดจากปัญหาความยากจนของครอบครัว ซึ่งปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษาของไทยสร้างความเสียหายทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมสูงคิดเป็น 3% หรือเทียบได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณด้านการศึกษาของประเทศในแต่ละปี ซึ่งด้วยเหตุผลนี้ ผู้เขียนจึงมีความสนใจศึกษา เพื่อเสนอแนะหาแนวทางแก้ไข ซึ่งรัฐควรให้การสนับสนุนด้านการศึกษากับเด็กด้อยโอกาสหรือปัญหาครอบครัวไม่ว่าจะด้านความยากจน หรือด้านใดก็ตาม รัฐบาลควรสนับสนุนแก่นักเรียนตามฐานะทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน คือ มุ่งเน้นให้การสนับสนุนแก่นักเรียนที่ยากจนมากกว่านักเรียนที่มีฐานะดี เพื่อเป็นการสร้างโอกาสทางการศึกษาอย่างแท้จริง เพื่อ ช่วยเหลือเด็กหรือครอบครัวที่หวังพึ่งพิงจากรัฐบาล ตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พุทธศักราช 2553 หมวดที่ 2 สิทธิและหน้าที่ทางการศึกษา มาตรา 10 สิทธิในการศึกษานั้นอยู่บนพื้นฐานที่จะต้องให้เด็กมีโอกาสที่เท่าเทียมกัน โดยรัฐจะต้องจัดการศึกษาภาคบังคับในระดับชั้นประถมให้ทั่วถึง และต้องส่งเสริมการพัฒนาการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายและการศึกษาวิชาชีพ เพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสที่เข้าศึกษาได้ โดยรัฐอาจจัดมาตรการที่เหมาะสม เช่น การจัดการศึกษาให้โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือจัดให้มีความช่วยเหลือด้านการเงินเพื่อการศึกษาในกรณีจำเป็นในด้านการศึกษาที่สูงกว่าชั้นมัธยมนั้น รัฐต้องจัดให้เด็กทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมกันตามความสามารถทางสติปัญญาของเด็ก และรัฐต้องจัดมาตรการส่งเสริมให้เด็กมาเรียนโดยสม่ำเสมอและลดจำนวนเด็กที่ออกจากโรงเรียนกลางคั่น (สมาคมส่งเสริมสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน, 2559)

2. เด็กที่ถูกปล่อยละเลยไม่ได้รับการเอาใจใส่จากครอบครัว เป็นการละเมิด ทั้งทางร่างกาย จิตใจ จากการถูกปล่อยปละละเลย ไม่ได้รับการเอาใจใส่เท่าที่ควร เด็กอยู่ในภาวะเสี่ยง คือ เด็กที่มีสภาพแวดล้อมทางสังคมไม่ว่าที่ครอบครัว โรงเรียน ชุมชน ที่มีความเสี่ยงจะถูกกระทำทารุณกรรม ถูกปล่อยละเลย หรือถูกทอดทิ้งในรูปแบบต่างๆซึ่งอาจจะได้รับอันตรายต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต พัฒนาการทางร่างกาย พัฒนาการทางด้านสติปัญญา พัฒนาการด้านอารมณ์จิตใจ พัฒนาการด้านสังคม พัฒนาการด้านครอบครัว และอาจมีปัญหาพฤติกรรมาเหตุที่เด็กถูกทอดทิ้งในสังคม เป็นเพราะพ่อแม่ของเด็กขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องของการมีบุตร และสาเหตุนี้ถือได้ว่าเป็นปัจจัยหลักในการที่เด็กถูกทอดทิ้ง ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากพ่อแม่ที่เป็นวัยรุ่น วัยเรียนเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักศึกษาที่ยังเรียนไม่จบ ไม่พร้อม ยังไม่มีวุฒิภาวะทางการศึกษาและมักจะเข้าใจว่า เมื่อมีลูกแล้วจะสามารถเลี้ยงและประคับประคองการดูแลลูกได้ตลอดรอดฝั่ง แต่ในความเป็นจริงแล้วยังไม่สามารถกระทำได้เนื่องจากปัจจัยหลายๆอย่างยังขาดความพร้อม เช่น ความรู้ความเข้าใจในการมีครอบครัว ฐานะทางการเงิน ยังต้องศึกษาต่อ ซึ่งทำให้ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งนี้เกิดขึ้นอยู่เสมอในสังคมปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งส่วนใหญ่ยังมาจากปัญหาครอบครัว การปล่อยปละละเลยหรือทอดทิ้งครอบครัวโดยไม่รับผิดชอบ เช่น การจากครอบครัวไปทำงานที่อื่นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งในระยะเวลาที่ยาวนาน หรือจากไปโดยไม่กลับมาอยู่ร่วมกัน พบว่า ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในครอบครัวที่มีฐานะยากจนหรือรายได้น้อย ความจำเป็นทางด้านเศรษฐกิจจึงผลักดันให้สามีหรือภรรยาจากไปหางานทำ และพบว่าส่วนใหญ่ มักเป็นฝ่ายชายที่ละทิ้งไปก่อน และมักเกิดขึ้นในช่วงแรก ๆ ของการสมรสหรือการใช้ชีวิตคู่ แบบแผนการอบรมเลี้ยงดูบุตรของครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่เลี้ยงลูกคนเดียวมีการเปลี่ยนแปลงไป หรือไม่ว่าจะเป็นการหย่าร้างของพ่อแม่ การใช้ความรุนแรง การทะเลาะกัน การแต่งงานใหม่ของพ่อแม่ เป็นต้น ปัญหาต่างๆเหล่านี้ ต่างสร้างความกดดันให้เด็ก ดึงความสนใจของพ่อแม่ไปจากตัวเด็ก ทำให้เด็กขาดความรักความอบอุ่นเด็กจึงต้องออกมาเร่ร่อน เพื่อให้พ้นจากสภาพความอึดอัดดังกล่าว จึงต้องยอมรับว่าปัญหาครอบครัวเป็นปัญหาที่ทำให้เด็กออกมาเร่ร่อน และจากสถิติการหย่าร้างที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆซึ่งเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ที่ทำให้มีการทอดทิ้งเด็ก เนื่องจากการหย่าร้างทำให้ต้องเลี้ยงดูลูกเพียงคนเดียว พ่อหรือแม่ต้องออกไปทำงานนอกบ้าน เพื่อนำมาใช้จ่ายในบ้าน เงินที่ได้มาอาจจะไม่พอ ความยากลำบากของผู้หญิงในตลาดแรงงานและความไม่เสมอภาคทางเพศ จากการที่แม่ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังต้องมีความยากลำบากทางเศรษฐกิจ (ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต, 2559)

ปัญหาความยากจนในสังคมได้มีผลกระทบทำให้เกิดการทอดทิ้งเด็กเช่นกัน การแข่งขันกันประกอบอาชีพ จากการที่เด็กเป็นวัยที่ต้องการการดูแล การคุ้มครอง และมีการพึ่งพิง เด็กจึงได้รับผลจากการเลี้ยงลูกเพียงคนเดียวของแม่ โดยมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาด้านต่าง ๆ ได้แก่ เด็กอาจได้รับรู้สภาพความขัดแย้งระหว่างพ่อแม่ และการหย่าร้างของพ่อแม่ และอาจรวมถึงการใช้ความรุนแรงต่อกัน (วิทยาการ เชียงกูล, 2557) การปฏิบัติตามบทบาทของแม่เพียงคนเดียวอาจขาดคุณภาพ จากการที่แม่เกิดความเครียด ทำให้เด็กขาดการเลี้ยงดูอย่างมีคุณภาพ ทำให้เด็กมีความประพฤติที่ไม่เหมาะสมหรือการกระทำผิดของเด็กที่อยู่ในครอบครัวพ่อหรือแม่คนเดียว เด็กที่ต้องเผชิญสถานการณ์ปัญหาครอบครัวแตกแยกอาจมีพฤติกรรมเบี่ยงเบนไปจากปกติได้ง่าย เช่น บางรายอาจมีพฤติกรรมก้าวร้าว ดื้อ ไม่เคารพและต่อต้านพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็กลัวการถูกลงโทษและทอดทิ้ง จนบางรายมีอาการป่วยทางจิต ติดสารเสพติด รวมทั้งมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ การแตกสลายของครอบครัวยังมีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ที่อาจไม่สะดวกสบายเช่นเดิม เพราะรายได้ของครอบครัวลดลง และภาวะความตึงเครียดของแม่อาจมีผลด้านจิตใจจนทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกเปลี่ยนแปลงไป ทำให้พ่อแม่ไม่มีเวลาให้กับเด็กและเยาวชนในครอบครัว เด็กและเยาวชนจึงมีความรู้สึกขาดความอบอุ่น ขาดที่ปรึกษาพูดคุย หันไปรวมกลุ่มกันเพิ่มมากขึ้น แต่ อยู่ในรูปแบบของการเร่ร่อนแอบแฝงมากยิ่งขึ้น เช่น ประสบปัญหาทางเศรษฐกิจถึงขั้นล้มละลายทำให้ไม่สามารถเลี้ยงดูลูกได้

ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้น ส่งผลกระทบให้เกิดการทอดทิ้งเด็กหรือพฤติกรรมของเด็กเปลี่ยนแปลงไป อาจจะเกิดได้หลายสาเหตุซึ่งล้วนแต่มาจากภายในครอบครัว ด้วยเหตุผลนี้ ผู้เขียนจึงสนใจที่ศึกษาปัญหาดังกล่าว เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งรัฐบาลควรที่จะสนับสนุนการจัดการเกี่ยวกับปัญหาเด็กที่ถูกทอดทิ้งในสังคมไทย ตอนนี้เป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ในประเทศไปแล้ว ปัญหาดังกล่าวเริ่มทวีเพิ่มมากขึ้น จากการที่ได้ศึกษากรณีนี้ ทำให้มีความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาเด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกปล่อยปละละเลยจากครอบครัวซึ่งควรให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กและเยาวชน อย่างเช่น ส่งเสริมให้มีการจัดโครงการกิจกรรมเกี่ยวกับครอบครัว มีการจักการฟื้นฟูสภาพครอบครัว การเข้าไปให้ความช่วยเหลือครอบครัว หรือแม้แต่ เด็กถูกทอดทิ้งควรจัดหาสถานที่หรือครอบครัวใหม่หรือผู้อุปการะเด็ก หรือรัฐบาลในฐานะผู้บริหารประเทศจะต้องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ผู้ที่มีฐานะยากจนสามารถอยู่ได้ตามอัตภาพไม่ต้องดิ้นรนเช่นปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะเครียดภายในครอบครัวและเสี่ยงต่อความรุนแรงในครอบครัว (สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก, 2557) ซึ่งตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช 2546 หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิภาวะด้วยการสมรส พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พุทธศักราช 2546 มีเนื้อหาสาระในการดูแลเด็กทุกคน โดยกำหนดให้ผู้ปกครองมีหน้าที่ในการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็ก ตามความในมาตรา 23[9]ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตน แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดกฎกระทรวง

3. เด็กที่ถูกทำร้ายร่างกาย ถูกทำทารุนหรือถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นการล่วงละเมิดทางเพศนั้น ก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจของเด็ก และมีผลต่อเนื่องถึงครอบครัวและสังคม นำไปสู่วงจรอุบาทว์ของปัญหาสังคมที่ไม่สิ้นสุด เป็นปัญหาทางสังคมที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน ซึ่งผู้กระทำผิดส่วนมากเป็นคนที่เด็กคุ้นเคย หรือเป็นคนในครอบครัว และเมื่อทำความผิดแล้ว บุคคลเหล่านี้ก็จะพยายามปกปิดเรื่องโดยการกดดันเด็กต่างๆ นานา บางครั้งตัวเด็กเองเกิดความอับอาย หรือรู้สึกว่าตนเองผิดจึงไม่เล่าเรื่องให้ใครทราบ คนทำผิดก็เลยย่ามใจปัญหา นี้เป็นเรื่องที่ผิดทั้งกฎหมาย และผิดศีลธรรม ก่อให้เกิดผลกระทบทางด้านร่างกาย และจิตใจของเด็กอย่างรุนแรง ต่อเนื่องไปจนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กเหล่านี้บางส่วนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่ ซึ่งก่อปัญหาลักษณะเดียวกันนี้นี้กับเด็กคนอื่นต่อไปเป็นลูกโซ่ไม่จบสิ้น (ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ, 2558) สาเหตุนี้ค่อนข้างซับซ้อน และแตกต่างไปในแต่ละคน แต่โดยรวมเป็นผลจากปัญหาทางด้านอารมณ์ และจิตใจของผู้กระทำ เช่น ผู้ติดสารเสพติด เหล้า ยาบ้า ฯลฯ จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ และจากการศึกษาพบว่า ผู้กระทำมักจะเป็นผู้ที่เคยถูกล่วงเกินทางเพศหรือถูกทารุณกรรมในวัยเด็กมาก่อน การล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก อาจเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไหร่ก็ได้ เช่น บ้าน โรงเรียน วัด สวนสาธารณะ สนามเด็กเล่น ห้องน้ำสาธารณะ โรงภาพยนตร์ ผู้ล่วงเกินทางเพศต่อเด็กมีแนวโน้มที่จะทำอีกจนเป็นนิสัย กรณีที่เป็นคนคุ้นเคยมักจะล่วงเกินทางเพศกับเด็กคนเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก ผู้กระทำมักจะเป็นผู้ที่มีปัญหาทางอารมณ์จากความกดดัน หรือความเครียดที่มากผิดปรกติ เช่น ชีวิตสมรสมีปัญหาไม่สามารถจะสร้างความสัมพันธ์คนวัยใกล้เคียง จนกลายเป็นความผิดปรกติทางเพศอย่างรุนแรงหรือเป็นผู้ที่มีปัญหาทางจิตใจโดยตรง เช่น ชอบมีความสัมพันธ์ทางเพศกับเด็ก กรณีที่เป็นคนแปลกหน้า มักจะกระทำกับเด็กแต่ละคนเพียงครั้งเดียว แล้วเปลี่ยนตัว ผู้กระทำมักเป็นผู้ที่มีความต้องการทางเพศสูงผิดปรกติอย่างรุนแรง และเกรงว่าคนวัยเดียวกันจะปฏิเสธ จึงหันมาล่วงเกินทางเพศต่อเด็กด้วยเห็นว่าอ่อนแอกว่า

รูปแบบการล่วงเกินทางเพศต่อเด็ก มี 2 ชนิด คือ กรณีไม่รุนแรงเป็นการล่วงเกินทางเพศที่ไม่มีการสัมผัสร่างกาย เช่น การเปลือยกายหรือให้เด็กดูอวัยวะเพศ แอบดูเด็กอาบน้ำ พูดลวนลาม พูดสองแง่สองง่าม โทรศัพท์ลามก หรือการให้เด็กดูภาพลามก วิดีโอลามก เพื่อเร่งเร้าหรือกระตุ้นอารมณ์ทางเพศต่อเด็ก และอีกกรณีคือ ที่รุนแรงเป็นการล่วงเกินที่มีการสัมผัสร่างกายเด็กด้วย มีลักษณะที่ยังไม่ถึงขั้นที่ล่วงล้ำเข้าไปในอวัยวะเพศของเด็ก เช่น ลูบคลำอวัยวะเพศหรือตามร่างกายเด็กด้วยมือหรือปาก ให้เด็กจับคลำอวัยวะเพศ หรือสำเร็จความใคร่บางกรณีอาจมีการทำร้ายร่างกายเด็กร่วมด้วย ในปัจจุบันกลายเป็นปัญหาแพร่หลายไปทั่ว ทำให้ส่งผลเสียส่งผลกระทบหลายด้านต่อเด็กในสังคมไทย อย่างเช่น ข่าวที่ผ่านมา 'ตำรวจรวบพี่ชายดาราดัง ล่วงละเมิดเด็กสาวอายุ 15 เจ้าตัวปฏิเสธ"[10] เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น.ของวันที่ 22 ก.ย. ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองหนองคาย พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ร่วมกันสอบสวนจับกุม นายศุภกร อายุ 46 ปี พี่ชายของดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งถูกจับ ในข้อหา ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงและร่วมกันพรากผู้เยาว์อายุมากกว่าสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย (เทพสุดา คำภักดี, 2560)

จากประเด็นข่าว การล่วงละเมิดทางเพศ ก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างรุนแรงต่อร่างกายและจิตใจของเด็ก และมีผลต่อเนื่องถึงครอบครัวและสังคม นำไปสู่วงจรอุบาทว์ของปัญหาสังคมที่ไม่สิ้นสุด ด้วยเหตุผลนี้ ผู้เขียนจึงสนใจที่อยากจะศึกษาปัญหาดังกล่าว เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐควรหาแนวทางป้องกันปัญหาไม่ให้เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีกว่าการปล่อยให้เกิดปัญหาแล้วจึงแก้ไข นโยบายของรัฐ ควรที่จะเอาจริงเอาจังในการส่งเสริมความแข็งแรงของสถาบันครอบครัว รวมทั้งความพยายามจากหลายๆ ฝ่ายและองค์กรต่างๆ การช่วยรณรงค์ให้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา การมีมาตรการเฝ้าระวัง การสร้างชุมชนและประชาสังคมที่เข้มแข็งและหลากหลายน่าจะช่วยป้องกันปัญหาได้ในระยะยาว
ผู้เขียนเล็งเห็นว่า ปัญหาที่เด็กถูกล่วงละเมิดทางเพศเป็นปัญหาที่รุนแรงของสังคม จำเป็นที่ทุกคนควรให้ความสนใจอย่างจริงจัง มีนโยบาย-มาตรการการช่วยเหลืออย่างเข้าใจและจริงจัง จะช่วยป้องกันไม่ให้เด็กกลายเป็นปัญหาสังคมต่อไปในอนาคต (ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ, 2558) จากข้อมูลเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าการละเมิดสิทธิเด็กเกิดได้จากหลายสาเหตุและการถูกละเมิดก็มีหลายด้าน ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กๆเหล่านั้นขาดอิสระและสิทธิต่างๆที่ควรจะได้รับ ถ้ามองว่าปัญหาเหล่านี้เกิดจากอะไรครอบครัวสำคัญที่สุด ซึ่งรัฐควรหาแนวทางแก้ไขควรให้มีนโยบายในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้และจัดกิจกรรมด้านสิทธิเด็กแก่สังคมและสาธารณชน เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก โดยเน้นการให้ข้อมูลที่เป็นจริงและวิธีการแก้ไขปัญหาควบคู่กันการทำงานด้านสิทธิเด็กจะต้องอาศัยการประสานความร่วมมือชองทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง ตามกฎหมาย พระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก พุทธศักราช 2546 มาตรา 26 (1) กระทำหรือละเว้นการกระทำอันเป็นการทารุณกรรมต่อร่างกายหรือจิตใจของเด็ก ซึ่ง เด็กมีสิทธิที่จะได้รับการปกป้องคุ้มครองในทุกรูปแบบที่จะเป็นอันตรายต่อเด็ก ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองจากการถูกทำร้ายทั้งทางร่างกาย จิตใจและทางเพศ ซึ่งรวมทั้งการล่วงละเมิดทางเพศกับหรือการแสวงหาประโยชน์ในรูปแบบต่าง ๆ จากเด็ก เด็กมีสิทธิได้รับการคุ้มครองจากรัฐและสังคมจากการถูกนำไปใช้ประโยชน์ทางเพศหรือการล่วงละเมิดทางเพศในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการชักชวนหรือข่มขู่ให้เข้าร่วมกิจกรรมทางเพศ การค้าประเวณีหรือการเข้าไปมีส่วนในสื่อลามกเด็ก การลักพาตัว การค้าเด็กในทุกรูปแบบ เด็กมีสิทธิได้รับการปกป้อง คุ้มครองจากการถูกนำไปใช้ในการสู้รบด้วยกำลังอาวุธ ซึ่งแต่เดิมอนุสัญญาได้กำหนดอายุขั้นต่ำไว้ที่ 15 ปี แต่ต่อมาได้กำหนดในพิธีสารของอนุสัญญานี้ได้ขยายอายุขั้นต่ำเป็น 18 ปี (ยุวดี นิ่มสมบุญ, 2558)

ประเด็นสำคัญของการศึกษาในครั้งนี้ พบว่าประเด็นปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเด็กที่ไมได้รับการบริการขั้นพื้นฐานด้านต่างๆ จากรัฐ ในเรื่องขอด้านการศึกษา ด้านสาธารณูปโภคของเด็กพิการหรือเด็กกำพร้า หรือจะเป็นเด็กที่ถูกปล่อยละเลยที่ไม่ได้รับการใส่ใจจากครอบครัว และปัญหาจากเด็กที่ถูกทำร้ายร่างกาย ซึ่งปัญหาเหล่านี้เกิดจากปัญหาในครอบครัวหรือคนใกล้ตัว ส่งผลต่อเด็กและเยาวชนในสังคมที่จะเจริญเติบโตในอนาคต ในปัจจุบันกลายเป็นปัญหาในสังคมที่ต้องรอการแก้ไขและความร่วมมือจากภาครัฐและหน่วยงานที่ต่างๆ ซึ่งผู้เขียนมีความสนใจในการศึกษาปัญหาเหล่านี้ ที่อยากเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้น (โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม, 2557) มีดังนี้

1. การทำงานด้านสิทธิเด็กจะต้องอาศัยการประสานความร่วมมือชองทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งองค์กรภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และประชาชน จึงจะสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างจริงจัง

2. ภาครัฐควรมีนโยบายในการเผยแพร่ข้อมูลความรู้และจัดกิจกรรมด้านสิทธิเด็กแก่สังคมและสาธารณชน เพื่อสร้างความตระหนักให้เกิดขึ้นในสังคม รวมทั้งเผยแพร่ข้อมูลด้านต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเด็ก โดยเน้นการให้ข้อมูลที่เป็นจริงและวิธีการแก้ไขปัญหาควบคู่กัน

3. ภาคเอกชนและสื่อมวลชนควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชนให้มากยิ่งขึ้น และช่วยประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับสิทธิเด็ก เพื่อให้ประชาชนตระหนักถึงความสัมพันธ์ของปัญหาที่เกิดขึ้น

4.ครอบครัวที่ผู้ปกครองควรดูแลบุตรหลานของตนเองอย่างใกล้ชิด โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้เด็กเข้าไปในสถานที่เสี่ยงอันตราย พยายามมิให้เด็กออกนอกบ้านในเวลากลางคืน เว้นแต่มีเหตุจำเป็น

ข้อเสนอแนะ

จากที่ผู้เขียนได้ศึกษาปัญหาดังกล่าว มีความสนใจที่อยากจะหาแนวทางแก้ไขปัญหา ดังนี้ คือ ภาครัฐควรสนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีบทบาทในการพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชนที่ถูกละเมิดสิทธิ เช่น มูลนิธิศูนย์พิทักษ์สิทธิเด็ก มูลนิธิเด็ก มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก มูลนิธิเพื่อเด็กพิการ กลุ่มการป้องกันและพัฒนาคุณภาพชีวิตเด็ก กลุ่มยุวชนสร้างสรรค์ กลุ่มอาสาพัฒนาเด็ก ให้มากยิ่งขึ้น เพราะองค์กรเหล่านี้เป็นกลไกหนึ่งในการที่จะช่วยบรรเทาปัญหา หรือจะเป็นการแก้ไขปัญหาภายในครอบครัวซึ่งทางผู้ปกครองจะต้องจัดให้เด็กได้รับการพัฒนาทางด้านต่างๆ อย่างเหมาะสมกับสติปัญญาและความสามารถของตน เช่น การสนับสนุนให้บุตรหลานเข้าร่วมทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น เพื่อให้เด็กได้พัฒนาจิตใจและเรียนรู้สังคมผ่านการทำกิจกรรมเหล่านั้น

บรรณานุกรม

คำนูณ สิทธิสมาน. (2558). ปัญหาเด็กถูกทอดทิ้งในสังคมไทย. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก http://japansell.wixsite.com/tese2/about1 (สืบค้นข้อมูล 31 ตุลาคม 2560)

โรงเรียนสระบุรีวิทยาคม. ปัญหาสิทธิมนุษยชนในประเทศและแนวทางแก้ไขปัญหาและพัฒนา. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก https://sites.google.com/site/30318hayatee (สืบค้นข้อมูล 31 ตุลาคม 2560)

ผดุง อารยะวิญญู. (2557).ปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศกับเด็ก. สายใยและหัวใจแห่งสังคม, 30(3), 20-25.

ศูนย์ข่าวครูบ้านนอก. (2560). เด็กพิเศษ-พิการสิทธิเท่าเทียม. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก https://www.kroobannok.com/81964(สืบค้นวันที่1พฤศจิกายน2560)

อารยะ เจริญพันธ์ภักดี. (2558 ). ปัญหาเด็กด้อยโอกาส เด็กยากจนยังหลุดจากระบบการศึกษา. (ออนไลน์) .

เข้าถึงได้จาก http://www.nationtv.tv/main/content/378455890/ (สืบค้นข้อมูล 1 พฤศจิกายน 2560 )

สมาคมส่งเสริมสิทธิ เสรีภาพของประชาชน. (2559). การละเมิดสิทธิมนุษยชน. แก้ไขปัญหาทางสังคม, 36(5), 78-81

ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต. ( 2559). ปัญหาครอบครัวของสังคมไทย . (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก http://oknation.nationtv.tv/blog/lawery/2008/09/04/entry-1 (สืบค้นข้อมูล 2 พฤศจิกายน 2560 )

วิทยาการ เชียงกูล. (2557). ปัญหาความไม่เสมอภาคในการได้รับบริการทางการศึกษา. ชมรมศึกษาผลงานวิทยากร เชียงกูล,

25(4), 30-31.

สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก. (2557). ปัญหาการละเมิดสิทธิเด็กเยาวชนและครอบครัว. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก http://dcy.go.th/webnew/vulnerablegroup/ (สืบค้นข้อมูล 10 พฤศจิกายน 2560 ).

เทพสุดา คำภักดี. (2560). สิทธิสตรีและเด็กที่ควรจะได้รับ. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้ จาก https://unicefthailand. ( สืบค้นข้อมูล 12 พฤศจิกายน 2560 ).

ศูนย์วิจัยสุขภาพกรุงเทพ. (2558) ภัยสังคมที่จะส่งผลกระทบต่อเด็ก. (ออนไลน์).

เข้าถึงได้จาก http://www.bangkokhealth.com/ ( สืบค้นเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 )


[1] การละเมิดสิทธิเด็ก คือ บุคคลผู้ซึ่งมีอายุ ยังไม่ครบ ๑๘ ปี บริบูรณ์ และยังไม่บรรลุ นิติภาวะด้วยการสมรส เด็กทุกคนที่เกิดมาย่อมได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน

[2] ขั้นพื้นฐานที่สําคัญของเด็ก คือ สิทธิในการมีชีวิตรอด, สิทธิด้านพัฒนาการ, สิทธิในการได้รับความคุ้มครอง สิทธิในการมีส่วนร่วม

[3] Learning Disabilities คือ ความบกพร่องในการเรียนรู้ในเด็กที่มีสติปัญญาฉลาดในเกณฑ์ปกติหรือฉลาดเหนือกว่าเด็กอื่น แต่การเรียนรู้ในด้านใดด้านหนึ่ง หรือหลายๆ ด้านช้ากว่าเพื่อนที่มีอายุเท่ากัน ทั้งๆ ที่เพื่อนอาจมีสติปัญญาเท่ากันหรือต่ำกว่า

[4] IQ คือ ความฉลาดทางสติปัญญา เป็นความสามารถในการคิด วิเคราะห์ การคำนวณ และการใช้เหตุผล

[5] (ศูนย์ข่าวครูบ้านนอก, 2560) ข่าววันที่ 12 พฤษภาคม 2560 เว็บไซต์ : https://www.kroobannok.com/81964

[6] เพิ่มเติม มาตรา 10 การจัดการศึกษา ต้องจัดให้บุคคลมีสิทธิและโอกาสเสมอกันในการปรับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่าสิบสองปีที่รัฐต้องจัดให้อย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย

[7] เพิ่มเติม มาตรา 45 รัฐต้องดําเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย รัฐต้องดําเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหนึ่ง เพื่อพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ สังคม และสติปัญญาให้สมกับวัย โดยส่งเสริมและสนับสนุน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในการดําเนินการด้วย

[8] (อารยะ เจริญพันธ์ภักดี, 2560) ข่าววันที่ 15 พฤษภาคม 2558 เว็บไซต์ http://www.nationtv.tv/main/content/378455890/

[9] เพิ่มเติ่ม มาตรา 23 ผู้ปกครองต้องให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนตาม สมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำตามที่กำหนดในกฎกระทรวงและต้องคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะอันน่าจะเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ

[10] (เทพสุดา คำภักดี, 2560) ข่าววันที่ 22 กันยายน 2560 เว็บไซต์ http://news sanook.com/3610626/