ก่อนที่จะพิจารณาแบบจำลองกระแสการหมุนเวียนของระบบเศรษฐกิจควรทราบความหมายของคำว่า  หน่วยเศรษฐกิจ (economic unit)  หมายถึง ผู้ดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจ  ได้แก่ ผู้ผลิต  ผู้ค้าหรือคนกลาง  และผู้บริโภค  ส่วนอีกคำคือ ภาคเศรษฐกิจ (economic sector)  หมายถึง การรวมหน่วยเศรษฐกิจต่างๆ  ที่มีบทบาท หน้าที่ และเป้าหมายเหมือนกันเข้าด้วยกัน ภาคเศรษฐกิจที่สำคัญประกอบด้วย ภาคครัวเรือน  ภาคธุรกิจ  ภาครัฐบาล  และภาคต่างประเทศ       กระแสการหมุนเวียนของการใช้จ่ายและการผลิตในระบบเศรษฐกิจใดๆ ก็ตามย่อมอยู่ในโครงสร้างระบบเศรษฐกิจที่คล้ายคลึงกัน  โดยทั่วไปโครงสร้างระบบเศรษฐกิจประกอบด้วย ภาคครัวเรือน ภาคธุรกิจ  ภาครัฐบาล  และภาคการติดต่อกับต่างประเทศ       ภาคครัวเรือน (household sector)  ในฐานะที่เป็นเจ้าของปัจจัยการผลิตอันได้แก่  แรงงานที่ดิน ทุน  และผู้ประกอบการ  ภาคครัวเรือนจะขายปัจจัยการผลิตให้แก่ภาคธุรกิจและภาครัฐบาล  โดยได้รับค่าตอบแทนในรูปของค่าจ้าง ค่าเช่า และกำไร ในขณะเดียวกันภาคครัวเรือนในฐานะผู้บริโภค  จะนำรายได้จากการขายปัจจัยการผลิตไปซื้อสินค้าและบริการจากภาคธุรกิจ         ภาคธุรกิจ (business  sector)  ทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตโดยซื้อปัจจัยการผลิตจากภาคครัวเรือน  เพื่อผลิตสินค้าและบริการ  จากนั้นขายสินค้าและบริการให้แก่ภาคครัวเรือนและภาครัฐบาล       ภาครัฐบาล (public or government sector)  ประกอบด้วยหน่วยงานต่างๆ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 ฝ่าย คือ นิติบัญญัติ  บริหาร และตุลาการ  หน่วยงานแต่ละฝ่ายมีหน้าที่แตกต่างกัน  กล่าวคือฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ออกกฎหมาย  ฝ่ายตุลาการมีหน้าที่ตัดสินคดีความ ฝ่ายบริหารมีหน้าที่จัดหาและ/หรือผลิตสินค้าและบริการสาธารณะสำหรับบริการประชาชน  เพื่อให้เกิดความสะดวกหรือความสงบเรียบร้อยทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง       การที่ภาครัฐบาลจะสามารถทำหน้าที่ด้านต่างๆ ได้ด้วยดี จำเป็นต้องมีรายได้มาใช้จ่ายรายได้หลักของภาครัฐบาล  คือภาษีและค่าธรรมเนียมต่างๆ  ที่เก็บจากภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ นอกจากนี้เป็นรายได้จากการดำเนินธุรกิจและรัฐวิสาหกิจและการกู้ยืม  ขณะเดียวกันภาครัฐบาลมีการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการจากภาคธุรกิจ หรืออาจทำการผลิตเองในสินค้าและบริการสาธารณะบางอย่างโดยซื้อปัจจัยการผลิตจากภาคครัวเรือน  กิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกอย่างหนึ่งของภาคครัวรัฐบาล คือการจ่ายเงินโอนให้ภาคครัวเรือน       ภาคการติดต่อกับต่างประเทศ (foreign sector) การติดต่อทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศเกิดขึ้นเนื่องจากแต่ละประเทศมีความได้เปรียบเปรียบเทียบ (comparative  advantage) ในการผลิตสินค้าและบริการแต่ละชนิดไม่เหมือนกัน  ประเทศต่างๆ  จึงต้องซื้อสินค้าและบริการที่ประเทศนั้นๆ ไม่อาจผลิตได้  หรือผลิตได้ไม่เพียงพอกับความต้องการภายในประเทศ  ขณะเดียวกันก็ขายสินค้าและบริการที่เกินความต้องการไปยังต่างประเทศ  นอกจากนี้ ยังมีการเคลื่อนย้ายทุนและปัจจัยการผลิตอื่นๆ ระหว่างประเทศ       ในที่นี้จะแสดงความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของภาคเศรษฐกิจต่างๆ  ดังกล่าวข้างต้น ในรูปของกระแสการหมุนเวียนของการใช้จ่ายและผลผลิต  โดยแสดงเป็นแบบจำลอง 4 ภาคเศรษฐกิจ ประกอบด้วยภาคครัวเรือน  ภาคธุรกิจ ภาครัฐบาล  และภาคการติดต่อต่างประเทศ  อันเป็นระบบเศรษฐกิจแบบเปิด (open economy)  ซึ่งเป็นแบบจำลองที่ใกล้เคียงกับโลกที่เป็นจริงมากที่สุด อนึ่ง ระบบเศรษฐกิจโดยทั่วไปมีทั้งส่วนรั่วไหล  และส่วนอัดฉีด  ดังนี้       ส่วนรั่วไหล (leakage หรือ withdrawal)  หมายถึงรายได้ส่วนที่รั่วไหลออกนอกกระแสการหมุนเวียน  เกิดจากภาคครัวเรือนไม่ได้นำรายได้ทั้งหมดจากการขายปัจจัยการผลิตไปซื้อสินค้าและบริการ และภาคธุรกิจไม่ได้นำรายได้ทั้งหมดจากการขายสินค้าและบริการ ไปซื้อปัจจัยการผลิตหรือไม่จัดสรรกำไรทั้งหมดให้กับภาคครัวเรือน  เหตุนี้รายได้ส่วนหนึ่งจึงรั่วไหลออกจากกระแสการหมุนเวียนทำให้รายได้ที่หมุนเวียนอยู่ในกระแสดังกล่าวลดลง  ส่วนรั่วไหลได้แก่   การออมของภาคครัวเรือนและภาธุรกิจ   รวมทั้งการไหลออกของเงินทุนไปยังต่างประเทศส่วนอัดฉีด (injection)  หมายถึงรายได้ส่วนที่เพิ่มเติมเข้ามาในกระแสการหมุนเวียน ได้แก่ การลงทุนของภาคธุรกิจ  และภาครัฐบาล  รวมทั้งการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ (จากหนังสือวันรักษ์ มิ่งมณีนาคิน)