สภานิติบัญญัติแห่งชาติเตรียมพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกฎหมายลูกของมาตรา 190 รัฐธรรมนูญปี 2550    

               นายสุริชัย หวันแก้ว สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า ตนและคณะได้เสนอให้สนช.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ พ.ศ. ...  โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเสนอขึ้นมาเพื่อกำหนดรายละเอียดวิธีการและขั้นตอนการเจรจาข้อตกลงระหว่างประเทศให้มีความชัดเจนมากขึ้น  รัฐบาลชุดที่ผ่านมามีการเจรจาและทำข้อตกลงระหว่างประเทศที่เร่งรัดมาก  โดยเฉพาะข้อตกลงเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-จีน  ซึ่งผู้นำรัฐบาลชี้ให้เห็นว่าไทยจะได้ประโยชน์จากตลาดที่มีขนาดใหญ่ของจีน  สินค้าไทยส่งออกมากขึ้น และไทยจะไม่เสียเปรียบจีน  แต่เมื่อข้อตกลงมีผลบังคับใช้ปรากฏว่ามีปัญหาอุปสรรค  ทำให้สินค้าไม่สามารถส่งเข้าไปจีนได้  ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเราไม่ศึกษาอย่างละเอียดว่า ลงนามไปแล้วจะเกิดผลอะไรตามมา  ส่งผลให้เวลานั้นเรามองเฉพาะส่วนที่ประเทศจะได้ประโยชน์  แต่ไม่มองว่าจะเสียประโยชน์อะไรบ้าง  รัฐบาลเร่งรีบเจรจาและไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่นของสังคมที่มีส่วนได้ส่วนเสีย                

                ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะเป็นกฎหมายลูกของมาตรา 190 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ที่กำหนดให้ข้อตกลงระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันต่อการค้า การลงทุนต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา  โดยคณะรัฐมนตรีต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนประกอบการเสนอรัฐสภา  และกำหนดให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือสังคมอย่างกว้างขวาง  
              

                ร่างกฎหมายกำหนดให้มีคณะกรรมการประสานการเจรจาหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ  ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน  มีผู้แทนจากกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาควิชาการ สังคม กฎหมายระหว่างประเทศ ทรัพย์สินทางปัญญา สิทธิมนุษยชน มีหน้าที่ให้ความเห็นชอบ  

               นอกจากนี้ ได้กำหนดขั้นตอนการเจรจา เริ่มจากครม.ทำแผนการเจรจาเสนอรัฐสภาให้ความเห็นชอบ ซึ่งต้องระบุสาระสำคัญ เป้าหมายและผลที่จะได้รับจากข้อตกลงมาด้วย  และเมื่อรัฐสภาให้ความเห็นชอบ จะต้องมีคณะเจรจาจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ  ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม กฎหมายและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยไม่มีผู้ที่มีส่วนได้เสีย เป็นกรรมการหรือผู้เชี่ยวชาญ  ทั้งนี้ กำหนดให้ ครม.ต้องกำหนดแผนป้องกัน หรือมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากข้อตกลง  เมื่อ ครม.ให้ความเห็นชอบร่างหนังสือแล้ว  ให้เสนอเพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา โดยรัฐสภาต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน  กำหนดให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างละเอียด ก่อนการเจรจา รวมถึงระหว่างและหลังการเจรจา โดยรัฐบาลสนับสนุนให้สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ทำหน้าที่บริหารการศึกษาวิจัยอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง  และต้องไม่มีการแทรกแซงจากรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ต้องมีการทำประชาพิจารณ์อย่างน้อย 2 ขั้นตอน คือ
                          1.ก่อนการชี้แจงจุดประสงค์การเจรจา เพื่อขอความเห็นชอบจากรัฐสภา
                          2.ทำประชาพิจารณ์ร่างหนังสือข้อตกลงประกอบการพิจารณาของรัฐสภา รวมถึงกำหนดให้ประชาชนสามารถยื่นเรื่องต่อศาลปกครองได้หากพบว่าขั้นตอนการเจรจาขัดกฎหมาย

 ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์  วันจันทร์ที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2550

            "สนช.ดันก.ม.สัญญาระหว่างประเทศ เอกชนหวั่นเจรจาค้าเสรีสะดุด" 

            คลิก ที่นี่ เพื่อดูเนื้อหาของข่าวนี้


ข้อมูลเพิ่มเติม

          1.ร่างพระราชบัญญัติการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ  <<คลิกเพื่อดูข้อมูล

          2.มาตรา 190 รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550  <<คลิกเพื่อดูข้อมูล