กรมโยธาธิการและผังเมือง เป็นส่วนราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี จึงมีการนำระบบการจัดการความรู้ (Knowledge Management) มาใช้ ซึ่งระบบดังกล่าวจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้าง “พลังทวีคูณ” (Synergy) ในการปฏิบัติราชการ คือพลังของข้าราชการระดับสูง ระดับกลาง และระดับล่าง ให้สามารถสร้างผลงานในระดับสร้างสรรค์ มีผลสัมฤทธิ์สูง ทั้งนี้ การจัดวางระบบการจัดการความรู้และแผนดำเนินงาน กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ดำเนินการตามคำแนะนำของ 2 หน่วยงาน คือ สำนักงาน ก.พ.ร. และสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ โดยใช้แนวคิดกระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management Process) และ กระบวนการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Change Management Process) มาประยุกต์ใช้ในการจัดทำแผนการจัดการความรู้ (KM Action Plan) ขอบเขต KM (KM Focus Areas) ประกอบด้วย 1. การวางผังเมืองเพื่อชุมชน 2. การใช้อาคารอย่างปลอดภัย 3. การแก้ปัญหาการก่อสร้างอาคาร 4. การจัดการข้อมูลเพื่อการบริหารงาน 5. การจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ 6. การออกแบบ การก่อสร้างและการบำรุงรักษาเขื่อน ป้องกันตลิ่ง เป้าหมาย KM ขององค์กร ประกอบด้วย 1. กรมโยธาธิการและผังเมืองสามารถรวบรวม จัดการความรู้ด้านการออกแบบ การก่อสร้างและการบำรุงรักษาเขื่อนป้องกันตลิ่งอย่างครบถ้วนพร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณะ 2. สำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสามารถจัดการความรู้ ด้านการออกแบบ การก่อสร้างและการบำรุงรักษาเขื่อนป้องกันตลิ่งได้ 3. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถจัดการความรู้ด้านการออกแบบ การก่อสร้าง และการบำรุงรักษาเขื่อนป้องกันตลิ่งได้ เป้าหมาย KM (Desired State) เพียงเป้าหมายเดียว ที่ทีมงานจะเลือกดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน ปีงบประมาณประจำปี พ.ศ. 2549 คือ กรมโยธาธิการและผังเมืองสามารถรวบรวม จัดการความรู้ด้านการออกแบบ การก่อสร้างและการบำรุงรักษาเขื่อนป้องกันตลิ่ง อย่างครบถ้วนพร้อมเผยแพร่ต่อสาธารณะ หน่วยที่วัดผลได้เป็นรูปธรรม : กรมฯ มีเอกสารเผยแพร่ความรู้เรื่องการออกแบบ หรือ การก่อสร้าง หรือการบำรุงรักษาเขื่อนป้องกันตลิ่ง อย่างน้อย 1 เรื่อง และมีการเผยแพร่สู่สาธารณะ อย่างน้อย 2 ช่องทาง ที่มา : http://subweb2.dpt.go.th/dpt_kmcenter/

บริษัท Eisai Co., Ltd. เป็นบริษัทผลิตยาและเวชภัณฑ์ในประเทศญี่ปุ่นที่ใหญ่แห่งหนึ่งในระดับโลก มีการพัฒนาระบบ KM มายาวนาน นับตั้งแต่ปี 1987 ซึ่งผู้บริหารได้กำหนดวิสัยทัศน์ที่จะพัฒนาบริษัทไปสู่การเป็น Human Health Care Company (hhc) และได้มีการจัดทำแผนพัฒนาองค์กรระยะ 15 ปี โดยมีกระบวนการปรับเปลี่ยนการทำงานของพนักงานให้มีการสร้างนวัตกรรมจากใช้องค์ความรู้ของบริษัทและของผู้ป่วยและลูกค้า และมีการ ดำเนินการแทรกอยู่ในทุกๆ ขั้นตอนของแผนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ (Knowledge Sharing) ภายในบริษัท และพัฒนามาเป็นระบบการบริหารจัดการองค์ความรู้ที่เป็นระบบ (Knowledge Management) นับตั้งแต่ปี 1992 เป็นต้นมา โดยได้มีการใช้แนวทาง hhc อย่างเข้มข้น มีกิจกรรมที่ดำเนินการอยู่ทั่วโลกประมาณกว่า 500 กิจกรรม และขยายกว้างขวางจนกลายเป็นกิจวัตรในการปฎิบัติงานประจำวันของพนักงาน และในปี 1997 บริษัทได้จัดตั้ง Knowledge Creation Department (KCD) ขึ้น เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาพนักงานของบริษัทให้สามารถสร้างนวัตกรรมและประยุกต์ใช้ได้จริง รวมทั้งการใช้แนวทางที่เหมาะสมในการส่งเสริมการสร้างสรรค์ความรู้ (Knowledge Creation) ของพนักงานในบริษัท ซึ่งในระยะนี้ บริษัทได้เข้าสู่ขั้นของการสร้างสรรค์องค์ความรู้ (Knowledge Creation) ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทอย่างมาก โดยบริษัทให้ความสำคัญในการใช้ความรู้จากลูกค้าและชุมชนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของบริษัท ส่งผลให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในขณะเดียวกันก็ช่วยสร้าง ความสัมพันธ์อันดีกับชุมชนด้วย ที่มา : www.nesdb.go.th/news/template/interestingdata/data/data46.pdf