ชาวกรีกโบราณ ได้ใช้วัสดุและวิธีการในการสอนประวัติศาสตร์ และหน้าที่พลเมือง ด้วย การแสดงละครเพื่อสร้างเจตคติทางจรรยาและการเมือง ใช้ดนตรีเพื่อสร้างอารมณ์ และยังได้ย้ำถึงความสำคัญของการศึกษานอกสถานที่ด้วย นอกจากนี้การสอนศิลปวิจักษ์ในสมัยนั้นได้ใช้รูปปั้น และงานแกะสลักช่วยสอน ซึ่งนับว่าเป็นการใช้ทัศนวัสดุในการสอนแทนการปาฐกถาอย่างเดียว


โจฮันน์ อะมอส คอมินิอุส (Johannes Amos Comenius ค.ศ.1592-1670) เป็นผู้ที่พยายามใช้วัตถุ สิ่งของช่วยในการสอนอย่างจริงจัง จนได้รับเกียรติว่าเป็นบิดาแห่งโสตทัศนศึกษา คอมินิอุสได้แต่งหนังสือสำคัญ ๆ ไว้มากมาย ที่สำคัญยิ่งคือ หนังสือ Obis Sensualium Pictus หรือ "โลกในรูปภาพ" ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1685 เป็นหนังสือที่ใช้รูปภาพประกอบบทเรียน ถึง 150 ภาพ ซึ่งนับว่าเป็นการใช้ทัศนวัสดุประกอบการเรียนเป็นครั้งแรก

   

เฟรอเบล  (Froebel)  ถือได้ว่าเป็นบิดาของโรงเรียนอนุบาล เฟรอเบลเคยไปทำงานกับ   เปสตาลอสซี แล้วจึงมาตั้งโรงเรียนอนุบาลของตนเอง เขาคิดว่าวัยเด็กเป็นวัยที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  ได้ดีมาก และน่าจะเอาความอยู่ไม่สุขและความสนใจของเด็กที่มีอยู่มากมายมาใช้ให้เป็นประโยชน์ โรงเรียนเน้นเรื่องการเล่นมาก และให้เด็กได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ จากการเล่นนั่นเอง การเล่นของ  เฟรอเบลแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ         

1.  ของเล่นประเภทได้สัมผัส โยน พับ ตัด ซึ่งเป็นการเล่นนอกเหนือจากการเล่นตาม   ธรรมชาติ เพื่อเด็กจะได้รับการเตรียมความพร้อมไปด้วย เช่น การฝึกพับ ปั้น เป็นการเตรียมทางด้านกล้ามเนื้อมือและประสาทสัมพันธ์ตากับมือ เพื่อการเขียนต่อไป         

2.  ให้เด็กได้ใกล้ชิดธรรมชาติ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เพื่อจะได้มีจิตใจอ่อนโยน เมตตา รักสัตว์ รักต้นไม้         

3.  ให้เด็กได้เล่นกีฬา ร้องเพลง เพื่อให้ได้มีความสนุกสนานและระบายอารมณ์ความรู้สึกภายในออกมา ทั้งได้ฝึกการพัฒนาอวัยวะทุกส่วนของร่างกาย   

หลักการของ เฟรอเบล  (Froebel) 

1.  Free self-activity,

2. Creativity,

3. Social participation, motor expression.

4. Self-activity set

หลังจากนั้น แนวคิดของเฟรอเบลได้เผยแพร่จากเยอรมันไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป (และมายังประเทศไทย) แต่ไม่ใช่เผยแพร่มาโดยตรง ไทยได้รับความคิดนี้จากการที่ในสมัยรัชกาล ที่ 5 ได้มีนักการศึกษาไปดูงานในประเทศญี่ปุ่น และเอาแบบจากญี่ปุ่นมา ซึ่งญี่ปุ่นก็ได้มาจากการไปดูงานในยุโรปและอเมริกาอีกต่อหนึ่งเช่นกัน

จอห์น ดิวอี้ (John Dewey)    

เป็นนักการศึกษา นักปรัชญาชาวอเมริกัน เขากล่าวว่า “การศึกษาคือชีวิตมิใช่เป็นการเตรียมตัวเพื่อชีวิต” 


แนวคิดทางการศึกษาของจอห์น ดิวอี้:

1. การศึกษามิใช่การเตรียมตัวเพื่อดำรงชีวิตในอนาคตแต่เพียงอย่างเดียวการศึกษาที่แท้จริงคือชีวิตในปัจจุบันของเด็ก (Education is Life  itself  not  preparation  for  Life)

2.  การศึกษาเป็นวิทยาศาสตร์อย่างหนึ่ง  ดังนั้นครูจึงควรนำเอาวิธีการวิทยาศาสตร์มาสอนแก่เด็ก

3.  การแก้ปัญหาด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ เป็นส่วนสำคัญในการศึกษา

4. เด็ก ๆ ควรได้เรียนรู้ร่วมกัน ช่วยกันทำงานเพื่อให้รู้จักร่วมมือกัน ความร่วมมือกันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เด็กปรับตัวให้เข้ากับสังคมได้ดี