สรุปสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

สื่อมัลติมีเดีย จะหมายถึง การใช้คอมพิวเตอร์แสดงผล ในลักษณะผสมสื่อหลายชนิดเข้าด้วยกัน โดยเน้นที่การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เห็น ได้เลือก และรับฟังข้อมูลข่าวสารผ่านจอคอมพิวเตอร์ โดยข้อมูล และข่าวสารต่างๆ จะรวมรูปแบบของ  ตัวอักษร   รูปภาพ   ภาพเคลื่อนไหว   เสียง และ วีดีโอ เพื่อให้ผู้ใช้สามารถตอบโต้ และมีปฎิสัมพันธ์กับสื่อโดยตรงได้ และเมื่อนำสื่อมัลติมีเดียมาใช้กับการศึกษา จึงนิยมเรียกว่าสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวข้องกับสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา เริ่มจากวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์มีด้วยกัน 4 ยุค ยุคที่ 4 คือยุคปัจจุบันคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ เป็นยุคที่นำสารกึ่งตัวนำมาสร้างวงจรรวมความจุสูงมาก VLSI (Very Large Scale Integration) ซึ่งสามารถย่อส่วนไอซีธรรมดาหลาย ๆ วงจรเข้ามาอยู่ในวงจรเดียวกัน และมีการประดิษฐ์ ไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ขึ้น ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง ประสิทธิภาพในการประมวลผลข้อมูลสูง และมีการพัฒนา เครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Computer Network) เพื่อเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์หลาย ๆ เครื่องให้ทำงานร่วมกันและติดต่อกันได้โดยตรง คอมพิวเตอร์กับการศึกษา มีการนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในงานด้านการศึกษาใน 2 ลักษณะด้วยกัน คือ  - ด้านการบริหาร ด้านการจัดการเรียนการสอน ทฤษฏีการเรียนรู้ ทฤษฏีการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้องกับการนำคอมพิวเตอร์มาใช้กับการศึกษา มีดังนี้ -  ทฤษฎีพฤติกรรมนิยม (Behaviorism) -ทฤษฎีปัญญานิยม (Cognitivism) - ทฤษฎีโครงสร้างความรู้ (Scheme Theory) และสื่อการสอน หมายถึง สื่อชนิดใดก็ตามไม่ว่าจะเป็นเทปบันทึกเสียง สไลด์ วิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ แผนภูมิ ภาพนิ่ง ฯลฯ ซึ่งบรรจุเนื้อหาเกี่ยวกับการเรียนการสอน เพื่อใช้เป็นเครื่องมือหรือช่องทางสำหรับผู้สอนส่งไปถึงผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ หรือจุดมุ่งหมายที่ผู้สอนวางไว้ได้เป็นอย่างดี

ประเภทของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ ประเภทของสื่อมัลติมีเดียมี 2 ประเภทดังนี้ สื่อมัลติมีเดียเพื่อการนำเสนอข้อมูล สื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นลักษณะการสื่อแบบสองทาง คุณลักษณะสำคัญของสื่อมัลติมีเดีย คุณลักษณะสำคัญ 4 ประการของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเองที่สมบูรณ์ ได้แก่ สารสนเทศ ความแตกต่างระหว่างบุคคล  การโต้ตอบ ผลป้อนกลับโดยทันที รูปแบบการเรียนการสอน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะหลัก ๆ คือ  -ซิงโครนัส (Synchronous Learning Methods) หมายถึง การนำเสนอองค์ความรู้ รวมถึงปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน หรือผู้เรียนกับผู้เรียนด้วยกัน เกิดขึ้น ณ เวลาเดียวกัน ณ เวลาจริง เหมือนกับการเรียนในห้องเรียนนั่นเอง -อะซิงโครนัส (Asynchronous Learning Methods) หมายถึง การนำเสนอในลักษณะที่คู่ปฏิสัมพันธ์ ไม่ได้ใช้เวลาเดียวกัน เหมือนกับเป็นห้องเรียนเสมือนจริงนั่นเองคอมพิวเตอร์ช่วยสอน CAI หมายถึง สื่อการเรียนการสอนทางคอมพิวเตอร์รูปแบบหนึ่ง ซึ่งใช้ความสามารถของคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอสื่อประสม (Multimedia) อันได้แก่ ข้อความ ภาพนิ่ง กราฟิก แผนภูมิ กราฟ ภาพเคลื่อนไหว วิดีทัศน์และเสียง เพื่อถ่ายทอดเนื้อหาบทเรียน ซึ่งอาจเป็นกิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ที่เน้นให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) กับบทเรียน พร้อมทั้งได้รับผลย้อนกลับ (Feedback) อย่างทันทีทันใด รวมทั้งสามารถประเมิน และตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนได้ตลอดเวลา โดยมีเป้าหมายสำคัญ ในการเป็นบทเรียนที่ช่วยให้ผู้เรียน เกิดการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียน และกระตุ้นให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้ ประเภทของ CAI -การสอน (Tutorial Instruction) เป็นโปรแกรมที่เสนอเนื้อหาความรู้เป็นเนื้อหาย่อย ๆ แล้วให้ผู้เรียนตอบคำถาม -การฝึกหัด (Drills and Practice) เป็นโปรแกรมฝึกหัดที่ไม่มีการเสนอเนื้อหาความรู้แก่ผู้เรียนก่อน แต่จะมีการให้คำถามหรือ ปัญหาที่ได้คัดเลือกมาจากการสุ่ม หรือออกแบบมาโดยเฉพาะ โดยการนำเสนอคำถาม หรือปัญหานั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้ผู้เรียนตอบแล้วมีการให้คำตอบที่ถูกต้องเพื่อการตรวจสอบยืนยันแก้ไข และพร้อมกับให้คำถามหรือปัญหาต่อไปอีก จนกว่าผู้เรียนจะสามารถตอบคำถาม หรือแก้ปัญหานั้นจนถึงระดับที่น่าพอใจ -เกมเพื่อการสอน (Instructional Games)เป็นสิ่งที่กระตุ้นผู้เรียนให้เกิดความอยากเรียนรู้ได้โดยง่าย เพิ่มบรรยากาศในการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น และช่วยมิให้ผู้เรียนเกิดอาการเหม่อลอย หรือฝันกลางวัน ซึ่งเป็นอุปสรรคในการเรียนเนื่องจากมีการแข่งขัน จึงทำให้ผู้เรียนต้องมีการตื่นตัวอยู่เสมอ -การค้นพบ (Discovery)เรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองให้มากที่สุด -การแก้ปัญหา (Problem-Solving)เป็นการให้ผู้เรียนฝึกการคิด การตัดสินใจ โดยมีการกำหนดเกณฑ์ให้ แล้วให้ผู้เรียนพิจารณาไปตามเกณฑ์นั้น -การทดสอบ (Tests) ใช้เพียงเพื่อปรับปรุงคุณภาพของแบบทดสอบเพื่อวัดความรู้ของผู้เรียน คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) มีข้อดี เช่น ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียนรู้ ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามอัตราความสามารถของตนเอง ช่วยขยายขีดความสามารถของผู้สอนในการดูแลผู้เรียนได้อย่างใกล้ชิด เป็นต้น  และมีข้อจำกัด เช่น  เป็นงานที่ต้องอาศัยเวลา สติปัญญา และความสามารถเป็นอย่างยิ่ง ไม่สามารถช่วยในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้เรียนได้ เป็นต้น โปรแกรมช่วยสร้างบทเรียน CAI มีอยู่ด้วยกันหลายโปรแกรม ที่ได้รับความนิยมแพร่หลายที่สุดในขณะนี้ได้แก่  Macromedia Authorware  สามารถออกแบบบทเรียนให้ผู้เรียนมีการโต้ ตอบ หรือมีปฏิสัมพันธ์ (Interaction) ในรูปแบบต่างๆ เช่น การเลือกตอบ การจับคู่ หรือการเติมข้อความ เป็นต้น Macromedia Directorสามารถเขียนโปรแกรมทำงานได้ตามต้องการ สามารถเขียนโปรแกรมในลักษณะวัตถุ(Object Oriented) ได้ Multimedia ToolBook โปรแกรมมีความยืดหยุ่นการเรียนการสอนผ่านระบบเครือข่าย ในปัจจุบันเทคโนโลยีด้านเครือข่ายมีความก้าวหน้ามากขึ้น ทำให้สามารถนำเสนอเนื้อหาบทเรียน ในรูปของสื่อมัลติมีเดียทางคอมพิวเตอร์ โดยมีการออกแบบให้มีกิจกรรมที่ผู้เรียนสามารถโต้ตอบกับบทเรียนได้อย่างมีความหมาย รวมทั้งการจัดให้มีผลป้อนกลับโดยทันทีให้กับผู้เรียน เมื่อผู้เรียนตรวจสอบความเข้าใจของตนจากการทำแบบฝึกหัด หรือแบบทดสอบ ผ่านทางระบบเครือข่าย หรือที่เรียกว่า WBI (Web Based Instruction) ซึ่งได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ แม้ว่าในระยะหลังจะมีความพยายามในการใช้คำว่า CAI on Web บ้าง แต่ก็ไม่ได้รับความนิยมในการเรียกใช้เท่าใดนัก ความหมายของคำว่า CAI จึงค่อนข้างจำกัดอยู่ในลักษณะ Off-line ในขณะที่ WBI นั้นผู้เรียนจะศึกษาในลักษณะ On-line

องค์ประกอบของสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา / เครื่องมือที่ใช้สร้างสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา  เริ่มจากตัวอักษร ควรคำนึงถึงรูปแบบ ขนาด ลักษณะ การจัดตำแหน่ง สีและข้อแนะนำในการใช้ สองกราฟิก กราฟิก หมายถึง ภาพที่เกิดจากการสร้าง ดัดแปลง หรือพิมพ์สิ่งที่เป็นภาพด้วยคอมพิวเตอร์ ซึ่งอาจเป็นภาพลายเส้น ภาพระบายสี ภาพถ่าย แผน ภูมิ สัญลักษณ์ หรือตัวอักษร ที่สร้างด้วยในโปรแกรมสร้างภาพ เช่น PhotoShop สามภาพเคลื่อนไหว ภาพเคลื่อนไหวที่ใช้ในสื่อมัลติมีเดีย เรียกว่า ภาพ Animation เป็นการนำภาพกราฟิกที่วาดเป็นภาพนิ่งไว้มานำเสนอให้ต่อเนื่องกัน คล้ายเกิดภาพเคลื่อน ไหวในภาพยนต์ ทำให้มองเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว สี่เสียง เสียง เป็นองค์ประกอบสำคัญต่อการรับรู้รองมาจากประสาทตาการเรียนรู้โดยการได้ยินและได้เห็นจะสูงถึง 94% และการจำได้จะเพิ่มเป็น 50% และสุดท้ายวีดีโอ วิดีโอ นับเป็นสื่ออีกรูปหนึ่งที่นิยมใช้กับเทคโนโลยีมัลติมีเดีย เนื่องจากสามารถแสดงผลได้ทั้งภาพเคลื่อนไหวและเสียงไปพร้อม ๆ กัน ทำให้เกิดความน่าสนใจในการนำเสนอ การผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา การบริหารการผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา เช่น เลือกใช้สื่อที่มีอยู่แล้ว ดำเนินการผลิตเอาในสถานศึกษา ร่วมกับผู้อื่นผลิต การจัดสรรทรัพยากร อุปกรณ์ และบุคลากร การนำสื่อไปใช้ในการเรียนการสอน และเผยแพร่ในห้องสมุด ให้ยืมแผ่น CDหรือเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ต การประเมินผลเพื่อปรับปรุงให้ดีขึ้น อุปกรณ์การผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา เช่น ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ขั้นตอนการผลิตสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา มี 5 ขั้นตอน เตรียม ออกแบบ สร้างโปรแกรม การประเมิน ปรับปรุงและเผยแพร่ ปัญหาการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา ด้านนโยบายการบริหาร และการจัดการ  ด้านการผลิต  ด้านการจัดหา

ข้อดีของการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา เช่น ช่วยให้การออกแบบบทเรียน ใช้ง่าย เก็บรักษาง่าย พกพาได้สะดวก และสามารถทำสำเนาได้ง่าย สถานที่เรียนไม่จำกัดอยู่เพียงห้องเรียน เป็นต้น ข้อจำกัดของการผลิตสื่อเพื่อการศึกษา มีคุณภาพเหมาะสมตามหลักทางจิตวิทยา ต้องอาศัยเวลา สติปัญญา และความสามารถเป็นอย่างยิ่ง  มีตัวแปรที่เป็นปัญหานอกเหนือจากการควบคุมมาก เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสื่อมัลติมีเดียมีการเปลี่ยนแปลงเร็วมาก  เป็นต้น

ข้อควรคำนึงในการเลือกใช้สื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา ได้แก่ ความคุ้มค่า เลือกใช้ให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของสื่อ  เลือกใช้ให้สัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ และจุดมุ่งหมาย  เลือกใช้ให้เหมาะกับกระบวนการเรียนการสอน  เลือกใช้ให้เหมาะกับขนาดของกลุ่มเป้าหมาย เลือกให้เหมาะสมกับทรัพยากรที่มี เลือกใช้สื่อที่มีอยู่แล้วแทนการสร้างเอง หรือดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้วให้ใช้ได้ดี และเหมาะสมมากยิ่งขึ้น  และจรรยาบรรณเกี่ยวกับลิขสิทธิ์
แหล่งความรู้ที่เกี่ยวกับสื่อมัลติมีเดียเพื่อการศึกษา ความรู้ด้านมัลติมีเดีย และเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น http://www.iyaa.com คอมพิวเตอร์ เช่น http://www.packardbell.com กราฟิก เช่น http://www.123posters.com Photoshop และ Plug-Ins เช่น http://www.gosdesign.com Flash เช่น http://www.ahref.com Shockwave เช่น http://www.shockwave.com 3D Animation เช่น http://www.3dark.com โปรแกรมเล่นเพลง และฟังเพลง เช่น  http://www.windowsmedia.com Web Development เช่น http://www.everyone.net Dreamweaver เช่น http://www.westlake.com  เว็บไซต์สำหรับการค้นหา เช่น  http://www.yahoo.com เว็บไซต์สำหรับดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ยอดนิยม เช่น http://www.sanook.com/download เป็นต้น