ชีวประวัติ

               นายอาคม  สายาคม เกิดเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๐ ณ บ้านใกล้สี่แยกถนนหลานหลวง

               บิดาชื่อ นายเจือ ศรียาภัย มารดาชื่อ นางผาด (อิศรางกูร ณ อยุธยา) ศรียาภัย

               เดิมชื่อ บุญสม ได้สมรสกับนางเรณู วิเชียรน้อย เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ มีบุตร ๓ คน คือ นางเรวดี สายาคม พันเอกพิเศษ อนิรุธ สายาคม และนายอัคนิวาต สายาคมนายสายและนางเฟี้ยน สายาคม เป็นผู้ที่ไม่มีบุตร และนางเฟี้ยนก็เป็นป้าของเด็กชาย บุญสม จึงขอเด็กชายบุญสมเป็นบุตรตั้งแต่ยังเล็กๆ และใช้นามสกุลของนายสายว่า สายาคมนายสาย นางเฟี้ยน รักและเลี้ยงดูเด็กชายบุญสมอย่างบุตรที่แท้จริง เด็กชายบุญสมก็เข้าใจว่า นายสาย นางเฟี้ยน เป็นบิดามารดา ให้ความรักและเคารพอย่างสนิทสนม

               เด็กชายบุญสม สายาคมได้เริ่มเรียนวิชาสามัญที่โรงเรียนพร้อมวิทยามูล ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน ตรงสนามมวยในปัจจุบันถึงชั้นประถมปีที่ ๒ จึงลาออกไปสมัครเรียนโขนที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ถนนพระอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ และได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนศรีอยุธยาควบคู่กันไปกับการฝึกหัดโขน จนจบมัธยมปีที่ ๓ ได้เป็นโขนหลวงในพระยาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นตรงต่อพระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) อดีตเจ้ากรมโขนหลวงในรัชกาลที่ ๖ ผู้กำกับกรมปี่พาทย์และโขนหลวงในรัชกาลที่ ๗ กับ คุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์เมื่อเริ่มฝึกหัดโขนนั้นครูอาคม อายุ ๑๒ ปี ตั้งต้นจากการตบเข่าเพื่อให้รู้จังหวะ ถอนสะเอวเพื่อให้อวัยวะมีการสัมพันธ์กับการยักไหล่ ยักเอวและลักคอ นานประมาณ ๒-๓ สัปดาห์จึงเริ่มหัดรำเพลงช้า เพลงเร็ว เชิดและเสมอ เพื่อให้ได้พื้นฐานทางนาฏศิลป์ หลังจากนั้นจึงคัดเลือกว่าจะเหมาะกับการหัดเป็นตัวใด ครูอาคมนั้นพระยานัฏกานุรักษ์และคุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์ให้หัดเป็นตัวพระ ต่อมามอบให้ครูลิ้นจี่ จารุจรณ์ ดูและควบคุมการฝึกหัดขึ้นต้น อยู่กับพวกละครหลวง ในสมัยนั้นตัวพระนางผู้ชายฝึกหัดกันที่วังสวนกุหลาบ (บริเวณสโมสรทหารบก) ส่วนยักษ์และลิงฝึกหัดกันที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ครูอาคมออกแสดงครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ ๑๔ ปี เป็นตัวพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ตอนขาดเศียรขาดกรโดยสวมหน้าเล่นโขนนั่งราวแสดงหน้าพระที่นั่งถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ในงานต้อนรับแขกเมืองคือ นายดักลาส แฟร์แบงค์ นักแสดงภาพยนตาวอเมริกา ต่อมาได้แสดงหน้าพระที่นั่งอีกหลายครั้ง ที่โรงโขนหลวงสวนมิสกวัน ครูอาคมเริ่มเปิดหน้าเล่นโขนเมื่ออายุประมาณ ๑๕-๑๖ ปี เพราะพระยานัฏกานุรักเห็นว่าครูอาคมหน้าสวยขนาดผู้หญิงเทียบไม่ติดครุอาคมเข้ารับราชการในกรมมหรสพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ในแผนกโขนหลวง ตำแหน่งเด็กชา เงินเดือน ๔ บาท

               จนกระทั้งเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๕ แล้วคณะกรรมการปรับปรุงกระทรวงวังเสนอรัฐบาลให้โอนงานการช่างกองวังนอกและกองมหรสพไปอยู่ในสังกัดของกรมศิลปากรในพ.ศ. การโอนเริ่มจากการส่งจำนวนและรายชื่อข้าราชการที่จะโอนมาก่อนแล้วส่งตัวมาในอีก ๒ ปีต่อมา ขณะนั้นครูอาคมบวชอยู่ที่วัดสุนทรธรรมทาน และยังชั่งใจอยู่ว่าควรจะมาหรือไม่ เพราะอัตราเงินเดือนสูงสุดที่ได้รับคือ ๑๔ บาท มี ๓ คน คือ ครูอาคม ครูอร่าม อินทรนัฏ และครูกรี วรศะริน แต่ในที่สุดก็ตกลงใจสึกมารับราชการในกรมศิลปากร แผนกโขนเป็นครูฝึกหัดพวกตัวพระ โรงเรียนศิลปากรแผนกนาฏดุริยางค์ ระยะนั้นการแสดงโขน ละคร และดนตรีไทยกำลังทรุดโทรมมาก ครูอาคมจึงไปหัดไวโอลินในขณะเดียวกันครูอาคมก็ยังสอนนักเรียนที่โรงเรียนนาฏศิลป(วิทยาลัยนาฏศิลป) ตลอดมา

               บางโอกาศครูอาคมได้แสดงโขนและละครนอกราชการกับโขนบรรดาศักดิ์และโขนรุ่นครู เช่น เจ้าพระยารามราฆพ (หม่อมหลวงเฟื้อ พึ่งบุญ) พระยาอนิรุทธเทวา (หม่อมหลวงฟื้น พึ่งบุญ) นายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) จ่าเร่งงานรัดรุด (เฉลิม รุทธวณิช) หลวงวิลาสวงงาม ฯลฯ และยังได้แลดงโขนและละครอยู่ในคณะบรรทมสินธุ์ของพระยาอนิรุทธเทวาด้วยหน้าที่สำคัญที่ครูอาคมได้รับสืบทอดมาจากครูผู้ใหญ่ฝ่ายโขนละครก็คือ ทำพิธีไหว้ครูและครอบโขนละครของกรมศิลปากร การไหว้ครูและครอบโขนละครนั้น มีความสำคัญมาก เพราะถือว่าเป็นสิริมงคลแก่ผู้รับและนับว่าผู้รับครอบได้มาร่วมอยู่ในเครือของศิลปเสมือนการแสดงตนเป็นพุทธมามกะในพุทธศาสนา การครอบมี ๓ ขั้น คือ

               ๑.     รับครอบเข้าเป็นเครือของนักศิลปและรับพรเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตัว 

              ๒.    ครอบเพื่อประสิทธิ์ประสาทเป็นครูแก่ผู้จะนำวิชาการไปสั่งสอนศิษย์ได้

              ๓.    รับครอบให้เป็นผู้ทำพิธีครอบสืบต่อไปครูอาคมนอกจากจะมีความสามารถในการแสดงแล้ว ครูอาคมยังได้ค้นคว้าคิดประดิษฐ์ท่ารำและเพลงหน้าพาทย์ เพื่อเพิ่มพูนศิลปการแสดงและดนตรีไทยให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น ดังนี้ 

  ผลงานด้านประดิษฐ์ท่ารำ

               ๑.  ประดิษฐ์ท่ารำ คือ ท่าตระนาฏราช นำออกแสดงครั้งแรกในงานฉลองพระชนมายุครบ ๕ รอบ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าเฉลิมพลทิฆัมพร 

               ๒. ประดิษฐ์ท่าลีลาประกอบท่าเชื่อมภาพลายเส้นในตำราฟ้อนรำ โดยใส่สร้อยท่ารำต่อให้สามารถรำติดต่อกันจนตลอดไปจนจบ

               ๓. ประดิษฐ์ท่ารำในเพลงหน้าพาทย์โปรยข้าวตอก ให้แก่ศิลปินรุ่นครูใช้รำในงานวันเกิดครบ ๕ รอบ ของนายธนิต อยู่โพธิ์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร 

               ๔. ประดิษฐ์ท่ารำในเพลงหน้าเชิดจีนตัว ๓  ตอนขุนแผนพานางวันทองหนี ในลีลาของขุนแผนนางวันทองและม้าสีหมอก ให้ประสาทกลมกลืนกันในด้านท่ารำ เช่น ท่าสรรเสริญครู ท่าโคมสามใบท่ายันต์สี่ทิศ ในรายการศรีสุขนาฏกรรมซึ่งแสดง ณ โรงละครแห่งชาติและในรายการอื่นอีกหลายครั้ง 

  ผลงานด้านภาพยนต์และโทรทัศน์

               ๑.     แสดงภาพยนต์ เรื่องอมตาเทวี ของบริษัทละโว้ภาพยนต์ แสดงเป็นพระเอก

              ๒.    แสดงภาพยนต์ เรื่องไซอิ๋ว ของคณะปัญญาพล แสดงเป็นพระถังซำจั๋ง 

              ๓.    แสดงภาพยนต์ เรื่องรามเกียรติ์ ชุดลงสรง เป็นตัวพระราม และเป็นผู้กำกับการแสดง

              ๔.    กำกับเวทีและควบคุมการแสดง พร้อมทั้งเป็นผู้บรรยาย ผู้เขียนบทโทรทัศน์ในรายการนาฏศิลป์ของกรมศิลปากร จัดแสดงเป็นครั้งแรกทางไทยทีวีช่อง ๔ บางขุนพรหม ออกอากาศ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๔๙๘ และได้รับความสำเร็จมาจนถึงปัจจุบันนี้

              ๕.    จัดรายการโฆษณาจำหน่ายแผ่นเสียง เขียนคำบรรยาย และเป็นผู้บรรยายของกรมศิลปากรทางไทยทีวี ช่อง ๔ และช่อง ๗

              ๖.     บรรยายการภ่ายทอดโทรทัศน์ที่โรงละครของกรมศิลปากร ในการแสดงโขนและละครของกรมศิลปากร ตำแหน่งหน้าที่สุดท้ายในกรมศิลปากร ครูอาคมดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ (โขน) ประจำกองการสังคีต มีหน้าที่ให้คำปรึกษาตลอกจนแนะนำเกี่ยวกับท่ารำทั้งโขนและละครแก่บรรดาศิลปินของกองการสังคีต และมีหน้าที่โดยตรงจะต้องเป็นผู้ทำพิธีไหว้ครูและครอบนักศึกษาวิทยาลัยนาฏสิลปสาขาภูมิภาคพร้อมทั้งทำพิธีให้แก่บรรดาศิลปินทั่วๆไป               

               วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๕ ครูอาคม สายาคม เดินทางไปราชการที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับภรรยา เพื่อประกอบพิธีไหว้ครูและครอบนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ ในวันที่ ๑๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๕ และได้ถึงแก่กรรม ณ โรงแรมอโนดาตเมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๕ รวมอายุได้ ๖๕ ปี