การเขียนบทความวิชาการ

โดย รองศาสตราจารย์ ดร.โยธิน แสวงดี เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2556 ณ ห้องปางอุบล ศูนย์วัฒนธรรมภาคเหนือตอนล่าง

โครงสร้างของบทความ ประกอบไปด้วย

1. ชื่อเรื่อง

2. ชื่อผู้เขียน

3. บทนำ

4. แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวขิง

5. พื้นที่ศึกษาและระเบียบวิธีการวิจัย

6. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลและอภิปลายผล

7. สรุปและข้อเสนอแนะ

การเขียนบทความวิจัย จะมีพื้นที่การเขียนประมาณ 15 หน้า โดยจะแบ่งพื้นที่ได้ดังนี้

1. บทนำ เขียนประมาณ 1 หน้า แบ่งเป็นย่อ 4-5 ย่อหน้า เขียนตามลำดับของคำสำคัญ

 ย่อหน้าแรก ควรเป็นคำหรือข้อความที่เป็นประโยชน์

- ย่อหน้าที่2 ควรที่ความสำคัญเป็นอันดับที่ 2

- ย่อหน้าที่ 3 ควรที่ความสำคัญเป็นอันดับที่ 3

- ย่อหน้าที่ 4 ควรที่ความสำคัญเป็นอันดับที่ 3

2. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เขียนประมาณ 2 หน้า

ระบุแนวคิด/ทฤษฎี 

- เป็นผลงานที่ผ่านการเผยแพร่มาแล้ว

- เป็นบทความที่ให้ความรู้

3. การดำเนินการวิจัย เขียนประมาณ 2 หน้า

- ระบุวิธีวิจัย

- ประชากร และพื้นที่ทีทำการศึกษา

- ประชากรกลุ่มตัวอย่าง ที่เลือก

- วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่าง

- แบบสอบถาม

- การวิเคราะห์ข้อมูล

4. ผลการวิจัย เขียนประมาณ 4  หน้า

- ย่อหน้าแรกต้องเป็นประโยคที่มีความเด่นชัด

5.  อภิปรายผล เขียนประมาณ 4 หน้า

ย่อหน้าที่ 1 เขียนประเด็นที่โดดเด่นเป็นลำดับแรก

- ย่อหน้าที่ 2 เขียนประเด็นที่โดดเด่นเป็นลำดับที่สอง

- ย่อหน้าที่ 3 เขียนประเด็นที่โดดเด่นเป็นลำดับสาม

6. สรุปและข้อเสนอแนะ เขียนประมาณ 1 หน้า

- ย่อหน่าแรก เขียนประเด็นที่สรุปได้สำคัญที่สุด

- ย่อหน้าที่สอง เขียนประเด็นที่สรุปได้สำคัญลำดับที่สอง

7. เอกสารอ้างอิง เขียนประมาณ 1 หน้า

- เขียนอ้างอิงตามข้อมูลที่ได้ค้นมา

โครงสร้างของแต่ละย่อหน่า

1. ต้องมีย่อหน้าประมาณ 2 - 3 ย่อหน่าต่อหนึ่งหน้ากระดาษ

2. มีการอ้างอิงประมาณหน้าละ 2 - 3 แห่ง

3. เขียนด้วยภาษาทางการ หรือสำนวนภาษา

4. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะควรแยกเป็นข้อๆ

5. การอ้างอิงไม่ควรซ้ำกัน เมื่อมีการอ้างอิงที่อยู่หน้าเดียวกัน

สาระสำคัญ

ควรทำการศึกษาในประเด็นที่เราสนใจมากที่สุด รู้และเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับทฤษฎีนั้นๆ

ประโยชน์ที่ได้รับจากการอบรม

สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการเขียนบทความวิจัยของตนได้ และมีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในการเขียนบทความวิชาการให้ถูกต้องตามหลักการ มีการเชื่อมโยงถึงงานวิจัยที่ได้ดำเนินการทำอยู่ ทำให้สามารถเขียนได้ง่ายขึ้น