สรภัญญะชมเมื่องกาฬสินธ์

แต่งโดย  นักปราชญ์ เมืองกาฬสินธุ์
จะกล่าวเป็นลำนำ เมืองน้ำดำกาฬสินธุ์
แม้นใครได้ยลยิน กาฬสินธุ์ตราตรึงใจ
เมืองฟ้าแดดสงยาง เกิดแต่ปางเนิ่นนานมา
พ่อเมืองเรืองศักดา ท่านพระยาชัยสุนทร
เสียงลือเสียงเล่าอ้าง เสียงโปงลางดังกระฉ่อน
สาวงามมารำฟ้อน น่าสะออนสาวภูไท
ผ้าไหมผืนแพรวา คนลือชาดังไปไกล
ขอเชิญผู้สนใจ ไปเที่ยวชมเมืองน้ำดำ
งามล้ำธรรมชาติ งามขนาด”หาดดอกเกด”
เพลินตาทั่วทุกเขต ”แหลมวิเศษ”งามน่ามอง
น้าตกแถวภูพาน คนกล่าวขานคือ”ตาดทอง”
น้ำใสไหลเป็นฟอง “เขาวงทอง””เขาวงไทร”
เขื่อนคูดูกว้างยาว “เขื่อนลำปาว”ดังสายใย
ข้าวปลาอาหารไซร้ มีมากมายแสนอุดม
ไปเบิ่ง”สวนสะออน” คนออนซอนยามได้ชม
ดอกไม้และสายลม ทิวทัศน์งามยามสายัณห์
อาหารการกินมี อาหารดีมีครบครัน
ขอเชิญไปชิมกัน เนื้อเค็ม”ดังเมืองน้ำดำ
ไปแนไปยามแน เชิญไปแวเมืองน้ำดำ
งามแท้วัฒนธรรม ฟังลึกล้ำ”เสียงโปงลาง”
ไปแนไปยามแน เชิญไปแวเมืองสงยาง
ผ้าไหมสวยสำอางค์ สาวเอวบางผู้งามเอย….




  แต่งโดยนักปราชญ์  บ้านหัวงัว  อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
บัดนี้จะได้ชมน้ำดอกไม้    ชมห้วยวังไทรไหลลงตามคลอง 
ไหลคดไหลเคี้ยวไหลเลี้ยวลงมา ไหลลงตามคลองห้วยหนองคองแก
ไหลทาดไหลแทไหลแวะทุ่งนา ไหลไปไหลมาเป็นน่าชื่นชม
อุดมปูปลาอยู่ในลำคลอง อยู่ตามห้วยหนองกุดสังข์วังไทร
เลี้ยวไปเลี้ยวมาเป็นหน้าสะออน เป็นน่าออนซอนแต่ดอกบัวแดง
ใครเห็นก็อยากเด็ดดม เพราะกลิ่นมันหอมสดชื่นอุรา
ชมไปชมมาเป็นน่าอุดม เป็นน่าชื่นชมท่าขวาท่านา
ชมแล้วชมเลยชมเชยลงไป           ชมน้ำดอกไม้กระทั่งหอไตร
พวกฉันก็เคยได้ไปสงกรานต์ ทุกๆหมู่บ้านได้ไปร่วมกัน
นี้แหละพวกฉันชมน้ำดอกไม้ ได้ชมลงไปจบเท่านี้แล.




                          
                              แต่งโดย   นักปราชญ์ บ้านหัวงัว    อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์
กาเอยกาเวาวอน ร้องเสียงอ่อนตอนเย็นๆ
กาเวาร้องเสียงเป็น ตะเวนร้อนอ่อนมะโน
กาเวาร้องเสียงโตเอย ฟังก่อนเว้ยน่าเย็นใจ
กาเวาร้องเสียงใส เพราะจับใจอรชร
จับอยู่คอนต้นไทรสูง ร้องเรียกคู่ว่าเวาเว้ย
กาเวาเอยร้องเสียงหวาน ฤดูกาลใบไม้โรย
ใจวีและใจวอน ร้องอยู่คอนเสียงโยนๆ
เดือนสามและเดือนสี่ ใบไม้ปลิวลมมาเชย
กาเวาเอยจับสาขา คิดไปมาสังเวชตน
กาเวาร้องเสียงคน น่ากังวลในเสียงกา




                     
บัดนี้จะได้ชมดวงมาลา ดาษดื่นเหลือตาชมช่อดอกรัง
แต่ครั้งพระองค์พิชิตมาร ปรินิพานดับสิ้นอินทรีย์
อยู่ที่เขตถิ่นกุฉินารา อโนทะยาทั้งคู่นางรัง
มาลาดอกไม้ทั้งคู่นางรัง ผลิดอกโรยรังลุร่วงโรยลา
มิใช่ฤดูดอกไม้เป็นหนา ผลิดอกโรยลาหอมฟุ้งขจร
จูมจีบานจอแซมซอน หอมฟุ้งขจรเวลาลมโชย
ลมเชยพัดมาหอมกลิ่นบุปผา หอมกลิ่นมาลาหอมเหยือกหอมเย็น
หอมสุดหอมสิ้น หอมกลิ่นอาวรณ์
หอมกลิ่นเกสร อยู่ทั่วนภา
นางรังและนางทั้งคู่เรียงกัน ที่ภะคะวันเข้าสู่นิพพาน
ราบรื่นชมชื่นสุดสิ้นสำราญ เป็นที่นิพพานของพระบวร
นักร้องทำนองประพันธ์ ชมมะลิวัลย์จบเท่านี้แล.




     
นายถาวร   ภูธง    นักปราชญ์บ้านหัวงัว
เมื่อยามสนธยา     ริมธาราสง่างาม
สีทองเหลืองอร่าม      ยามอาทิตย์อัสดง    
ฝูงชนก็มาคอย                    ลงล่องลอยแม่คงคา     
เป็นน่าอัศจรรย์                 ทั้งกลางวันและตอนเย็น 
มองเห็นเป็นกลุ่มๆ                 ทั้งสาวหนุ่มและชรา     
หอมกลิ่นประทุมมา     ในธาราน่าชื่นชม        
ขอให้หนุ่มนารี                  หนุ่มสตรีไปชมเชย
เชิญเลยท่านหญิงชาย         เชิญชมฝายหัวงัวคำ   
ขอนำท่านทุกคน               ประชาชนไปเที่ยวดู
ริมฝายติดตาปู่    ท่านคอยดูแลรักษา         
ข้าวน้ำและปูปลา                 อร่ามตาน่าชื่นชม
ยามลมมาฟาดฟอง         ขึ้นแตกฟองดังซาดซ่า
ทางบ้านติดริมสระ                  พระอาจารย์วัดศรีนวล  
ไม่มีสิ่งรบกวน    เราจึงควรไปพักผ่อน    
ไม่มีความเดือดร้อน        ไปพักผ่อนสบายใจ    
ฝายนั้นไม่ห่างไกล    เดินออกไปไม่พอเส้น
ถ้าหากอยากไปเห็น       อย่าได้เว้นเชิญแวะดู




    แต่งโดย  อ. สว่าง  ไชยสงค์
โรงเรียนเขาพระนอนวิทยาคม  อ.ยางตลาด
  บัดนี้ขอกล่าวกลอน  อันสุนทรตามธรรมะ         เจ้าชายสิทธัตถะ
  เสด็จออกบรรพชา   พระองค์ทรงเบื่อหน่าย     กามวิสัยเคยมีมา
โลกีย์คอยบังตา        เหมือนหมู่เมฆบังอัมพร     ปราสาทสามฤดู
  ที่เคยอยู่ไม่อาวรณ์     ดึกดื่นคนนิ่งนอน              ก็ลาจรจากพิมพา
ราหุลแม้เคยรัก         ก็ห้ามหักไม่ห่วงหา         ข้ามฝั่งอโนมา
  กับมิ่งม้าอาชาไนย     ฉันนะก็ติดตาม             ด้วยใจงามไม่ห่างไกล
ปลงเกศด้วยขรรค์ชัย แล้วห่มเหลืองเรืองสกล      ดั่งเทพยดา 
จากเมืองฟ้ามาเมืองคน   เทพซ้องทุกแห่งหน         ดลทุกข์ผู้ให้บูชา
พระองค์สู้กับมาร    ไม่สะท้านด้วยหาญกล้า        ตรัสรู้ได้ด้วยปัญญา 
มีดวงตาที่เห็นธรรม   รู้ทางที่ถูกผิด       ไม่ข้องติดกับบาปกรรม
เป็นพุทธประเสริฐล้ำ   นำชาวชนพ้นสงสาร     เป็นเอกศาสดา
สอนธรรมะ มายาวนาน     พระธรรมนำใจบาน     สะอาดเอี่ยมพิสุทธิ์ใส
ควรเราผู้ชาวพุทธ        อย่านิ่งหยุดให้หม่นไหม้          รักษ์ธรรมอันอำไพ
แล้วจะไกลไปจากมาร     เว้นชั่วแล้วทำดี                    ดวงฤดีจะเบิกบาน
รักษาไตรทวาร        จะผ่านพ้นหนทางทราม          สังคมก็จะสุข
เข้าสู่ยุคสันติงาม      รักษ์ธรรมไม่ย่ำหยาม             เมืองไทยเราย่อมร่มเย็น




     
สารภัญบ้านฮ่องฮี สารภัญบ้านฮ่องฮี มาวันนี้มา  สี่  คน มาวันนี้ มา สี่ คน
คนที่ หนึ่ง ชื่อสมปอง คนที่สองชื่อ นงราม
คนที่ สาม ชื่อทองมี มาวันนี้  สี่ กับ หลวงพ่อ
               มาวันนี้   4  กับหลวงพ่อ