ใบความรู้ เรื่อง การนับศักราช

 

การศึกษาประวัติศาสตร์จึงมีความสำคัญต่อมนุษย์ในยุคปัจจุบันเป็นอย่างมาก
นักประวัติศาสตร์จึงได้แบ่งเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ออกเป็นยุคสมัยของมิติเวลา ดังนี้

 

การนับศักราช

การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ พบว่ามีการระบุเวลาเมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์นั้นๆ โดยระบุเป็นปีศักราช
จุดเริ่มต้นของศักราชที่ 1 จะเริ่มนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สำคัญอย่างใดอย่างหนึ่ง
โดยการศึกษาประวัติศาสตร์ในยุคสมัยต่างๆ จำเป็นต้องเข้าใจความหมายของศักราชต่างๆ ด้วย
เพราะจะช่วยให้ทราบว่าในปีนั้นๆ มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นบ้าง
การนับปีศักราชนับว่าเป็น ภูมิปัญญาของมนุษย์สมัยโบราณ
ศักราชมีทั้งแบบสากลและแบบไทย ดังนี้

 

1.การนับปีศักราชแบบสากล

 

1) คริสต์ศักราช (ค.ศ.) โดยใช้เหตุการณ์สำคัญทางคริสต์ศาสนาเป็นจุดเริ่มต้น เริ่มนับตั้งแต่ปีที่พระเยซูประสูติเป็นปี ค.ศ. 1 สำหรับช่วงเวลาก่อนพระเยซูประสูติให้เรียกเป็น ก่อนคริสต์ศักราช (ก่อน ค.ศ. หรือ B.C = Before Christ)

 

2) ฮิจเราะห์ศักราช (ฮ.ศ.) ฮิจเราะห์ มาจากภาษาอาหรับ แปลว่า การอพยพ  เป็นการนับศักราชในประเทศที่มีการนับถือศาสนาอิสลามโดยเริ่มนับ ฮ.ศ. 1 เมื่อท่านนบีมูฮัมหมัดนำเหล่าสาวกอพยพจากเมืองเมกกะไปยังเมืองเมดินา ตรงกับพุทธศักราช 1165 หากจะเทียบ ปีฮิจเราะห์ศักราชเป็นปีพุทธศักราช จะต้องบวกด้วย 1122 เพราะการเทียบรอบปีของฮิจเราะห์ศักราชและพุทธศักราช จะมีความคลาดเคลื่อนทุก ๆ 32 ปีครึ่งของฮิจเราะห์ศักราชจะเพิ่มขึ้นอีก 1 ปี เมื่อเทียบกับพุทธศักราช

 

2. การนับศักราชแบบไทย

 

1) พุทธศักราช (พ.ศ.) เป็นศักราชที่นิยมใช้ในประเทศที่นับถือพระพุทธศาสนา มีการใช้กันมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และใช้กันอย่างเป็นทางการของประเทศไทย ครั้งแรกใน พ.ศ. 2455 แทนรัตนโกสินทร์ศก ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน โดยประเทศไทยเริ่มนับ พ.ศ. 1 เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้วครบ 1 ปี เป็น พ.ศ. 1

 

2) มหาศักราช (ม.ศ.) นิยมใช้มากในหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทศิลาจารึกและพงศาวดารต่าง ๆ ทั้งสมัยสุโขทัย และสมัยอยุธยาตอนต้น มหาศักราชถูกตั้งขึ้นโดยพระเจ้า กนิษกะแห่งราชวงศ์กุษาณะ กษัตริย์ผู้ครองอินเดีย โดยเริ่มภายหลังพุทธศักราช 622 (มหาศักราชตรงกับ พ.ศ. 622)

 

3) จุลศักราช (จ.ศ.) เป็นศักราชที่ได้รับอิทธิพลจากพม่า โดยพระมหากษัตริย์ของพุกาม เริ่มใช้นับครั้งแรกในพม่า พ.ศ. 1182 และใช้แพร่หลายเข้าสู่อาณาจักรล้านนา โดยเริ่มภายหลังพุทธศักราช 1181 ปี ไทยนิยมใช้จุลศักราชในการคำนวณทางโหราศาสตร์ ใช้บอกปีในจารึก ตำนาน จดหมายเหตุ พงศาวดาร จนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงประกาศยกเลิกและมีการใช้รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) แทน

 

4) รัตนโกสินทร์ศก (ร.ศ.) เป็นศักราชที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกำหนดใช้ครั้งแรกในปี พ.ศ. 2325 โดยเริ่มนับปีที่ได้มีการสถาปนากรุงเทพมหานครเป็นราชธานีใน พ.ศ. 2325 เป็น ร.ศ. 1 และได้ประกาศยกเลิกใช้ในต้นรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)

 

การเทียบศักราช

การนับศักราชที่แตกต่างกันจะทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในการศึกษาประวัติศาสตร์ไทยและสากล
ดังนั้น การเทียบศักราชให้เป็นแบบเดียวกัน จะช่วยให้สามารถศึกษาเรื่องราวประวัติศาสตร์ได้เข้าใจมากขึ้น
ตลอดจนทำให้ทราบถึงช่วงศักราชหรือช่วงเวลาเดียวกัน ในแต่ละภูมิภาคของโลกเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ศึกษาอย่างแท้จริง  จึงต้องมีการเทียบศักราช
จากศักราชหนึ่งไปยังอีกศักราชหนึ่ง โดยคำนวณจากศักราชทั้งสองมีช่วงเวลาที่แตกต่างกันอยู่กี่ปี 
แล้วนำไปบวกหรือลบแล้แต่กรณี

 

หลักเกณฑ์การเทียบศักราช 

โดยคำนวณหาเกณฑ์บวกลบเฉพาะพุทธศักราช (พ.ศ.) มีดังนี้ 

พุทธศักราช          มากกว่า         คริสต์ศักราช       543       ปี 

พุทธศักราช          มากกว่า         มหาศักราช         621       ปี 

พุทธศักราช          มากกว่า         จุลศักราช           1181     ปี

พุทธศักราช          มากกว่า         รัตนโกสินทร์ศก   2324     ปี

พุทธศักราช          มากกว่า         ฮิจเราะห์ศักราช   1122     ปี

 

การเทียบศักราชในระบบต่างๆ

สามารถนำมาเปรียบเทียบให้เป็นศักราชแบบเดียวกัน ได้ดังนี้ 

ม.ศ.  +  621  =  พ.ศ.         พ.ศ.  –  621  =  ม.ศ.

จ.ศ.  +  1181  =  พ.ศ.         พ.ศ.  –  1181  =  จ.ศ.

ร.ศ.  +  2324  =  พ.ศ.           พ.ศ.  –  2324  =  ร.ศ.

ค.ศ.  +  543  =  พ.ศ.           พ.ศ.  –  543  =  ค.ศ.

ฮ.ศ.  +  1122  =  พ.ศ.           พ.ศ.  –  1122  =  ฮ.ศ.

 

จาก  พุทธศักราช  เปลี่ยนเป็น  คริสต์ศักราช  ให้นำ พ.ศ. ลบ 543  

ตัวอย่างเช่น   พ.ศ. 2549 เปลี่ยนเป็น ค.ศ. โดยนำ 543  มาลบออก 
( 2549 – 543 ) ปี ค.ศ. ที่ได้คือ 2006

 

จาก  คริสต์ศักราช  เปลี่ยนเป็น  พุทธศักราช  ให้นำ ค.ศ. บวก 543  

ตัวอย่างเช่น   ค.ศ. 2004   เปลี่ยนเป็น พ.ศ. โดยนำ 543  มาบวก  
( 2004 + 543 )  ปี พ.ศ. ที่ได้คือ 2547

 

จาก  จุลศักราช  เปลี่ยนเป็น  พุทธศักราช  ให้นำ จ.ศ. บวก 1181  

ตัวอย่างเช่น   จ.ศ. 1130   เปลี่ยนเป็น พ.ศ. โดยนำ 1181   มาบวก
( 1130 + 1181 )  ปี พ.ศ. ที่ได้คือ 2311

 

จาก  รัตนโกสินทร์ศก  เปลี่ยนเป็น  พุทธศักราช  ให้นำ ร.ศ. บวก 2324  

ตัวอย่างเช่น   ร.ศ. 132  เปลี่ยนเป็น พ.ศ. โดยนำ 2324 มาบวก
( 123 + 2324 )  ปี พ.ศ. ที่ได้คือ 2456

 

 

การนับทศวรรษ  ศตวรรษ และสหัสวรรษ

ทศวรรษ คือ การนับระยะเวลาในรอบ 10 ปี

ศตวรรษ คือ การนับระยะเวลาในรอบ 100 ปี 

สหัสวรรษ คือ การนับระยะเวลาในรอบ 1000 ปี

  

ที่มาข้อมูลสารสนเทศร่วมสมัยจากเว็บไซต์ :  

มาลัยวรรณ  จันทร
 หน่วยที่ 1 การแบ่งยุคสมัยและวิธีการทางประวัติศาสตร์

[ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 7 มกราคม 2556.

http://www.thaigoodview.com/library/teachershow/bangkok/malaiwan_c/historym1/unit01_01.html>

 


เมื่อนักเรียนอ่านใบความรู้เสร็จแล้ว

ให้นักเรียนสรุปความรู้ที่ได้รับเพิ่มขึ้นจากการอ่าน

ลงในช่องแสดงความเห็นตามตัวอย่างข้างล่าง↓↓↓

คะแนน เต็ม 5 คะแนน ได้           ?????              คะแนน



 

เมื่อนักเรียนสรุปความรู้ที่ได้รับเพิ่มขึ้นเรียบร้อยแล้ว

ให้นักเรียนเข้าไปตอบคำถามใน "ใบงาน" ได้เลยค่ะ 

นักเรียนสามารถคลิกตามลิงค์ ด้านล่างนี้ ได้เลยค่ะ

ใบงาน เรื่อง การนับศักราช

http://www.learners.in.th/blogs/posts/533083