บทที่ 2 การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

หัวข้อเรื่อ

เรื่องที่ 2.1 พัฒนาการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

2.2 ลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

1. เข้าใจพัฒนาการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

1.1 อธิบายพัฒนาการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาได้ถูกต้อง

2. เข้าใจลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

2.1 อธิบายลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษาได้ถูกต้อง

 

โครงสร้างเนื้อหา

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

-พัฒนาการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

-ลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

 

พัฒนาการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

 


 

พัฒนาการคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการศึกษานั้นในต่างประเทศได้นามาใช้นานแล้ว ตั้งแต่ปลายทศวรรษที่ 1950s โดยเริ่มนามาใช้ในมหาวิทยาลัยหลายแห่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้นามาใช้ในด้านการบริหารจัดการการเรียนการสอน ตลอดจนการวิจัยการเรียนการสอนในปี 1960 มหาวิทยาลัย Illinois ได้เริ่มโครงการ PLATO (ย่อมาจาก Programmed Logic for Automatic-Teching Operations) เพื่อออกแบบคอมพิวเตอร์มาใช้ในการเรียนการสอน และยังพัฒนาคอมพิวเตอร์ช่วยสอนในรายวิชาต่าง ๆ ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงบัณฑิตวิทยาลัย รวมทั้งการฝึกอบรมทางธุรกิจและอุตสาหกรรม

ในปี 1972 ได้มีโครงการ TICCIT ของบริษัท Mitre Corporation ได้เสนอการเรียนการสอนโดยใช้คอมพิวเตอร์ช่วยในระบบมินิคอมพิวเตอร์ ทำให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนได้ด้วยตนเอง (Learner - Controlled) ช่วงกลางทศวรรษที่ 1970s บริษัทคอมพิวเตอร์ทั้งหลายได้คิดค้นประดิษฐ์เครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ขึ้น จนได้นามาใช้วงการศึกษาอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเครื่องมีขนาดเล็กลง และราคาก็ไม่สูงมากนัก จึงทาให้มีการพัฒนา วิจัยการนาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษาอย่างไม่หยุดนิ่ง ประกอบกับวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาให้ง่ายต่อการใช้งาน ประสิทธิภาพในการประมวลผลสูง ขนาดเล็กลง คุณภาพของภาพเสียงมีความคมชัด และมีความเป็นจริงเสมือนมากขึ้น จึงเกิดนวัตกรรมขึ้นอีกหลายด้านที่ควรค่าแก่การนามาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ในมนุษย์อย่าง ต่อเนื่องในปัจจุบัน

ลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

 


 

เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้ถูกนามาใช้ทุกวงการโดยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเริ่มตั้งแต่การใช้คอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ คือ ขนาดเมนเฟรม งานส่วนใหญ่เป็นงานคิดคานวณตัวเลขต่าง ๆ ต่อมาฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์เริ่มเล็กลงเป็นขนาดมินิคอมพิวเตอร์ ในขณะนั้นผู้ใช้ส่วนใหญ่ยังคงเป็นโปรแกรมเมอร์ เมื่อมีการพัฒนาไมโคร คอมพิวเตอร์ขึ้นมาทาให้การใช้งานสามารถขยายขอบเขตของการใช้มาเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ใช่โปรแกรมเมอร์มากขึ้น ในขณะเดียวกันโปรแกรมสาเร็จรูปต่าง ๆ ก็ได้เกิดและพัฒนาขึ้นมาใช้งานควบคู่ไปกับไมโครคอมพิวเตอร์ ทาให้การใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นได้แผ่กว้างไปสู่บุคคลในหลายอาชีพ เพราะคอมพิวเตอร์มีศักยภาพในการทางานมากยิ่งขึ้น

ลักษณะการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

คอมพิวเตอร์การศึกษา ตามนัยแล้วเป็นการนาคอมพิวเตอร์เพื่อช่วยให้เกิดการเรียนรู้ในมนุษย์ ดังนั้นถ้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมใดก็ตามที่มีคอมพิวเตอร์เป็นส่วนร่วมและช่วยก่อให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ก็น่าจะนับได้ว่าเป็นคอมพิวเตอร์การศึกษาการนาคอมพิวเตอร์มาใช้เพื่อการศึกษาสามารถแบ่งตามลักษณะ

การนำไปใช้ได้ดังนี้

1. คอมพิวเตอร์ช่วยการบริหาร

2. คอมพิวเตอร์ช่วยการสอน

2.1 คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอน

2.2 คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

2.3 คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน

3. คอมพิวเตอร์ช่วยติดต่อสื่อสารและสืบค้นสารสนเทศ

คอมพิวเตอร์ช่วยการบริหาร

การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการศึกษาส่วนใหญ่จะนามาใช้ในการบริหาร(Administrative Use) ซึ่งสามารถนามาใช้ใน 2 ลักษณะคือ

1.คอมพิวเตอร์ช่วยการบริหารของผู้บริหาร เป็นลักษณะของการนาเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยผู้บริหารในการทางานเพื่อให้ระบบงานมีประสิทธิภาพ เช่น งานในฝ่ายธุรการ ทะเบียน บุคลากร เป็นต้น

2. คอมพิวเตอร์ช่วยการบริหารของผู้สอน เป็นลักษณะของการนาเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยครูผู้สอนที่นอกเหนือจากการสอนปกติเพื่อให้ผู้สอนได้มีการจัดระบบการทางานให้มีประสิทธิภาพ เช่น ด้านการเขียน ด้านการคิดคานวณ ด้านเอกสาร เป็นต้น

คอมพิวเตอร์ช่วยการสอน

การนำคอมพิวเตอร์มาใช้ในวงการศึกษาในการช่วยผู้สอนทาการสอนนั้นเรียกว่าคอมพิวเตอร์ช่วยการสอน (Computer – Based Instruction : CBI หรือ “การสอนใช้คอมพิวเตอร์เป็นฐาน”) บางครั้งก็เรียกว่า คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนรู้ (Computer – Based Learning : CBL หรือ Computer - Assisted Learning หรือ Computer – Aided Learning : CAL) ซึ่งสามารถแบ่งได้ 3 ลักษณะใหญ่ ดังนี้

1. คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอน (Computer-Managed
Instruction : CMI) คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอน หมายถึง การนาเอาคอมพิวเตอร์มาช่วยควบคุมกระบวนการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเน้นที่การจัดการ การนาเสนอความรู้ สื่อ และกิจกรรมการเรียนให้สอดคล้องกับความต้องการ ความสามารถ และความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน
คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอนโดยทั่วไปเป็นพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ช่วยการสอน หรืออาจจะเป็นส่วนย่อยก็ได้ บางครั้งจะเรียกง่ายๆว่า “ซีเอ็มไอ” ซีเอ็มไอสามารถกระทาได้หลายลักษณะขึ้นอยู่กับว่าจะนาไปจัดการการเรียนการสอนระดับไหน ขนาดใด และกับผู้เรียนกลุ่มใด

ลักษณะของซีเอ็มไอสามารถแบ่งออกได้ 2 ลักษณะ คือ
1.1 คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการการสอนทั่วๆไป เป็นการใช้
คอมพิวเตอร์ช่วยในการเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนที่เป็นประโยชน์ในการนามาวางแผนการสอนหรือปรับปรุงหลักสูตร เช่น การเก็บสถิติของนักเรียนที่เข้าเรียนวิชานี้ ผลการสอบแต่ละภาค เกรดเฉลี่ย คะแนนเก็บตลอดภาคเรียน เป็นต้น

1.2 คอมพิวเตอร์ช่วยจัดการกระบวนการสอน เป็นการจัดการสอนทางคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นการนามาใช้ในการวิเคราะห์ความต้องการ ลักษณะของผู้เรียน ตลอดจนความสามารถ และความถนัดของผู้เรียนแต่ละคน หลังจากที่คอมพิวเตอร์วิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้แล้ว ก็จะจัดสถานการณ์ หรือกิจกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามความสามารถและความถนัดของตน ในการนาเสนอกิจกรรมการเรียนนั้น นอกจากใช้โปรแกรมบทเรียนคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่างๆแล้ว อาจจะใช้สื่ออื่นประกอบได้ด้วย เช่น หนังสือเรียน การพบผู้สอน วีดิทัศน์ ทาแบบฝึกหัด ซึ่งแต่ละสื่อนั้นจะต้องระบุด้วยว่าครอบคลุมวัตถุประสงค์ของบทเรียนในวัตถุประสงค์ใดบ้างและจะต้องเรียนจนครบทุกวัตถุประสงค์
2. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer – Assisted Instruction หรือ Computer - Aided Instruction : CAI)


คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นการนาเอาคอมพิวเตอร์มาเสนอการเรียนการสอนในลักษณะของการผสมผสานระหว่างเนื้อหา(Content) โปรแกรมคอมพิวเตอร์(Software) และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์(Hardware) ที่มีลักษณะการสอนแบบโปรแกรม(Programmed Instruction) เพื่อช่วยการสอนของครูทั้งหมดหรือบางส่วน อาจจะเป็นสื่อหลักหรือสื่อเสริม ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เรียนเรียนตามความต้องการ ระดับความสามารถ และมีปฏิสัมพันธ์กับบทเรียนได้ด้วยตนเอง ในปัจจุบันจะมีการนาเอาเทคโนโลยีสื่อประสม(Multimedia)เข้ามาร่วมด้วยทาให้บทเรียนมีความน่าสนใจและใช้แพร่หลายมากขึ้น (จะกล่าวรายละเอียดในเรื่องคอมพิวเตอร์ช่วยสอนต่อไป)

3. คอมพิวเตอร์ช่วยการเรียนการสอน (Computer-Based Learning Aids : CBLA)เป็นการใช้คอมพิวเตอร์เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือช่วยการเรียนการสอนในลักษณะการนาเสนอเนื้อหา(Presentation) การสร้างสื่อการสอนและการสร้างฐานข้อมูลบนคอมพิวเตอร์


การนำเสนอเนื้อหา เป็นการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยในการบรรยายหรือการนำเสนอเนื้อหาให้น่าสนใจมากขึ้นโดยอาศัยเทคโนโลยีสื่อประสม ที่เสนอทั้งข้อความ ภาพ และเสียง และต้องอาศัยอุปกรณ์แสดงผลเพิ่มเติมเช่น จอโทรทัศน์ที่มีจอภาพขนาดใหญ่ หรือ LCD Projector เพื่อขยายสัญญานภาพฉายไปบนจอภาพ
การสร้างสื่อการสอน เป็นการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยผู้สอนในการพิมพ์เอกสารประกอบการสอน คู่มือการใช้งาน ผลิตแผ่นโปร่งใส หรือสร้างสื่อการสอนรูปแบบอื่นๆ

การสร้างฐานข้อมูลบนคอมพิวเตอร์ เป็นการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยเก็บข้อมูลต่างๆเช่น ทาบรรณานุกรม สารานุรม พจนานุกรม เป็นต้น

คอมพิวเตอร์ช่วยติดต่อสื่อสารและสืบค้นสารสนเทศ


คอมพิวเตอร์ช่วยติดต่อสื่อสารและสืบค้นสารสนเทศ เป็นการนาคอมพิวเตอร์มาช่วยผู้สอน ผู้เรียน ผู้บริหาร บุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนผู้สนใจทั่วไปที่ต้องการศึกษาหาความรู้ แลกเปลี่ยนข่าวสาร ความรู้ การวิจัย ข้อคิดเห็นซึ่งกันและกันทั้งในสถาบันเดียวกัน ต่างสถาบันทั่วโลก โดยการเชื่อมต่อเป็นเครือข่าย(Network) เช่น LAN WAN INTRANET INTERNET ปัจจุบันเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมโยงทั่วโลก คือ INTERNET

บรรณานุกรม

กิดานันท์ มลิทอง. เทคโนโลยีการศึกษาและนวัตกรรม.
           กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชวนพิมพ์ , 2540.
กิดานันท์ มลิทอง . ไอซีทีเพื่อการศึกษา .กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์,
           2548.
เกียรติศักดิ์ พันธ์ลาเจียก. การออกแบบสื่อ: Media Design.
           เอกสารการสอนวิชาการออกแบบสื่อ. ปทุมธานี :
           คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล, 2549.
เกียรติศักดิ์ พันธ์ลาเจียก. การออกแบบสื่อการเรียนการ
           สอน.เอกสารประกอบการบรรยาย การอบรมข้าราชการ

           และพนักงานของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล.

           ปทุมธานี : คณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

           มงคล, มปป.

เกียรติศักดิ์ พันธ์ลาเจียก. เทคโนโลยีเพื่อการศึกษาตาม
           แนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542.

           ปทุมธานี : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราช

           มงคล, 2545.

คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สานักงาน. สานักนายกรัฐมนตรี.
           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542. กรุงเทพ

           มหานคร : พริกหวานกราฟฟิค, ม.ป.ป.
ทิศนา แขมมณี. การจัดการเรียนการสอนโดยยึดผู้เรียนเป็น
           ศูนย์กลาง. วารสารวิชาการ, ม.ป.ป.
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. รายงานการวิจัยประกอบการร่าง
           พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.........
           การใช้ทรัพยากรสื่อสารของชาติด้านโทรคมนาคมเพื่อ

           การศึกษา.สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ สำนัก

           นายกรัฐมนตรี. กรุงเทพฯ : ทีพี พริ้นท์, 2541.

ไชยยศ เรืองสุวรรณ. เทคโนโลยีการศึกษา : ทฤษฎีและการวิจัย.
           กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พริ้นติ้ง เฮ้าส์., 2533.
ไชยยศ เรืองสุวรรณ. เทคโนโลยีการสอน : การออกแบบ
           และพัฒนา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : โอ.เอส. พริ้นติ้ง
           เฮ้าส์., 2533.
ถนอมพร (ตันพิพัฒน์) เลาหจรัสแสง . Designing e-Learning :
           หลักการออกแบบและการสร้างเว็บเพื่อการเรียน
           การสอน . กรุงเทพฯ : อรุณการพิมพ์ , 2545.
นิคม ทาแดง. การออกแบบสื่ออิเลกทรอนิกส์และ
           โทรคมนาคมเพื่อการสอน. หน่วยที่ 11 ในประมวลสาระ
           ชุดวิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการสอน หน่วยที่ 9-12.

           มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2537.
บุปผชาติ ทัฬหิกรณ์, สุกรี รอดโพธิ์ทอง และคนอื่น ๆ . ความรู้
           เกี่ยวกับสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอนเพื่อการศึกษา.
           กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์คุรุสภา, 2540.
ประศักดิ์ หอมสนิท และอรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง. สัมมนาการ
           วิจัยและทฤษฎีด้านการจัดระบบ และการออกแบบระบบ
           ทางการศึกษา . หน่วยที่ 1 ในประมวลสาระชุดวิชาสัมมนา
           การวิจัยและทฤษฎีทางเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หน่วย
           ที่ 1–4. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, 2536.
ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กรมการศึกษานอกโรงเรียน
           กระทรวงศึกษาธิการ. แนวทางการปฏิรูปเทคโนโลยีเพื่อ

           การศึกษา. กรุงเทพฯ : กราฟฟิค โกร, 2545.
สถาบันเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาแห่งชาติ , สานักงาน
           คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. นโยบายเทคโนโลยีเพื่อ
           การศึกษาในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.
           2542 . กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ดี, 2543.
สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์และคณะ . การพัฒนาสื่อคอมพิวเตอร์
           ช่วยสอนและเว็บไซต์เพื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ .
           สมควร เพียรพิทักษ์ บรรณาธิการ. กรุงเทพฯ : กรมวิชาการ

           กระทรวงศึกษาธิการ, 2546.

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. นโยบายเทคโนโลยี
           เพื่อการศึกษา ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

           พ.ศ. 2542. กรุงเทพฯ : บริษัท พิมพ์ดี จากัด, 2542.
เอกวิทย์ แก้วประดิษฐ์ . การวิจัยเทคโนโลยีการศึกษา. พิมพ์
           ครั้งที่ 3 . กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 2537.
Brown, James W.,Lewis, Richard B., and Harcleroad,
           Fred F. AV INSTRUCTION Technology, Media, and

           Methods. Sixth edition. New York : McGraw – Hill

           Book Company, 1983.
Fleming , Malcolm and Levie W. Howard. Instructional
           Message Design : Principles from the Behavioral
           Sciences . New Jersey : Educational Technology
           Publications, 1981.
Gagne, Robert M., Briggs Leslie J., and Wager, Water
           W. Principles of Instructional Design. Third edition.
           New York : Holt, Rinehart and Winston, Inc., 1988.
Grabowski, Barbara L. Message Design : Issues and
           Trends in Instructional Technology : Past, Present ,
           and Future. ed. by Anglin , Gary J. Colorado : Libraries
           Unlimited, INC. , 1991.
Heinich , Robert. Technology and the Management of
           Instruction : Monograph 4. Greenwich : Information Age
           Publishing Inc., 2004.
Heinich, Robert, Molenda, Michael, Russell, James D.,
            and Smaldino, Sharon E. Instructional Media and
            Technologies for Learning. Fifth edition. New Jersey :
            Prentice Hall, Inc., 1996.
Ledford, Bruce R. and Sleeman , Phillip J. Instructional
            Design : System Strategies. Connecticut : Information

            Age Publishing Inc., 2002.
Malcolm Richardson, Using Computer Graphics. London
            : Chapman & Hall, 1995.
Minor, Ed., and Frye, Harvey R. Techniques for
            Producing Visual Instructional Media. Second
Edition. New York : McGraw – Hill Book Company,
            1977.
Ralph E. Wileman. Visual Communicating. New Jersey
            : Educational Technology Publications, 1993.