ตอนที่ 2 :  คำถามพัฒนากระบวนการคิด (กิจกรรมเดี่ยว) 

 1.งานประดิษฐ์ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ไทยมีคุณค่าต่อนักเรียน  ท้องถิ่น  และประเทศชาติอย่างไร ?

 งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยให้คุณค่าในด้านต่างๆมากมาย ทั้งทางด้านวัฒนธรรมที่แสดงถึงความเป็นไทย มีความละเอียดละออ ประณีตบรรจง รวมทั้งแสดงถึงความพากเพียรในการทำชิ้นงานแต่ละชิ้นให้ออกมามีคุณภาพและความสวยงาม ต่อมายังมีคุณค่าต่อเศรษฐกิจ เพราะ งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยเหล่านี้จะมีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ที่ผสมผสานความเป็นไทยเข้าไป จึงเป็นที่ต้องการของต่างชาติ และสามารถนำรายได้เข้าสู่ประเทศ  อีกทั้งยังสะท้อนคุณค่าทางด้านสังคม แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในการประดิษฐ์ชิ้นงานซึ่งทุกคนพร้อมใจร่วมกันประดิษฐ์ เช่น การทำบายศรีขนาดใหญ่ ฯ และยังแสดงถึงขนบธรรมเนียมไทยที่แฝงอยู่ในชิ้นงานประดิษฐ์อีกด้วย สุดท้ายแสดงให้เห็นถึงคุณค่าทางด้านจิตใจที่มีความอ่อนช้อยและพิถีพิถันในทุกขั้นตอนของการประดิษฐ์ ฝึกให้ผู้ประดิษฐ์เกิดความอดทน ความขยัน ความรับผิดชอบต่างๆภายในจิตใจอีกด้วย

 2.การใช้ผักตบชวามาสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ?

การนำผักตบชวามาทำเป็นเครื่องใช้มีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม เพราะ ผักตบชวาเป็นวัชพืชที่ส่งผลเสียต่อแม่น้ำลำคลอง ดังนั้นถ้าเรานำผักตบชวามาประยุกต์และประดิษฐ์เป็นเครื่องใช้ต่างๆ เช่น กระเป๋าย่านลิเภา ฯ ก็จะเป็นการช่วยเหลือแม่น้ำลำคลองให้มีความสะอาดและสวยงามปราศจากวัชพืชอีกด้วย

                                                                 

 3.การแกะสลักผักและผลไม้มีหลักการสำคัญอย่างไร ?

1. การเลือกซื้อผักและผลไม้ ควรเลือกชนิดที่มีความสดใหม่ เพื่อจะช่วยให้ผลงานที่แกะสลัก มีอายุการใช้งานได้นานขึ้น
2. ก่อนนำผักและผลไม้ไปแกะสลัก ควรล้างน้ำให้สะอาด
3. การเลือกมีดแกะสลัก ควรเป็นมีดสแตนเลส หรือมีดทอง มีดต้องคม เพราะจะทำให้ผักและผลไม้ไม่ช้ำและไม่ดำ
4. การเลือกชนิดของผักและผลไม้แกะสลัก ควรเลือกให้เหมาะกับประโยชน์การนำไปใช้
5. การเลือกรูปแบบหรือลวดรายที่จะแกะควรเลือกให้เหมาะกับการนำไปใช้ประโยชน์
6. การเลือกผัก ผลไม้ตกแต่งอาหารควรเลือกชนิดที่มีสีสวยงาม หลากหลาย เพื่อจะทำให้อาหารน่ารับประทานขึ้น
7. การแกะสลักต้องพยายามรักษาคุณค่าอาหาร โดยไม่ควรแช่น้ำนานเกินไป

 4.เพราะเหตุใดจึงต้องเลือกใช้ใบตองตานีในการทำถาดใบตองกลีบกุหลาบ ?

เพราะใบตองตานีมีความเหนียวนุ่ม ไม่ฉีกขาดง่าย เส้นของใบตองตานีมีแนวเส้นตรง และใบตองมีสีเขียวสดสวยงามเหมาะแก่การประดิษฐ์

 5.ถ้าต้องการให้งานใบตองมีความประณีตไม่เห็นรอยเย็บควรทำอย่างไร ?

ถ้าต้องการเย็บใบตองให้เกิดความประณีตไมเห็นรอยต่อในการเย็บ ควรเลือกใช้ตะขาบที่เย็บจากใบตองปิดรอยต่อของการเย็บ ก็จะเกิดความสวยงามและประณีต

  6.นักเรียนจะนำความรู้เรื่องการร้อยมาลัยไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันอย่างไร ?

สามารถนำความรู้เรื่องการร้อยมาลัยไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายรูปแบบ ซึ่งทำให้ทราบว่ามาลัยประเภทไหนควรใช้ในเหตุการณ์ใด และรู้วิธีการประดิษฐ์ที่สามรถสร้างายได้ให้กับตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างความภูมิใจให้กับบุคคลที่ตนเองประดิษฐ์ให้ เช่น การมอบมาลัยให้กับคุณแม่ในวันแม่เพื่อแสดงถึงความรักความห่วงใย โดยใช้ฝีมือของตนเองที่แฝงความเป็นไทยเข้าไปอีกด้วย

 7.ถ้าต้องการเก็บมาลัยไว้ให้ได้นานควรทำอย่างไร ?

1.วางไว้ในถาดที่รองไว้ด้วยใบตอง แล้วคลุมด้วยผ้าขาวบางชุบน้ำบิดหมาดๆเก็บไว้ในที่เย็นแต่ลมไม่โกรก วิธีนี้นิยมใช้กับการเก็บในระยะเวลาที่ไม่นาน

2.ใส่ถุงพลาสติกวางหรือแขวนไว้ในที่เย็น แต่ลมไม่โกรก วิธีการนี้นิยมใช้กับการเก็บในระยะเวลานานกว่าวิธีแรก

3.ใส่ถุงพลาสติกและเก็บไว้ใช่องแช่ผักในตู้เย็น วิธีนี้ใช้กับการเก็บในระยะเวลานาน

ที่มา : การเก็บมาลัย

  8.นักเรียนจะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์งานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยได้อย่างไร ?

ต้องสนับสนุนการใช้สิ่งของที่ได้มาจากงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของไทย เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้กับกลุ่มผู้ผลิต เข้าร่วมเรียนรู้การประดิษฐ์สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ไทยโดยตรงโดยการเรียนรู้จากคุณตา คุณยายที่บ้านหรือไปเรียนจากโรงเรียนที่มีผู้รู้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ให้คนรุ่นหลังได้รู้ถึงความงามของสิ่งประดิษฐ์ไทย แช่วยกันฟื้นฟูสิ่งประดิษฐ์ที่ใกล้จะสูญหาย เช่น การใช้กระเป๋าย่านลิเภา ฯ ร่วมจัดแสดงสิ่งประดิษฐ์ต่างๆให้กับชาวต่างชาติได้รู้จักอีกด้วย

ที่มา : วิธีการอนุรักษ์ภูมิปัญญาไทย

  9.ถ้าต้องการประกอบอาชีพเกี่ยวกับงานประดิษฐ์  นักเรียนควรมีความรู้เรื่องใดบ้าง ?

1.    หมั่นศึกษาหาความรู้ในงานที่ตนเองสนใจ โดยศึกษาจากผู้เชี่ยวชาญการในชุมชนการโรงเรียน จากตัวอย่างสิ่งประดิษฐ์ที่สนใจ
2.    ศึกษาหลักการ วิธีการ หรือขั้นตอนการปฏิบัติงาน ในการประดิษฐ์ชิ้นงานโดยการวิเคราะห์ ด้วยตนเองหรือศึกษาจากผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ หรือจากสื่อต่าง ๆ เช่น วารสาร หนังสือ เป็นต้น
3.    ทดลองการปฏิบัติการประดิษฐ์ ผู้เรียนต้องศึกษาค้นคว้าและทดลองปฏิบัติตามแนวคิดที่ได้สร้างสรรค์ไว้ และมีการปรับปรุงแก้ไข ข้อบกพร่องจนสำเร็จเป็นชิ้นงานประดิษฐ์ที่พึงพอใจ

ที่มา : ความรู้เบื้องต้นในการประกอบอาชีพงานประดิษฐ์

 10.การประกอบอาชีพงานประดิษฐ์ให้ประสบความสำเร็จมีแนวทางอย่างไร ?

มีพลังปัญญาความคิด เห็นถึงปัญหาที่แท้จริง รู้ถึงสาเหตุของปัญหา และวิธีแก้ไขเกี่ยวกับงานประดิษฐ์ของเราเอง
และควรมีความวิริยะความเพียร ในการทำงานให้สำเร็จ ทั้งการลงทุน การผลิตและการตลาดมีความคิดสร้างสรรค์ของตนเอง  มีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่น คือ การดำเนินธุรกิจต้องสร้างความเชื่อถือ ศรัทธา ไว้วางใจให้กับตนเอง องค์กร และผลิตภัณฑ์เป็นสำคัญ  มีพลังแห่งไมตรี เอื้ออาทร ต้องมีหลักการบริการที่ดี สร้างความประทับใจให้เกิดขึ้น และสามารถรักษาลูกค้าเก่า หาลูกค้าใหม่

ที่มา : แนวทางในการประสบความสำเร็จ