WebBlog คืออะไร
Blog ก็คล้ายๆกับไดอารี่ที่ทุกคนรู้จักกันดีนั่นเอง
แต่ความหมายของ Blog (ย่อมาจาก weblog หรือ web log) หมายถึง เว็บไซต์ที่มีรูปแบบง่าย ๆ โดยเนื้อหาใน blog จะแยกเป็นส่วนย่อย ๆ วางอยู่เรียงกันตามลำดับเวลาที่เขียนเนื้อหานั้น เริ่มต้นด้วยเนื้อหาส่วนที่อัปเดต(update) ใหม่สุด แล้วไล่ย้อนหลังกลับไปเรื่อย ๆ blog แตกต่างจาก ไดอารี่ออนไลน์คือ เนื้อหาใน blog จะเรียงลำดับจากใหม่ไปเก่า กลับกันกับไดอารี่ที่มักมีแต่เนื้อหาของวันที่ปัจจุบัน หรือไม่ก็เรียงจากข้อความเก่า (เขียนก่อน) ไปหาใหม่ (เขียนทีหลัง) ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อการบันทึกเรื่องราวประจำวันเพียงอย่างเดียวเหมือนกับความหมายของไดอารี่
Google Apps เป็นระบบซอฟต์แวร์บริหารองค์กรผ่านอินเทอร์เน็ต เป็นเว็บแอพพลิเคชัน ซอฟต์แวร์บนอินเทอร์เน็ตมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป
Google Apps ประกอบไปด้วย
- Gmail ที่สามารถใช้ภายใต้โดเมนเนมของตนเองได้ ซึ่งถ้าหากใครใช้ Gmail จะคุ้ยเคยอย่างมาก โดยให้พื้นที่ 5 GByte
- Google Calendar ปฏิทินออนไลน์ ที่สามารถบันทึกตารางปฏิทินส่วนตัว และแชร์ข้อมูลให้แก่องค์กร หรือเพื่อนร่วมงานได้
- Google Docs & Spreadsheets สำหรับพิมพ์งานเอกสารทำนองเวิร์ดโพรเซสเซอร์ และตารางคำนวณ สามารถแบ่งปัน ข้อมูล และร่วมกันแก้ไขเอกสารผ่านระบบออนไลน์ได้อย่างสะดวก
- Google Talk เป็นโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตและแชต ที่สามารถฝากเสียงโทรกลับ ประหยัดค่าใช้จ่ายในองค์กรโดยจะไม่มีค่าโทรศัพท์
- Google Page Creator สำหรับการสร้างเว็บไซต์โดยไม่ต้องมีความรู้ HTML
- Google Start Page เป็นศูนย์รวมข้อมูลอยู่ที่หน้าแรกสำหรับองค์กร ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้
 
ประโยชน์ของ Webblog
 1.เปิดตัวเองให้โลกรู้ เรื่องของ blog มักเป็นเรื่องราวของเจ้าของ blog เป็นการเล่าประสบการณ์หรือความคิดของเจ้าของ เป็นการถ่ายทอดความคิดความรู้สึกของเจ้าของ blog เป็นการระบายความเคลียดอีกทางหนึ่ง

          2.ทันข่าวทันเหตุการณ์ ประสบการณ์บางคนก็เป็นข่าวเห็นอีกหลายคนได้ ข่าวจาก blog หลายแห่งเป็นข่าววงใน บางคนเล่าเหตุการณ์หรืออุบัติเหตุที่เจอมา หลาย blog พูดถึงแนวโน้มหรือความเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ

          3. กลั่นกรองข้อมูล blog บาง blog จะมีการกลั่นกรองข้อมูลก่อนนำลง blog ทำให้ผู้อ่าน blog ไม่ต้องเสียเวลาในการกลั่นกรองข้อมูล เพราะมีการนำเสนอข้อมูลหรือมีไกด์ในการท่องเว็บ

          4. รายงานการท่องเว็บ เป็นวัตถุประสงค์หลักที่เป็นต้นกำเนิดของการทำ blog หลาย blog มีการลิงก์ไปยังเว็บที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน blog ซึ่งเป็นการแนะนำว่าเว็บไหนดีก็ไปที่เว็บนั้น

          5. การแสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นความในใจของเรื่องต่างๆ ความคิดเชิงสร้างสรรค์ หรือการบ่นที่ทุกคนมีอยู่ในใจ การทำ blog เป็นช่องทางถ่ายทอดความคิดเห็นให้คนอื่นรับรู้

          6. ถ่ายทอดประสบการณ์ หรือไดอะรี่ออนไลน์ เป็นการถ่ายทอดเรื่องราวในชีวิตประจำวัน หรือเป็นการเล่าเรื่องการเดินทางท่องเที่ยว เช่น www.terrystrek.com

          7. โน้มน้าวใจผู้อ่าน ลักษณะนี้เป็นการโฆษณาชวนเชื่อ แต่กรณีแบบนี้เป็นการขายความคิด อย่าง blog สำหรับคอการเมืองอาจจะมีฝ่ายซ้าย - ฝ่ายขวา,สายเหยี่ยว ­- สายพิราบ จะพบว่าเนื้อหาจะเป็นการโพสต์โจมตีฝ่ายตรงข้าม แล้วก็สนับสนุนแนวความคิดของตนเอง

 

webblog มีอะไรบ้าง
ฟรีบล็อกเรื่องง่ายๆ ที่หลายคนหลงคิดว่ายาก แท้จริงแล้วง่ายนิดเดียว
http://blog.212cafe.com

บริการเว็บ blog... บันทึกได้อิสระดังใจคุณ
http://www.bloggang.com

Blog Service for Thai People
http://www.exteen.com

เว็บบล็อคของเว็บหรรษา
http://blog.hunsa.com

รวม blog ไดอารี่ เรื่องน่าอ่าน สาระ ความรู้จากสมาชิกไว้มากมาย
http://blog.kapook.com

เว็บบล็อคของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ
http://weblog.manager.co.th

Mthai ฟรี เว็บบล็อก สำหรับ การทำบล็อก การสร้าง บล็อก Weblog blog free blog ส่วนตัว
http://blog.mthai.com

เว็บบล็อคของหนังสือพิมพ์ The Nation
http://www.oknation.net/blog

เว็บบล็อคของหนังสือพิมพ์ The Nation
http://www.oknation.net/blog

 

ผู้คิดค้น Web blog

เมื่อปี 1992 เจ้าหน้าที่ของ CERN (สถาบันวิจัยนิวเคลียร์ภาคพื้นยุโรป) ได้คิดค้นและสร้างเว็บมาเพื่อแจ้งข่าวสารใหม่ๆในวงการเว็บ รวมถึงข่าวสารเว็บไซต์ที่เกิดขึ้นใหม่ โดย ลิงค์ ไปยังเว็บอื่นพร้อมทั้งอธิบายด้วยว่าเว็บนั้นว่าเกี่ยวกับอะไร และมีอะไรน่าสนใจ เรียกได้ว่าเป็นเว็บแบบ What ‘s New

หลังจากนั้นใน ปี 1997 Mr.Jorn Barger ซึ่งเป็นเจ้าของเว็บ robotwisdow.com ซึ่งเป็น Blog รุ่นแรกๆ ก็ได้คิดค้นคำว่า web blog ขึ้น จากนั้นก็เริ่มมี weblog ก็เกิดขึ้นตามมาเรื่อยๆ

จนกระทั่งในปี 1999 โดย mr.Peter Merhole เจ้าของเว็บ peterme.com ได้ประกาศว่าจะอ่าน Weblog ว่า “วี-บล็อก” หรือเรียกสั้นๆ ว่า Blog  นับตั้งแต่นั้นมา blog ก็เป็นที่นิยมกันมาขึ้นเรื่อยๆ โดยในปีเดียวกันนี้ เริ่มมีเว็บไซต์ที่ให้บริการช่วยสร้าง blog ให้กับผู้ใช้แบบฟรี นั่นคือ Blogger.com กับ Pitas.com  นับเป็น blog site รุ่นแรกๆ ที่ให้บริการสร้าง blog ของตนเองแก่ผู้ใช้ โดยการสมัครเป็นสมาชิกพร้อมกับให้ใช้เครื่องมือในการสร้าง blog ของตนเองผ่านทางเว็บเบราวเซอร์ เช่น IE , Firefox เป็นต้น ทำให้มีผู้ใช้สร้าง blog ของตนเองเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นหลายหมื่นหลายแสน blog

นอกจากนี้แล้วก็ยังมีโปรแกรมประเภท ช่วยสร้าง blog (Blogware) ฟรีประเภท Opensource เช่น Be2evolution, WordPress (ปัจจุบันเป็นที่นิยมมาก) เป็นต้น จนกลายเป็นข่าวดังตั้งแต่ปี 2002 มีข่าวเกี่ยวกับ blog ลงในเว็บไซต์ของ CNN, BBC ยิ่งทำให้มีคนนิยมสร้าง blog กันมากขึ้น แม้แต่บริษัทซอฟต์แวร์ยักษ์ใหญ่อย่าง ไมโครซอฟต์ เองก็ได้เปิดให้บริการ blog ฟรี ให้กับผู้ใช้ ผ่านทางเว็บไซต์ http://home.services.spaces.live.com/

สำหรับ ในเมืองไทยเราหลายวงการก็ได้นำเอา blog เป็นเครื่องมือช่วยในการประกอบธุรกิจ การค้าผ่านอิเล็กทรอนิกส์ การแลกเปลี่ยนความรู้ออนไลน์ การใช้เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลข่าวสาร อาทิ http://Bloggang.com http://oknation.com และ http://gotoknow.org(แห่งนี้) ก็เป็นตัวอย่างของการนำ blog มาใช้ทั้งสิ้น จะใช้ blog จากที่ไหนอย่างไรก็ตาม และจะใช้เพื่อประโยชน์อะไรนั้นสำคัญอยู่ที่ ต้องมีใจแบ่งปันความรู้ของผู้ใช้งานแต่ละคนเป็นสำคัญ

http://www.science.kmitl.ac.th/sciblog/?p=6