การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกองค์กร

ไทยเพรสซิเดนท์ฟู้ด

 

“มาม่า” ที่พึ่งคนยากยอดพุ่งกระฉูด 10% ยอมแบกต้นทุนไม่ขยับราคา

 

            ยอดขาย”มาม่า”  โตสวนกระแสพุ่งกระฉูด 10% เหตุลูกค้า กทม./ ตจว. กระเป๋าแฟบ หันบริโภคเพิ่มเดินหน้ายิงโฆษณา-อัดแคมเปญต่อเนื่องทั้งปี ด้าน “ไทยเพรสซิเดนท์ฯ” แอ่นอกรับภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น ไม่ขยับราคาแม้ต้นทุนเพิ่ม หวั่นเสียโอกาส ปลื้มได้ ISO 9002 ช่วยได้สารพัดด้าน เตรียมขอ ISO 14000 ต่อ

                นายสุรัตน์ เกตุรัตนกุล ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ บมจ.สหพัฒนพิบูล  เปิดเผยว่าครึ่งปีแรก มาม่า มียอดขายรวมเพิ่มประมาณ 10% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้การเติบโตแยกเป็น 2 ส่วน คือ แยกเป็นการชิงส่วนแบ่งการตลาดมาจากคู่แข่ง ปัจจุบันคาดว่า มาม่า ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 61-62% และส่วนที่สองเป็นผลมาจากภาวะเครษฐกิจที่ตกต่ำ อำนาจซื้อผู้บริโภคลดลง และหันมาบริโภคมาม่าเพิ่มขึ้นเพราะราคาถูกลง ทั้งนี้ตัวเลขยอดขายที่เพิ่มขึ้น เป็นการเพิ่มขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

                เมื่อพิจารณาตัวเลขจากกรณีของแรงงานที่เข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และตกงานกลับไปต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก  แต่ปรากฏว่า ไม่ส่งผลต่อยอดขาย  ขณะเดียวกันยอดขายในต่างจังหวัดก็เพิ่มมากขึ้น ตัวแลขดังกล่าว น่าจะเป็นเหตุเป็นผลที่เชื่อมโยงกันว่า เวลานี้คนหันมาบริโภคมาม่าเพิ่มขึ้น

                นายสุรัตน์ กล่าวว่าอย่างไรก็ตาม ขณะนี้แม้ยอดขายโดยรวมจะเพิ่มขึ้น แต่บริษัทก็ยังจำเป็นต้องมีแผนโฆษณาประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น ล่าสุดได้ออกภาพยนต์โฆษณามาม่า มา 3 ชุด เพื่อโปรโมทมาม่ารสต้มยำที่ได้รับรสชาติให้เข้มข้นขึ้น และในเร็วๆ นี้จะโฆษณามาอีกหนึ่งเรื่องนอกเหนือจากที่มีแคมเปญชิงโชคทองจากซองมาม่า หากย้อมกลับไปดูในส่วนการผลิตที่รับผิดชอบโดยบริษัท ไทยเพรสซิเดนท์ ฟู้ด จำกัด (มหาชน) จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นก็กลับกลายเป็นภาระ เพราะการผลิตจำนวนมาก นั่นหมายถึงการที่ต้องแบกภาระต้นทุนที่สูงขึ้น

                นายสุวิมล กมลโชติ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายวิจัยและพัฒนา บริษัท ไทยเพรสซิเดนท์ ฟู้ด จำกัด (มหาชน) กล่าววกับ “ประชาติธุรกิจ”  ขณะนี้ที่โรงงานศรีราชาเดินเครื่องผลิตเต็มที่ 15 ไลน์ ผลิตประมาณ 450000-500000 ชองต่อวัน มีรสที่ผลิตอยู่ทั้งสิ้นตอนนี้ประมาณ 19 รส ได้แก่ รสต้มยำกุ้ง หมูสับ และซุบไก่ ซึ่งมีปริมาณการผลิตมากที่สุด ตามลำดับ นอกจากนี้ ได้แก่ เป็ดพะโล้ เย็นตาโฟ แกงป่าข้าวซอย เซเลอร์มูล บะหมี่แห้งผัดขี้เมา เป็นต้น โดยรสชาติได้พัฒนาปรับปรุงเพื่อให้เป็นที่ถูกปากผู้บริโภคมากที่สุด ทำให้ต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาที่จำหน่ายในปัจจุบัน

                วัตถุดิบที่เข้ากระบวนการผลิต เราเน้นในเรื่องคุณภาพ  ซึ่งของทุกอย่างขึ้นราคา อาทิ แป้งสาลี น้ำมันปาล์ม เครื่องเทศที่นำมาผลิตเครื่องปรุงรส  แต่โรงงานก็ต้องแบกภาระต้นทุนเองทั้งหมด และไม่สามารถปรับราคาได้  เพราะการปรับราคาจะทำให้โอกาสที่จะเพิ่มยอดขายเสียไป ปัจจุบันผู้บริโภคไม่พร้อมที่จะซื้อของราคาแพง ดังนั้นในด้านองค์กรจึงต้องปรับตัวเพื่อลดต้นทุนในด้านต่างๆ เช่น การประหยัดน้ำ ประหยัดไฟ ลดค่าโอทีด้วยการปรับการทำงานเหลือสองกะ จากเดิมสามกะ ขณะเดียวกันก็ให้คนทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้มากขึ้น เป็นต้น ทำให้ตัดค่าใช้จ่ายไปได้บางส่วน

                ปัจจุบันโรงงานผลิตมาม่าที่ศรีราชาเป็นโรงงานแห่งเดียวที่ได้รับใบรับรองมาตรฐาน ISO9002 และระบบนี้ก็ช่วยบริษัทในหลายด้าน ทั้งด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา การซื้อวัตถุดิบ การควบคุม คุณภาพ เป็นต้น ที่สำคัญคือ ช่วยในด้านการส่งออกที่ปัจจุบันส่งออกประมาณ 10% ของยอดการผลิตและจะขยายตลาดการส่งออกเพิ่มขึ้นต่อไป