การถือศีลอดในเดือนรอมาฎอน 

 

 

“บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย  การถือศีลอดได้ถูกกำหนดเหนือบรรดาสูเจ้าแล้ว เช่นเดียวกับที่ได้ถูกกำหนดเหนือบรรดาปวงชนก่อนสูเจ้า เพื่อว่าสูเจ้าจะได้หวั่นเกรงความชั่ว...”

                     (อัลบะกอเราะฮฺ : 183) 

 

         ผู้ที่จำเป็นต้องถือศีลอดมีกฎเกณฑ์ 5 ประการ

 

1.       ต้องเป็นมุสลิม

2.       มีอายุครบกำหนดตามศาสนบัญญัติ

3.       มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์  ไม่วิกลจริต

4.       มีร่างกายแข็งแรง สามารถถือศีลอดได้ตลอดทั้งวัน

5.       ถ้าเป็นหญิงต้องไม่มีประจำเดือน  หรือมีเลือดออกมาจากการคลอดบุตรในขณะนั้น ซึ่งถูกห้ามไม่ให้ถือศีลอด  แต่ต้องชดใช้ตามวันที่ขาดไปในภายหลัง

 

      ข้อปฏิบัติในการถือศีลอด 

 

1.       ต้องตั้งเจตนา (เนียต) ในการถือศีลอดทุกๆคืนระหว่างดวงอาทิตย์ตกจนถึงแสงอรุณขึ้น โดยอ่านและเนียต ดังนี้

 “นาวัยตูเซามาฆ่อดิน อันอาด้าอี ฟัรดีชะฮฺรีรอมาฎอน ฮาซี่ฮิซซานาตี ลิ้ลลาฮีตาอ้าลา”

 

เนียตว่า   “ข้าพเจ้าถือศีลอดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นฟัรฎูเดือนรอมาฎอนในปีนี้ เพื่ออัลเลาะฮฺตะอาลา”

 

2.       ต้องอดกลั้นต่อบรรดาการกระทำต่างๆ ซึ่งเป็นข้อห้ามที่จะทำให้เสียศีลอด

       ข้อห้ามขณะถือศีลอด

 

1.       ห้ามรับประทานหรือดื่ม รวมทั้งการสูบบุหรี่ด้วยโดยเจตนา

2.       ห้ามร่วมประเวณี หรือทำให้อสุจิออกมาโดยเจตนา

3.       ห้ามทำให้อาเจียนโดยเจตนา

4.       ห้ามเอาสิ่งใดเข้าไปจนลึกเกินบริเวณภายนอกในอวัยวะที่เป็นรู เช่น ปาก จมูก โดยเจตนา

ข้อห้ามเหล่านี้ ห้ามเฉพาะเวลากลางวันเท่านั้น ส่วนน้ำลายในปากกลืนได้ไม่ห้าม

 

       สิ่งที่ทำให้เสียศีลอด 

 

1.       กระทำอย่างหนึ่งอย่างใดจากข้อห้าม 4 ข้อที่กล่าวมาแล้ว

2.       เสียสติ  เป็นลม หรือปราศจากความรู้สึกผิดชอบ

3.       มีประจำเดือนหรือเลือดหลังการคลอดบุตร

4.       หลุดพ้นจากศาสนาอิสลาม (ตกมุรตัร)

ผู้ที่เสียศีลอด ต้องถือศีลอดชดใช้ในภายหลัง

 

   ข้อควรปฏิบัติ (สุนัต) ในการถือศีลอด 

 

1.       ให้รับประทานอาหารดึก (ซะฮูร) หลังเที่ยงคืนหรือใกล้เวลาเริ่มถือศีลอด

2.       ให้รีบละศีลอดทันทีเมื่อถึงเวลา และควรอ่านดุอาร์นี้ก่อนรับประทาน คือ

 

“อัลลอฮฺฮุมมาลากาซุมตู ว่าบีกาอามังตู วาลากาอัซลัมตู วาอาลาริซกีกา อัฟตอรตู ยาวาซีอั้ลมัฆฟีรอตี บีเราะฮฺมาตีกา ย้าอัรฮามัรรอฮีมีน”

 

3.       งดเว้นการพูดที่ชั่วร้าย เช่น การนินทา การพูดเท็จ ฯลฯ

4.       ละหมาดตะรอวิฮ์ทุกคืน

5.       ประกอบกรรมดีให้มาก เช่น ละหมาด อ่านกุรอาน บริจาค

6.       แจกหรือเลี้ยงอาหารคนถือศีลอด

7.       อาบน้ำยูนุบ เฮด หรือนิฟาส ก่อนรุ่งอรุณ

8.       แก้ศีลอดด้วยอินทผลัมหรือน้ำก่อน

 

 

 

   สิ่งที่ไม่ควรทำ (มักโระฮ์) ระหว่างถือศีลอด 

1.       แก้ศีลอดล่าช้า

2.       ชิมหรือเคี้ยว หรือดมอาหาร หรือหอม

3.       ทะเลาะวิวาทกัน นินทา ยุแหย่

      ผู้ที่ได้รับการยกเว้นการถือศีลอด

 

1.       คนป่วยมากจนไม่สามารถถือศีลอดทั้งวัน ต้องชดใช้ภายหลัง

2.       หญิงมีประจำเดือนหรือเลือดหลังคลอดบุตร ต้องชดใช้ภายหลัง

3.       คนเดินทางไกล ต้องชดใช้ภายหลัง

4.       หญิงที่มีครรภ์ ซึ่งมีอาการว่า ถ้าถือศีลอดจะเป็นอันตรายแก่ตนหรือบุตรในท้อง ต้องชดใช้ภายหลัง และแจกอาหารตามจำนวนวันที่ขาดไป วันละ 1 ลิตร ถ้าหากไม่ชดใช้จนล่วงเข้าปีที่ 2 ต้องแจกอาหารวันละ 2 ลิตร และทวีขึ้นเรื่อยๆไป

5.       คนแก่มากหรือป่วยจนรักษาไม่หาย ไม่ต้องชดใช้การถือศีลอด แต่ต้องแจกอาหารในอัตราเดียวกับหญิงมีครรภ์

 

      ผู้ที่ไม่ถือศีลอดชดใช้ 

 

                ผู้ที่ขาดศีลอดและยังไม่ได้ชดใช้ทั้งๆ ที่ร่างกายแข็งแรงแล้ว ต้องเสียค่าปรับ (ฟิดยะฮ์) คือแจกอาหารให้คนยากจน 1 ลิตรต่อการขาดศีลอด 1 วัน หากไม่ชดใช้จนเข้าสู่ปีที่ 2 ก็ต้องแจกอาหารวันละ 2 ลิตรต่อการขาดศีลอด1 วันและเพิ่มค่าปรับในอัตรานี้เรื่อยๆ

    ผู้ที่ร่วมประเวณีในเวลากลางวันขณะถือศีลอด

 

ถือเป็นบาปหนักและมีผลให้

1.       การถือศีลอดของเขาเสีย

2.       ต้องถือศีลอดชดใช้

3.       ต้องจ่ายค่าทดแทนโดยการปล่อยทาส ถ้าหากไม่ได้ก็ให้ถือศีลอด 2 เดือนติดๆกันโดยไม่ขาดเลย

4.       ถ้าถือศีลอดที่กล่าวมาไม่ได้ก็ให้แจกอาหาร 60 ลิตร แก่คนยากจนอนาถา