บันทึกครั้งที่ ๒

การเรียนสอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในประเทศไทย 

การเรียนการสอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในประเทศไทยนั้นมีการแบ่งประเด็นในการศึกษาแตกต่างกันไปดังนี้ 

ในสาขานิติศาสตร์ สำหรับระดับปริญญาตรีจะเป็นวิชาเลือกในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิตเกือบทุกสถาบันการศึกษากฎหมายในประเทศ ซึ่งอาจเรียกชื่อแตกต่างกันไป หรือแยกเป็นหลายวิชา เช่น วิชากฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายการลงทุนระหว่างประเทศ กฎหมายการเงินระหว่างประเทศ เป็นต้น สำหรับชั้นปริญญาโทในบางสถาบันการศึกษากำหนดหลักสูตรให้เป็นวิชาหลักหรือวิชาบังคับเรียน บางสถาบันการศึกษาก็กำหนดหลักสูตรให้เป็นวิชาเลือก แล้วแต่ผู้จัดทำหลักสูตรเห็นควรว่ามีความสำคัญในระดับใด 

สำหรับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ถือเป็นวิชาหลักในหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายระหว่างประเทศในปัจจุบัน (หลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตฉบับแก้ไข ปีพ.ศ.๒๕๔๔) แต่เดิมในหลักสูตรเก่าเป็นเพียงวิชาเลือกเท่านั้น อาจด้วยเหตุผลที่ผู้จัดทำหลักสูตร เห็นว่ากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศนั้นมีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ และเปลี่ยนแปลงบทบาทไปมากกว่าในอดีตที่เป็นเพียงวิชาที่ศึกษาเพื่อเพิ่มเติมความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านให้มากขึ้นเท่านั้น จึงได้ปรับเปลี่ยนไปในหลักสูตรปัจจุบัน

ในสาขาอื่นนอกจากนิติศาสตร์ เช่น คณะเศรษฐศาสตร์ และคณะพาณิชย์และการบัญชีหรือคณะบริหารธุรกิจ ในสถาบันการศึกษาส่วนใหญ่ เห็นความสำคัญของการศึกษากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ มากน้อยขึ้นอยู่กับความเกี่ยวข้อง การเห็นความสำคัญและความเข้าใจในเนื้อหาของผู้จัดทำหลักสูตร ประกอบกับการจัดหาบุคคลากรที่จะดำเนินการตามหลักสูตร อันนำมาสู่ปัญหาในการเรียนการสอนดังนี้ 

๑.  สำหรับสถาบันการศึกษาที่มีการเปิดคณะนิติศาสตร์ในสถาบัน มีบุคคลากรที่เชี่ยวชาญ  และมีตารางเวลาที่จัดสรรเพื่อสอนในคณะอื่น ๆ ตามที่กล่าวมาได้ ก็สามารถสร้างองค์ความรู้ให้แก่ผู้เรียนนอกคณะนิติศาสตร์ได้ แต่หากเงื่อนไขขาดไป เช่น ไม่มีบุคคากรผู้เชี่ยวชาญ หรือไม่มีตารางเวลาที่จัดสรรเพื่อสอนในคณะอื่น ๆ ได้ การศึกษากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศก็อาจขาดตกบกพร่องไป หรือไม่มีการศึกษาเลย ต้องอาศัยความใฝ่รู้ของผู้เรียนเอง 

๒.  สำหรับสถาบันการศึกษาที่ไม่มีการเปิดคณะนิติศาสตร์ในสถาบัน เงื่อนไขสำคัญจึงอยู่ที่การเห็นความสำคัญและความเข้าใจในเนื้อหาของผู้จัดทำหลักสูตร ประกอบกับการจัดหาบุคคลากรที่จะดำเนินการตามหลักสูตร บางครั้งผู้จัดทำหลักสูตรเห็นความสำคัญของการศึกษากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ แต่ไม่สามารถจัดหาบุคคลากรผู้สอนได้ จึงต้องปิดวิชาไป หรือแก้ปัญหาโดยใช้อาจารย์ในคณะซึ่งมีความพยายามเข้าใจหรือเข้ากฎหมายมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้สอนแทน จึงทำให้การศึกษาดังกล่าวอาจจะไม่ตรงกับสิ่งที่ควรเป็นหรือสิ่งที่ถูกต้องสำหรับผู้เรียนนักเนื่องจากผู้สอนไม่มีความเชี่ยวชาญหรือความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

จากที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นเป็นเพียงปัญหาด้านการจัดการหลักสูตรการเรียนการสอน แต่ในด้านเนื้อหาก็เป็นปัญหาที่น่าขบคิดเช่นเดียวกัน ซึ่งเนื้อหาของการศึกษาในปัจจุบันส่วนใหญ่จะเน้นไปที่กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่อยู่ในส่วนของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง อันจะเป็นเรื่องความตกลงและการระงับข้อพิพาทของรัฐ องค์การระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจระหว่างประเทศเสียส่วนใหญ่[1] ทำให้เข้าใจว่ากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศมิได้มีเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลเกี่ยวข้องอยู่เลย[2] ทั้งที่ประเด็นสำคัญหลายเรื่องเกี่ยวข้องกับเรื่องการขัดกันแห่งกฎหมาย (conflict of laws) ซึ่งหมายถึงกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลนั่นเอง

แต่ปัญหาดังกล่าวนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใดในฝั่งตะวันตกก็เคยเกิดขึ้นเช่นกัน[3] แต่ในปัจจุบัน นักวิชาการผู้สอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในฝั่งตะวันตก ได้สร้างเวทีในการทำความเข้าใจร่วมกันในการการสอน และพยามยามสร้างระบบการเรียนการสอนในครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและสร้างเครือข่ายการศึกษาขึ้นเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง หรือเป็นประโยชน์ในการศึกษาแม้ว่าจะมีความเห็นที่แตกต่างกัน เช่น เวทีของ ASIL (American Society of International Law) หรือ การศึกษาวิจัยของ OECD เป็นต้น

ปัจจุบันการเรียนการสอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศในประเทศไทยนั้นยังไม่ได้รับการจัดเรียงให้เป็นระบบและมีมาตรฐานไปในทิศทางเดียวกันสำหรับในโรงเรียนกฎหมายสำนักต่าง ๆ อีกทั้งยังมีมุมมองที่ต่างกันไป เช่น การเลือกเรียนเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก และนักศึกษาที่ยังไม่เข้าใจอนุมานว่าเป็นทั้งมวลของกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หรือเนื้อหาการสอนที่เกี่ยวกับการลงทุนระหว่างประเทศที่ดูน้อยและไม่ค่อยครบถ้วน แม้ว่าในหลักสูตรอาจแบ่งออกมาเป็นวิชาแยกต่างหากก็ตาม เป็นต้น  

ในบางครั้งเมื่อนำไปใช้ในการเรียนการสอนในสาขาวิชาอื่น ๆ นอกคณะนิติศาสตร์ ก็ยังมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกันไปในหลายเรื่อง ประกอบกับการจัดทำเอกสาร ตำรา ประกอบการสอนภาษาไทยที่มีอยู่ในปัจจุบันมีจำนวนน้อยมาก หนังสือที่มีอยู่ชัดเจนในเรื่องนี้ ได้แก่ หนังสือเกี่ยวกับกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศของดร.สุรเกียรติ์  เสถียรไทย เรื่อง “บทบาทของกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” หรือหนังสือ “กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” ของรองศาสตราจารย์ทัชชมัย (ฤกษะสุต) ทองอุไร หรือ บทย่อยว่าด้วย “กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ” ในหนังสือ “กฎหมายระหว่างประเทศ” ของศาสตราจารย์ดร.จตุรนต์ ถิระวัฒน์ เป็นต้น ซึ่งถือว่าน้อยเกินไปสำหรับใช้ในการศึกษาในเรื่องนี้ ส่วนหนังสือภาษาไทยเล่มอื่น ๆ นั้นจะกล่าวถือประเด็นที่เกี่ยวกับองค์การการค้าโลกเสียส่วนใหญ่ ทำให้มองไม่เห็นภาพโดยรวมหรือโครงสร้างของกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ทำให้ผู้เรียนไม่เข้าใจความสัมพันธ์ในแต่ละเรื่อง และยากต่อการเข้าใจเพื่อพัฒนาการเรียนในระดับที่สูงขึ้น

จากที่กล่าวมาข้างต้นเนื้อหาในการสอนส่วนใหญ่นั้นก็จะแล้วแต่ผู้สอนแต่ละท่านจะได้วางแนวการสอนว่าเป็นอย่างไร ยังมิได้มีการวางกรอบร่วมกันของผู้สอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศแบบบูรณาการในประเทศว่าควรเป็นอย่างไรและจะพัฒนาในทิศทางใด ดังนั้น ประเทศไทยควรจัดให้มีการศึกษากฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศให้ชัดเจนและเป็นระบบยิ่งขึ้น และมีความจำเป็นที่จะต้องมีการประชุมทางวิชาการขึ้นเพื่อหาทิศทางหรือแนวทางในการพัฒนาการเรียนการสอนกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศสำหรับประเทศไทยในอนาคต



[1]    ตัวอย่างจากคำอธิบายรายวิชา ของหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบ

3400733 กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 1

วิเคราะห์กฎเกณฑ์ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา และประเทศพัฒนาน้อยที่สุด(LDCs) รวมทั้งการรวมกลุ่มเศรษฐกิจต่างๆ (Economic Integration) ในเรื่องความตกลงภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) ข้อตกลงในการเจรจาการค้าหลายฝ่าย (Multilateral Negotiation) รวมทั้งพิจารณาข้อตกลงทวิภาคีและพหุภาคี (Bilateral and Multilateral Agreement) ในกรอบของ WTO และวิเคราะห์กฎหมายเกี่ยวกับเศรษฐกิจการค้าของสหรัฐอเมริกาและสหภาพยุโรปที่มีผลต่อการส่งออกสินค้าไทย

3400734 กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 3

การจัดตั้งกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) วิเคราะห์โครงสร้างการบริหารงานและความสัมพันธ์กับรัฐสมาชิก บทบาทของ IMF ในการดำเนินการระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องการรักษาเสถียรภาพของเงินตราและส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ วิวัฒนาการของระบบการเงินระหว่างประเทศกับการเปลี่ยนแปลงในข้อตกลงของ IMF ตลอดจนบทบาทที่มีต่อเสถียรภาพและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศกำลังพัฒนา สาเหตุของหนี้ต่างประเทศของประเทศกำลังพัฒนาและบทบาทของ IMF ในการแก้ไขปัญหาและความสัมพันธ์ของ IMF กับประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจ รวมทั้งการศึกษาถึงเรื่องการเงินระหว่างประเทศซึ่งเกี่ยวกับกฎหมายและเศรษฐกิจของไทย

[2]    ดูคำอธิบายวิชาในหลักสูตรนิติศาสตรบัณฑิต และนิติศาสตรมหาบัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง และคณะนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ประกอบ

แต่คำอธิบายวิชาในหลักสูตรนิติศาสตรมหาบัณฑิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บางวิชานั้นก็มีเรื่องของกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคลเกี่ยวข้องอยู่ด้วยเช่น 

3400560 กฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ 2

บทบาทของกฎหมายเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับบรรษัทข้ามชาติ ลักษณะการประกอบการของบรรษัทข้ามชาติและความเกี่ยวข้องกับประเด็นกฎหมาย ความสัมพันธ์ระหว่างวิวัฒนาการของการประกอบการลงทุนของบรรษัทข้ามชาติในประเทศกำลังพัฒนากับวิวัฒนาการของทฤษฎีและหลักกฎหมายที่ตอบสนองต่อการลงทุนนั้น ๆ ปัญหากฎหมายในการส่งเสริมและควบคุมการประกอบการของบรรษัทข้ามชาติ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การโอนกำไรระหว่างบริษัทในเครือ ลักษณะสัญญาที่บรรษัทข้ามชาติทำกับประเทศกำลังพัฒนาในกิจการต่างๆ การหลีกเลี่ยงและขจัดข้อพิพาทระหว่างบรรษัทข้ามชาติกับประเทศกำลังพัฒนา 

[3]    ดูเพิ่มเติมใน Steve Charnovitz, ‘What is International Economic Law?’ 14 J. Int'l Econ. L. 3 (2011) และดูความเห็นของ Kunz ใน Josef L. Kunz, ‘The Systematic Problem of the Science of International Law’, 53 American Journal of International Law 379 (1959), p. 383