ในช่วงเดือนกันยายน – พฤศจิกายนของทุกปี  จะมีฝูงเหยี่ยวและนกนานาชนิด  บินอพยพจากประเทศรัสเซีย จีน ญี่ปุ่น ไต้หวัน และฮ่องกง
เพื่อหนีอากาศที่หนาวเย็น เพราะมีหิมะตกและบางพื้นมีน้ำน้ำแข็งปกคลุม
จำเป็นต้องหาอากาศอบอุ่นและหาแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์
 เหยี่ยวจะบินอพยพลงมาทางตอนใต้ทุกปี
พื้นที่ที่เหยี่ยวอพยพผ่านมากที่สุดคือจังหวัดชุมพร
เพราะมีภูมิประเทศเป็นจุดแคบสุดของด้ามขวานทอง
ด้านทิศตะวันออกคือที่ราบชายฝั่งทะเลติดอ่าวไทย
ส่วนด้านทิศตะวันตกคือเทือกเขาตะนาวศรี
  บริเวณที่ดูและนับเหยี่ยวต้องเป็นพื้นที่โล่ง
อยู่ใกล้แนวชายทะเล
ซึ่งเป็นทำเลที่ดีที่สุดในการดูและนับเหยี่ยวอพยพขาไป
คือ บริเวณเขาดินสอ หมู่ที่
8 ตำบลบางสน อำเภอปะทิว โดยเวลาที่เหมาะสุดสำหรับการดูและนับเหยี่ยว
เป็นช่วงเช้าแดดอ่อนๆ ประมาณ
08.00 -11.00 น. ซึ่งเหยี่ยวจะบินต่ำและสามารถสังเกตเห็นได้ง่าย 

        เหยี่ยวที่อพยพผ่านจังหวัดชุมพรในช่วงต้นเดือนกันยายนถึงกลางพฤศจิกายน
ได้แก่ เหยี่ยว
5 ชนิด คือ เหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน (Chinese
Goshawk) เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น (Japanese Sparrowhawk) เหยี่ยวผึ้ง (Oriental Honey-Buzzard) เหยี่ยวกิ้งก่าดำ(Black Baza)และเหยี่ยวหน้าเทา (Grey-faced Buzzard) และถ้าโชคดีนักดูนกอาจเห็นนกอินทรี
อีกด้วย 

          

 

 โดยเหยี่ยวนกเขาพันธุ์จีน
และ เหยี่ยวนกเขาพันธุ์ญี่ปุ่น จะมาเร็วสุด คือ ต้นเดือนกันยายน
ถัดจากนั้นช่วงต้นเดือนตุลาคม เป็นเวลาของ เหยี่ยวผึ้ง และ เหยี่ยวหน้าเทา
ส่วนปลายเดือนตุลาคม เหยี่ยวกิ้งก่าดำ จะเริ่มอพยพผ่านชุมพร
ชนิดนี้มีจำนวนมากที่สุด ปีที่แล้วมีถึงเกือบ
70,000 ตัว  

             นอกจากเหยี่ยวทั้ง 5 ชนิดจะบินมาให้นักดูนกได้ตื่นเต้นกันแล้ว ยังมีเหยี่ยวชนิดอื่นอย่าง 
เหยี่ยวออสเปรย์ (Osprey) เหยี่ยวดำ (Black
Kite) เหยี่ยวทะเลทราย (Common Buzzard) เหยี่ยวทุ่ง
(Unidentified Harrier) และ เหยี่ยวเพเรกริน (Peregrine
Falcon) บินมาให้นักดูนกได้เห็นกันอีกด้วย
 

              ด้านนายสมศักดิ์  เจริญไพฑูรย์ นายอำเภอปะทิว ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่เขาดินสอ
จุดดูเหยี่ยวที่ชัดที่สุด กล่าวว่า มีหลายคนถามว่าทำไมต้องไปดูถึงชุมพร  ซึ่งก็ต้องบอกอย่างนี้ ว่า
อันที่จริงแล้วมีสถานที่หลายแห่งให้นักดูนกเฝ้าดูเหยี่ยวอพยพผ่านได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณรอยต่อของภาคกลางและภาคใต้ เช่น อุทยานแห่งชาติสามร้อยยอด
อ่างเก็บน้ำยางชุม ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หรือบริเวณทุ่งโล่งแถวจังหวัดเพชรบุรี
สมุทรสงคราม ราชบุรี และนครปฐม ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนเข้าสู่พื้นที่คอคอดกระ
จังหวัดชุมพร
 “การที่จังหวัดชุมพรตั้งอยู่บนคาบสมุทรมลายูซึ่งเป็นส่วนแคบของดินแดนขวานทอง
ด้านทิศตะวันออกมีสภาพเป็นที่ราบกว้างใหญ่จรดชายฝั่งอ่าวไทย ส่วนทางทิศตะวันตกมีเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวในแนวเหนือ-ใต้ลักษณะเหมือนคอขวด เหยี่ยวจะถูกบีบให้บินผ่านพื้นที่แคบๆ
ทำให้การจราจรทางอากาศบริเวณนี้ค่อนข้างคับคั่ง ที่นี่จึงเหมาะมากสำหรับการเฝ้าดูเหยี่ยวอพยพ
ที่น่าสนใจและน่าทึ่งมากที่สุด คือมีการตั้งข้อสังเกตว่า เหยี่ยวใช้อะไรนำทาง
ซึ่งนอกจากลักษณะทางธรรมชาติแล้ว เหยี่ยวอพยพยังใช้แนวถนนเพชรเกษมนำทางลงใต้ด้วย”
นายสมศักดิ์ กล่าว
สำหรับพื้นที่บริเวณเขาดินสอเป็นเขาที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล
736 เมตร นอกจากจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีทิวทัศน์สวยงามและสามารถดูเหยี่ยวอพยพได้ใกล้ที่สุดในประเทศไทยนอกจากนั้นยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลอ่าวไทยในพื้นที่อำเภอปะทิวได้อย่างสวยงามอีกด้วยซึงในปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) สำนักงานชุมพร เชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติ รวมถึงนักดูนกทั่วโลกเข้าร่วมเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 9 ณ จังหวัดชุมพรตลอดเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายน 2553นายอุทัย  วรมาศกุล ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
(ททท.) สำนักงานชุมพร กล่าวว่า สำหรับการจัดเทศกาลดูเหยี่ยวอพยพ จังหวัดชุมพรได้จัดติดต่อกันมาเป็นครั้งที่ 8 แล้ว สาเหตุที่ทำให้จังหวัดชุมพร
สามารถมองเห็นนกเหยี่ยวได้ชัดเจนที่สุด เพราะจังหวัดชุมพร มีแนวเทือกเขาตะนาวศรีทอดตัวในแนวเหนือใต้ ด้านทิศตะวันออกเป็นที่ราบขนาดใหญ่จรดทะเลจังหวัดชุมพรจึงเป็นเสมือนคอขวด หรือคอคอดกระ ซึ่งเป็นส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายูที่นกจำนวนมากจากหลายทิศทาง ต้องพากันรวมกลุ่มเดินทางไกล อพยพผ่านจังหวัดชุมพร
ทำให้สามารถเฝ้าชมปรากฏการณ์ธรรมชาติอันยิ่งใหญ่นี้ได้ จากเช้าจรดเย็น ตลอดเดือนตุลาคม-เดือนพฤศจิกายนของทุกปี
โดยในช่วงเช้านกเหยี่ยวจะบินอพยพในระดับต่ำ และจะไต่ระดับความสูงยิ่งขึ้น
ตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันในส่วนของจังหวัดชุมพร สามารถดูนกเหยี่ยวได้
2 แห่ง คือที่บริเวณเขาดินสอ อำเภอปะทิว และที่เทศบาลตำบลท่ายาง อำเภอเมือง โดยเหยี่ยวที่พบเห็นได้ในจังหวัดชุมพร
ได้แก่

เหยี่ยวกิ้งก่าสีดำ (Black Baza)

เหยี่ยวผึ้ง (OrientalHoney-Buzzard)

เหยี่ยวหญ้าเทา (Grey-faced)

 และที่น่าตื่นเต้นที่สุด คือกลุ่มของนกอินทรีย์ (Eagle)ซึ่งหาดูได้ยากในประเทศไทย สามารถพบเห็นได้ง่ายที่จังหวัดชุมพรอีกด้วย