งานวิจัย

ชื่อผลงานวิจัย   การพัฒนาระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ชื่อผู้วิจัย            นางเตือนใจ ดลประสิทธิ์

ตำแหน่ง              ครู

การศึกษา         ปริญญาเอก

สถานศึกษา       ประเภท วิทยานิพนธ์

สถานที่จัดเก็บผลงาน  คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

แนวคิด(concept)  แนวคิดเชิงระบบ การพัฒนาระบบ การพัฒนาสมรรถนะ

วัตถุประสงค์(objective) เพื่อพัฒนาระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

แนวทางการปฏิบัติ(regulation) การวิจัยครั้งนี้ใช้รูปแบบการวิจัยเชิงบรรยาย (Descriptive Research) แบ่งวิธีดำเนินการวิจัยออกเป็น 4 ขั้นตอน  ดังนี้

       ขั้นที่ 1 การกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัย

เป็นการศึกษาวิเคราะห์แนวคิดเกี่ยวกับการกำหนดสมรรถนะ  การพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน แนวคิดเกี่ยวกับระบบและการพัฒนาระบบ โดยใช้วิธีการศึกษาจากหนังสือ ตำรา ผลงานวิจัย และเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องซึ่งแต่ละส่วนจะครอบคลุมเนื้อหาย่อย ดังนี้

แนวคิดเกี่ยวกับระบบ  ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด หลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ

ความหมายและองค์ประกอบของระบบของ ณัฐนิภา  คุปรัตน์ (2523) สนานจิตร  สุคนธทรัพย์ (2530)  Bertalanffy (1968) Couger and Kuapp (1974) Smith (1982) และ Lunenburg and Ormstein (1996)  และนำกรอบแนวคิดเกี่ยวกับองค์ประกอบของระบบของ Schoderbek and others (1990) มาเป็นแนวทางในการกำหนดองค์ประกอบต่างๆของระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ได้แก่ 1) ปัจจัยนำเข้า (Input) 2) กระบวนการ  (Process) 3) ผลผลิต (Output) 4) ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) 5) สภาพแวดล้อม (Environment)

        แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ  ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิด หลักการและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาระบบของEdwards(1985) Kendall and Kendall (1988) วิทยา  คู่วิรัตน์ (2539) เฉลิมชัย  หาญกล้า (2545) พงศ์เทพ  จิระโร(2546) มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนในการวิจัยประกอบด้วย 1) การวิเคราะห์ระบบ 2) การออกแบบระบบ 3) การตรวจสอบระบบ

      แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานผู้วิจัย

ได้ทำการศึกษาเอกสาร ตำรา แนวคิด หลักการ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของ Dessler (2003), ศุภชัย  ยาวะประภาษ (2548) , สถาบันพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา(ม.ป.ป.), นโยบาย แผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำมากำหนดเป็นกรอบแนวคิดที่สำคัญของระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีส่วนประกอบสำคัญ คือ 1)  หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) บุคลากร 4) งบประมาณ 5) การเตรียมการพัฒนา 6)  การประเมินก่อนดำเนินการ 7) การดำเนินการพัฒนา 8) การประเมินผลการดำเนินการ 9) การรายงานผลการพัฒนา 10) การวิเคราะห์ผลการดำเนินการ 11) สภาพแวดล้อมของการพัฒนา

       เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัยในขั้นตอนนี้ เป็นแบบวิเคราะห์เอกสาร ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น เพื่อศึกษาและสังเคราะห์เอกสารและนำข้อสรุปจากการศึกษาไปเป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย การรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องจากหอสมุดสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ หอสมุดแห่งชาติ ฐานข้อมูลทางอินเตอร์เน็ต หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำการศึกษา วิเคราะห์ สรุปประเด็น และบันทึกข้อมูลในแบบวิเคราะห์เอกสารที่สร้างขึ้น               การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสรุปสาระสำคัญ จำแนกและเรียบเรียงรายการข้อมูลตามแบบวิเคราะห์เอกสารให้สอดคล้องกับกรอบแนวคิดในการวิจัย

ขั้นที่ 2  การวิเคราะห์ระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

การดำเนินการวิจัยในขั้นตอนนี้ประกอบด้วยขั้นตอนย่อย 2 ขั้นตอน คือ  1) ศึกษาวิเคราะห์สภาพของการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน และ2) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และสภาพที่ควรจะเป็นของระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามองค์ประกอบของระบบที่ใช้เป็นกรอบแนวคิดในการวิจัย  โดยใช้ แบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง นำไปใช้ในการสัมภาษณ์บุคคลที่เกี่ยวข้องกับระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานจำนวน 10 คน และแบบสอบถาม แบบมาตรประมาณค่า 5 ระดับ เพื่อสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับระบบการกำหนดสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  สภาพปัจจุบัน ปัญหา และสภาพที่ควรจะเป็นของระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage sampling) จำนวนกลุ่มตัวอย่าง  380  คน การวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสอบถาม ส่วนที่เป็นแบบเลือกตอบใช้วิธีแจกแจงความถี่และหาค่าร้อยละ  ส่วนที่เป็นแบบมาตรประมาณค่าใช้การหาค่าเฉลี่ย (mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation = S.D.) โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

ขั้นที่ 3 การออกแบบระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

การดำเนินการวิจัยในขั้นตอนนี้เป็นการนำผลการวิจัยในขั้นกำหนดกรอบแนวคิดในการวิจัยและการวิเคราะห์ระบบมาทำการศึกษาและสรุปเนื้อหา เพื่อดำเนินการตามกิจกรรมย่อยสองประการคือ 1) เป็นการออกแบบส่วนประกอบและคุณสมบัติที่เหมาะสมของระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  2) เป็นการจัดทำร่างระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ที่พร้อมจะนำสู่การตรวจสอบของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยผู้วิจัยได้นำระบบที่ได้มีการจัดทำร่างรายละเอียดต่างๆ พร้อมแบบประเมินระบบ เสนออาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์เพื่อพิจารณาความเหมาะสม และปรับปรุงแก้ไข

ขั้นที่ 4 การตรวจสอบระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนนี้ เป็นการศึกษาความเหมาะสมของระบบฉบับร่างใน

ขั้นตอนที่ 3  แบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ คือ

1) การศึกษาความเหมาะสมของร่างระบบ โดยการสอบถามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการบริหารงานบุคคล และด้านการบริหารการศึกษา

2) นำผลที่ได้จากการสอบถามความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ  มาทำการแก้ไข ปรับปรุง  เพื่อให้มีความเหมาะสมและความเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น  ผลลัพธ์ในขั้นนี้ คือระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ที่ผ่านการตรวจสอบความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของระบบ

แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัยขั้นตอนนี้มาจากบุคคล 2 กลุ่ม  ได้แก่ 1) นักวิชาการด้านการบริหารงานบุคคล 2) นักวิชาการด้านบริหารการศึกษา  หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของระบบใช้วิธีการคัดเลือกแบบเจาะจงคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ เสนอให้อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์พิจารณาความเหมาะสม จำนวนกลุ่มตัวอย่าง รวม 15 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เป็นความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิ ในการพิจารณาตรวจสอบความเหมาะสมของร่างระบบ คือ  แบบตรวจสอบระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นแบบตรวจสอบที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น  มีลักษณะเป็นแบบสอบถามแบบมาตรประมาณค่า  5 ระดับและแบบสอบถามปลายเปิด  สำหรับให้ผู้ทรงคุณวุฒิได้ให้ข้อเสนอแนะหรือให้ความคิดเห็นเพิ่มเติม

                การวิเคราะห์ข้อมูลข้อมูลจากแบบตรวจสอบระบบการพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบตรวจสอบระบบ ในส่วนที่เป็นมาตรประมาณค่า  โดยใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ย (mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard  Deviation = S.D.)

ผู้วิจัยวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบตรวจสอบระบบ  โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป ส่วนข้อมูลจากการเสนอแนะเพิ่มเติมที่เป็นคำถามปลายเปิด ผู้วิจัยใช้วิธีวิเคราะห์เนื้อหา สรุปสาระสำคัญ ในแต่ละประเด็น ตามองค์ประกอบที่กำหนดไว้ในระบบ

กลุ่มตัวอย่าง(sample)  ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน   จำนวนกลุ่มตัวอย่าง  380  คน

      ข้อสรุป(summary) การพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  มีผลการวิจัยตามประเด็นหลัก

3 ประการ คือ

1. สภาพปัจจุบันของระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

จากการสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลและการสอบถามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา

พบว่า สภาพปัจจุบันของระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในแต่ละองค์ประกอบมีความคิดเห็นว่าทุกองค์ประกอบมีระดับการปฏิบัติอยู่ในระดับปานกลาง

2. ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาของระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

ปัญหาของระบบการพัฒนาสมรรถนะ  พบว่า การนำหลักการสู่การปฏิบัติไม่สอดคล้องกันระหว่างหน่วยนโยบายกับหน่วยปฏิบัติ มีการกำหนดหลักการแต่ไม่ได้นำสู่การพัฒนา ขาดการมีส่วนร่วมในการกำหนดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์กว้างเกินไปไม่แยกย่อยตามความต้องการของสถานศึกษาและขาดความเชื่อมโยงของวัตถุประสงค์ที่กำหนดโดยหน่วยนโยบายกับหน่วยปฏิบัติรูปแบบ วิธีการพัฒนาของวิทยากรยังล้าสมัย บุคลากรในหน่วยพัฒนายังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการพัฒนาสมรรถนะ  งบประมาณที่รัฐจัดสรรมีจำกัดและยังไม่ลงถึงกลุ่มที่ต้องการพัฒนา ขาดการมีส่วนร่วมในการกำหนดหลักสูตร รูปแบบ วิธีการพัฒนา ขาดการประเมินความต้องการจำเป็น ขาดรูปแบบ วิธีการพัฒนาที่เหมาะสม ขาดระบบการประเมินผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง การรายงานผลไม่ถูกต้อง ครบถ้วน ขาดขั้นตอนการรายงานผลการพัฒนา ขาดการวิเคราะห์ผลการดำเนินการพัฒนาอย่างเป็นระบบ  ขาดเจตคติที่ดีต่อการพัฒนา เทคนิค วิธีการยังไม่กระตุ้น และดึงดูดการพัฒนา

3.ระบบการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีความเหมาะสมระบบที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น ผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ ดังต่อไปนี้

1.องค์ประกอบด้านปัจจัยนำเข้า มี 4 องค์ประกอบย่อย ได้แก่

1.1หลักการการพัฒนาสมรรถนะ อาศัยหลักการสำคัญ 7 ประการคือหลักการความเป็นระบบและต่อเนื่อง หลักการเรียนรู้ของวัยผู้ใหญ่    หลักการบูรณาการแนวคิด ทฤษฎี จากหลายสาขาวิชา หลักการมีส่วนร่วม หลักการมุ่งเน้นผลลัพธ์ หลักการวางแผนกลยุทธ์ และหลักการอิงสมรรถนะ

1.2 วัตถุประสงค์ของการพัฒนาสมรรถนะ

เพื่อการพัฒนาสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานในระหว่างปฏิบัติงาน

1.3 บุคลากรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาสมรรถนะ

ประเภทของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา  ประกอบด้วย

1) บุคลากรที่ทำหน้าที่ในหน่วยพัฒนา  ยึดคุณวุฒิทางการศึกษาที่ตรงตามสายงานเป็นหลัก ประสบการณ์ในการทำงาน ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ความเชี่ยวชาญในงาน ชื่อเสียงและการได้รับการยอมรับในวงการศึกษา คุณสมบัติด้านทักษะและบุคลิกภาพ

2) บุคลากรที่เข้ารับการพัฒนา คุณสมบัติ กำหนดเกณฑ์ไว้ใน ระเบียบ กฎหมายพิจารณาตามความต้องการจำเป็น ประสบการณ์ในการทำงาน การประเมินผลการปฏิบัติงานคุณสมบัติด้านทักษะและบุคลิกภาพ ขั้นเงินเดือน และระยะเวลาในการปฏิบัติงานการกำหนดหน้าที่และภาระงานของบุคลากรในหน่วยพัฒนา ได้แก่ ฝ่ายทะเบียน  ฝ่ายจัดอบรม พัฒนา  ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ฝ่ายสถานที่ ฝ่ายงบประมาณ ฝ่ายติดตามและประเมินผล

1.4 งบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาสมรรถนะประเภท ของงบประมาณ แบ่งเป็น งบประมาณที่รัฐจัดสรร  งบประมาณส่วนตัวงบสนับสนุนจากหน่วยงาน องค์กรภายนอกจัดหมวดหมู่ของงบประมาณ ได้แก่ ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ครุภัณฑ์ ค่าเบี้ยเลี้ยงค่าพาหนะ และค่าสาธารณูปโภค เป็นต้นจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาอย่างเพียงพอ  การบริหารงบประมาณมีประสิทธิภาพ โดยนำหลักการมีส่วนร่วมมาใช้ในกระบวนการการจัดสรร ควบคุมและตรวจสอบ งบประมาณ

2.องค์ประกอบด้านกระบวนการ มี 4 องค์ประกอบย่อย ได้แก่

2.1  การเตรียมการพัฒนาสมรรถนะ

2.1.1 หน่วยพัฒนามีการกำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนา

กลยุทธ์1การพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน

  มาตรการ

1)  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา จัดทำแผนพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและแผนปฏิบัติการประจำปีให้สอดคล้องกับแผนกลยุทธ์การพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยกำหนดระยะเวลาการพัฒนาเป็นรายบุคคล ไม่น้อยกว่า 10 วันต่อคนต่อปี

2) เร่งรัดการพัฒนาผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้มีสมรรถนะตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่ง มาตรฐานวิทยฐานะ มาตรฐานตามตำแหน่งทางวิชาการ และมาตรฐานวิชาชีพ ทั้ง สมรรถนะหลัก และสมรรถนะประจำสายงาน

3) พัฒนาผู้บริหารการศึกษาสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านภาวะผู้นำการเป็นนักบริหาร จัดการศึกษาเชิงบูรณาการในพื้นที่ รอบรู้งานที่เกี่ยวข้อง ปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ วัฒนธรรมและค่านิยม สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม

4)  ส่งเสริมสนับสนุน ยกย่อง เชิดชูเกียรติ สร้างแรงจูงใจผู้บริหารสถานศึกษา ที่มีผลงานดีเด่น

2.1.2มีกระบวนการวิเคราะห์สมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสายงานของผู้บริหารสถานศึกษา

2.1.3 นำหลักการมีส่วนร่วมเข้ามากำหนดและวิเคราะห์สมรรถนะหลักและสมรรถนะประจำสายงานของผู้บริหารโดย  การระดมสมองและบูรณาการแนวคิดของนักวิชาการ  การศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ การสัมภาษณ์บุคลากรที่เกี่ยวข้อง  การจัดทำร่างสมรรถนะและทำประชาพิจารณ์ก่อนกำหนดใช้  มีการวิจัยเพื่อศึกษาความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของการกำหนดสมรรถนะของผู้บริหาร มีหลักเกณฑ์การกำหนดและวิเคราะห์สมรรถนะของผู้บริหาร สมรรถนะหลักของผู้บริหารสถานศึกษา ประกอบด้วยการมุ่งผลสัมฤทธิ์ การบริการที่ดี การพัฒนาตนเอง การทำงานเป็นทีม  คุณธรรม จริยธรรมของผู้บริหารสมรรถนะประจำสายงานของผู้บริหารสถานศึกษา  ประกอบด้วย การวิเคราะห์สังเคราะห์และการวิจัย ,การสื่อสารและการจูงใจ ,การพัฒนาศักยภาพบุคคล ,การมีวิสัยทัศน์

2.2 การประเมินก่อนดำเนินการพัฒนาสมรรถนะ  ดำเนินการ มีดังนี้ หน่วยพัฒนากำหนดเกณฑ์ประเมินสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้รับการประเมินสมรรถนะโดยใช้วิธีการประเมินแบบ 360 องศา นำผลประเมินมาวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นในการพัฒนา

2.3 การดำเนินการพัฒนาสมรรถนะ ดำเนินการดังนี้ หน่วยพัฒนามีการแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการ มอบหมายหน้าที่รับผิดชอบที่ชัดเจน จัดทำหลักสูตรที่สอดคล้องและเหมาะสมตามความต้องการจำเป็นในการพัฒนา บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ ใช้สื่อ อุปกรณ์ที่ทันสมัย พัฒนาตามแผนกลยุทธ์ที่กำหนด

2.4  การประเมินผลการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะ ดำเนินการ ดังนี้ กำหนดตัวชี้วัด และเครื่องมือในการประเมิน  หลักสูตร  บุคลากร  สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ งบประมาณ ระยะเวลาในการพัฒนา  และความพึงพอใจของผู้เข้ารับการพัฒนา

3. องค์ประกอบด้านผลผลิต   มี 1 องค์ประกอบย่อย คือ การรายงานผลการพัฒนาสมรรถนะ

 3.1.1 หน่วยพัฒนามีการรายงานผลตามกลยุทธ์การพัฒนา ได้แก่เชิงปริมาณ ได้แก่ร้อยละของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ผ่านการพัฒนา  ร้อยละของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เป็นที่ยอมรับของสังคมเชิงคุณภาพ ได้แก่ระดับความสำเร็จของการบริหารจัดการศึกษาของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐานภายหลังการพัฒนาสมรรถนะ

3.1.2 ผู้เข้ารับการพัฒนานำรายงานผลการพัฒนาไปใช้ประกอบการพิจารณาความดี ความชอบ การปรับเลื่อนวิทยฐานะ การรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี การประเมินคุณภาพของสถานศึกษา  ประกอบการวางแผนพัฒนาในขั้นต่อไป

4. องค์ประกอบด้านข้อมูลป้อนกลับ  มี 1 องค์ประกอบย่อยคือ การวิเคราะห์ผลการดำเนินการพัฒนาสมรรถนะ ดำเนินการ ดังนี้ หน่วยพัฒนามีการวิเคราะห์ผลการดำเนินการพัฒนา  นำผลการวิเคราะห์มาวางแผนปรับปรุงและพัฒนางาน มีการวิจัยเพื่อปรับปรุงและพัฒนางาน

5. องค์ประกอบด้านสภาพแวดล้อมของระบบ  มี 4 องค์ประกอบย่อย ได้แก่ เศรษฐกิจ  เทคโนโลยี  สังคม และการเมือง