การบำบัดน้ำเสียด้วยระบบบ่อบำบัดและวัชพืชบำบัด

 


         

     โครงการวิจัยและการพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลแหลมผักเบี้ย จังหวัดเพชรบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหาภาวะมลพิษที่มีผลต่อการดำรงชีวิตของประชาชน เนื่องจากภายในชุมชนยังขาดระบบบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะมูลฝอยที่ดีและมีประสิทธิภาพ จึงทรงให้ดำเนินการตามโครงการดังกล่าวขึ้นในพื้นที่ 1,135 ไร่ เพื่อให้เป็นโครงการศึกษาวิจัยวิธีการบำบัดน้ำเสีย กำจัดขยะมูลฝอยและการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีธรรมชาติ โดยอาศัยระบบการบำบัดคล้ายกับที่หนองหาน คือ มีบ่อสำหรับดักขยะและสิ่งสกปรกต่าง ๆ จากนั้นจึงส่งไปบำบัดในขั้นตอนอื่น ๆ ต่อไป

        เช่น โครงการวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อม แหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี เป็นโครงการศึกษาวิจัยวิธีการบำบัดน้ำเสีย กำจัดขยะมูลฝอยและการรักษาสภาพป่าชายเลนด้วยวิธีธรรมชาติ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการนี้ประกอบด้วย มูลนิธิชัยพัฒนา สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร) กรมชลประทาน กรมป่าไม้ กรมประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันราชภัฏเพชรบุรี และเทศบาลเมืองเพชรบุรี ร่วมกันดำเนินงาน พระองค์มีความคิดในการกำจัดสิ่งที่เป็นพิษพวกโลหะหนักออกจากน้ำและนำน้ำเสียที่บำบัดแล้วมาใช้ในทางเกษตรน้ำที่เหลือก็ปล่อยลงทะเล พระองค์ได้มีพระราชดำรัสว่า “….ทางใต้ของประเทศออสเตรเลียมีโครงการนำน้ำเสียไปใส่คลองแล้วระบายไปตามท่อลงบ่อใหญ่ที่อยู่ใกล้ทะเล ซึ่งมีพื้นที่หลายร้อยไร่ แล้วบำบัดน้ำเสียให้หายสกปรกแล้วจึงปล่อยลงสู่ทะเล…." จากนั้นจึงส่งเจ้าหน้าที่ของสำนัก กปร และกรมชลประทาน เดินทางไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับการบำบัดน้ำเสียและการกำจัดขยะมูลฝอยที่ประเทศออสเตรเลีย โดยศึกษารูปแบบและวิธีการมาปรับปรุงใช้ให้เหมาะสมกับประเทศไทยต่อไป

ภาพ 1.3

แบบจำลองขนาดย่อม และ บ่อบำบัดจริง

        พระองค์ได้ทรงมีพระบรมราชวินิจฉัยเห็นด้วยกับคณะทำงานที่จะบำบัดน้ำเสียที่ ตำ บลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยการสร้างท่อระบายน้ำรวบรวมน้ำเสียมารวมที่คลองยาว ที่จุดนี้ทำหน้าที่เป็นบ่อดักขยะ แยกถุงพลาสติก เศษผ้า ใบตอง เศษไม้ และตกตะกอนสารแขวนลอยขนาดใหญ่ เพื่อลดความสกปรกและลดการทำงานของเครื่องปั้มน้ำเสีย แล้วสูบน้ำเสียจากคลองยาวมาบำบัดที่แหลมผักเบี้ย โดยใช้ระบบบำบัดน้ำเสียที่หนองหานและหนองสนม จังหวัดสกลนคร

 

ที่มาhttp://www.trueplookpanya.com/true/knowledge_detail.php?mul_content_id=3028

http://www2.swu.ac.th/royal/book1/b1c1t6.html