ปัญหาสภาพแวดล้อม 
                ระบบนิเวศน์ของขั้วโลกมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อพลวัตของสภาวะแวดล้อมโลก และเป็นตัวชี้วัดสำคัญให้เราเห็นถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงของโลก สภาวะเรือนกระจก รูรั่วในชั้นบรรยากาศของโลก การทำลายป่าในแถบขั้วโลกเหนือในส่วนที่ติดกับยุโรป ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของสารแคดเมียมที่พบในนก และการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นในบริเวณนี้ ส่งผลให้สภาพแวดล้อมที่เปราะบางของขั้วโลกกำลังประสบปัญหาเช่นเดียวกัน
                กลุ่มนักวิจัยผู้จัดทำรายงาน GEO 2000 ได้ทำการสำรวจแนวคิดเกี่ยวกับปัญหาสภาวะแวดล้อมโลกในศตวรรษที่ 21 โดยทำการสัมภาษณ์นักวิทยาศาสตร์ 200 คน จาก 50 ประเทศ และพบว่านักวิทยาศาสตร์ชั้นนำส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ปัญหาสภาพแวดล้อมในอนาคตจะเกิดขึ้นจากปัญหาเดิมๆ ที่หมักหมมคาราคาซัง ไม่ได้รับการแก้ไขและการจัดการในระดับนโยบาย ปัญหาที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นห่วงที่สุด ก็คือปัญหาการเปลี่ยนแปลงของอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอุณหภูมิของโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และปัญหารองลงมา คือปัญหาคุณภาพและการขาดแคลนน้ำ ตามด้วยปัญหาการลดลงของพื้นที่ป่า และการขยายตัวของทะเลทราย ปัญหาต่างๆ เหล่านี้มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นเนื่องจากอิทธิพลของปัจจัยทางสังคม 2 ประการ คือ
      1. การขยายตัวของประชากร และการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดหรือระบบคุณค่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแพร่ระบาดของลัทธิบริโภคนิยม
      2.การล้างผลาญทรัพยากรธรรมชาติอย่างตะกละตะกลาม
               
การที่ปัญหาสภาพแวดล้อมโลกทั้งหมดสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน หากแต่การแก้ปัญหาทั้งในเชิงรูปธรรม วิธีคิดและนโยบายทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ ยังคงมีลักษณะแยกส่วน และให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเป็นประเด็นและเป็นจุดๆ ทำให้นโยบายและแนวทางการแก้ปัญหาในปัจจุบันไม่สามารถนำไปสู่การจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนได้  การสร้าง 'ทางเลือกเชิงนโยบาย' เพื่อนำไปสู่การจัดการอย่างยั่งยืน จึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมโลกในอนาคต
               
รายงาน GEO 2000 เสนอว่า หากเราต้องการหลีกเลี่ยงหายนะภัยที่กำลังเกิดขึ้นต่อสภาพแวดล้อมโลก เราจำเป็นต้องดำเนินมาตรการสำคัญอย่างน้อย 4 ประการด้วยกัน
                
ประการแรกคือ การสร้างองค์ความรู้ และความเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงปฏิสัมพันธ์และความเชื่อมโยงของสภาวะแวดล้อมโลก ทั้งในระดับท้องถิ่น ภูมิภาคไปสู่ระดับโลก ระบบข้อมูลความรู้เกี่ยวกับสภาวะที่แท้จริงของธรรมชาติแวดล้อมและระบบนิเวศน์ของโลกนั้นยังเต็มไปด้วยจุดอ่อนและข้อบกพร่อง เรามีเครื่องมือน้อยมากที่จะประเมินว่า การพัฒนาในพื้นที่แห่งหนึ่ง หรือในภูมิภาคหนึ่ง ส่งผลกระทบกับพื้นที่อื่นและภูมิภาคอื่นๆอย่างไร และในขณะเดียวกัน เกณฑ์คุณค่า ฐานคิด และความใฝ่ฝันของคนในภูมิภาคหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมตะวันตกหรือในซีกโลกเหนือ จะส่งผลกระทบอย่างไรต่อความยั่งยืนของการจัดการทรัพยากรในระดับโลก
               
การขาดความรู้ความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวข้างต้น สัมพันธ์เชื่อมโยงกับความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่เหลื่อมล้ำอย่างมหาศาลระหว่างซีกโลกเหนือกับซีกโลกใต้ ซึ่งรายงาน GEO 2000 ไม่ได้วิเคราะห์เอาไว้ หากแต่ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสภาวะแวดล้อม อาจถูกบดบังอำพรางและกลบเกลื่อนโดยอำนาจและผลประโยชน์ทางการเมืองของประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งมีแสนยานุภาพด้านกองทัพและเศรษฐกิจสูงกว่าประเทศอื่นๆ และให้ความสำคัญกับการค้าและผลประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าการดำเนินนโยบาย หรือการลงทุนเพื่อสร้างองค์ความรู้และการจัดการแก้ไขปัญหาสภาพแวดล้อมอย่างแท้จริง
                มาตรการสำคัญประการที่สอง คือการทำความเข้าใจกับปัญหาสภาพแวดล้อมอย่างเป็นองค์รวม ปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้เราไม่สามารถทำความเข้าใจกับปัญหาสภาพแวดล้อมเป็นเพราะการยึดติดอยู่กับวิธีคิดแบบใดแบบหนึ่ง หรือด้านใดด้านหนึ่งโดยเฉพาะ
                มาตรการสำคัญประการที่สาม คือการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมที่รากเหง้าหรือสาเหตุที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนวิธีคิดเกี่ยวกับการบริโภค การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การลดมาตรฐานการครองชีพของประเทศพัฒนาแล้วและการปรับเปลี่ยนคุณค่าและฐานคิดเกี่ยวกับธรรมชาติแวดล้อม อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาสภาพแวดล้อมย่อมเกิดขึ้นได้ยาก ตราบใดที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำทางสังคมและปัญหาความยากจนของประชากรส่วนใหญ่ของโลก ปัญหาสภาพแวดล้อมโลกจึงไม่สามารถแยกออกได้จากปัญหาความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนการสร้างระบบและวิธีการในการกระจายทรัพยากรให้มีลักษณะที่เป็นธรรมยิ่งขึ้น
               
และมาตรการสำคัญประการสุดท้าย คือการสร้างความร่วมมือและการมีส่วนร่วมในลักษณะพหุภาคีของคนในทุกชนชั้นและทุกภูมิภาค รวมทั้งประชาชน องค์กรพัฒนาเอกชน ภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ตลอดจนชุมชนท้องถิ่นต่างๆ นโยบายและระบบการจัดการทรัพยากรที่เรียกว่า 'การจัดการร่วม' ของพหุภาคีและประชาคมโลกเท่านั้น ที่จะนำเราไปสู่การจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม                 
                               สืบค้นจาก
www.biothai.net/cgi-bin/content/news/show.