0สมุนไพรเพื่อสุขภาพ


ด้วยความอนุเคราะห์และสนับสนุนข้อมูลจาก . มูลนิธิสุขภาพไทย

 

รากสามสิบ
รสขมหวาน พลังเย็น

 

องค์กรที่ทำงานด้านอนุรักษ์สมุนไพรแห่งหนึ่งในอินเดีย เขาทำการสำรวจว่า มีสมุนไพรตัวใดบ้างที่มีการใช้กันในระดับครัวเรือน หมอยาพื้นบ้าน ไปจนถึงระดับอุตสาหกรรมยาสมุนไพร เพื่อที่จะมาวางแผนและดำเนินการอนุรักษ์สมุนไพร ซึ่งหลายชนิดอยู่ในขั้นน่าวิตกว่าใกล้จะสูญพันธุ์เข้าไปทุกที เนื่องจากคนหันมาใช้สมุนไพรกันมากขึ้นเรื่อยๆ

          จากการสำรวจพบว่ารากสามสิบ เป็นสมุนไพรที่ใช้กันมากเป็นอันดับต้นๆ ในทุกๆ ระดับ โดยที่ส่วนใหญ่จะเก็บจากป่า ดูเหมือนว่าสมุนไพรตัวนี้จะยังไม่ถึงขั้นใกล้สูญพันธุ์ แต่ในเมื่อเป็นที่ต้องการมากๆ อีกหน่อยก็คงไม่เหลือเหมือนกัน ปัจจุบันนี้จึงมีการส่งเสริมให้มีการปลูกกันอย่างจริงจัง สถานการณ์ในเรื่องสมุนไพรในบ้านเราก็คงจะไม่แตกต่างกันนัก เมืองไทยเราน่าจะมีการสำรวจและอนุรักษ์สมุนไพรกันอย่างจริงจังบ้าง

          เมื่อพูดถึงรากสามสิบเกรงว่าบางท่านอาจจะเข้าใจว่าเป็นต้นสามสิบกลีบ สามสิบกลีบนั้นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่าหนอนตายอยาก ซึ่งเป็นคนละต้นกับรากสามสิบ ชาวบ้านใช้หนอนตายอยากเบื่อปลาและเป็นยาฆ่าแมลง

          ว่ากันว่าในดินแดนภารตะนั้น รากสามสิบเป็นสมุนไพรที่ถูกกล่าวถึงในคัมภีร์พระเวท ซึ่งเป็นคัมภีร์ที่มีมาก่อนอายุรเวทด้วยซ้ำ จึงน่าจะถือได้ว่าเป็นสมุนไพรที่มีการใช้มานานหลายพันปีแล้ว ชาวเขาในอินเดียหลายแห่งใช้รากสามสิบแก้ร้อนและดับกระหาย

          ในตำรับยาของอายุรเวทจำนวนไม่น้อยก็เข้ารากสามสิบด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นยาต้ม ยาผง ยาหุงด้วยน้ำมัน ยาปรุงด้วยเนยใส ไปจนถึงยากวน ยากวนปรับธาตุและแก้เรื่องประจำเดือนไม่ปกติบางขนานก็เข้ารากสามสิบเป็นตัวหลัก ในทางอายุรเวทนั้นถือว่า รากสามสิบเป็นสมุนไพรบำรุงร่างกาย และเป็นยาอายุวัฒนะโดยเฉพาะสำหรับสตรี

          ชื่อเรียกต้นรากสามสิบในภาษาสันสกฤตเรียกว่า ศตาวรี (Shatavaree) มีความหมายว่าต้นไม้ที่มีรากหนึ่งร้อยราก ถ้าไปขุดต้นรากสามสิบจะเห็นเลยว่า ต้นหนึ่งๆ นั้นมีรากเยอะมาก คัมภีร์อายุรเวทกล่าวว่ารากสามสิบมีรสขม หวาน มีพลังเย็น มีคุณสมบัติหนักหมายถึงร่างกายต้องใช้เวลาในการย่อยและเมื่อรับประทานแล้ว จะช่วยเพิ่มมวลเพิ่มเนื้อหนังให้ร่างกาย นอกจากนี้รากสามสิบยังมีคุณสมบัติชุ่มชื้นอีกด้วย

          สรรพคุณเด่นๆ ของรากสามสิบก็ได้แก่ ช่วยบำรุงกำหนัด เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงน้ำนม ช่วยหล่อเลี้ยงและบำรุงร่างกาย เสริมสร้างและพัฒนาความจำและสติปัญญา บำรุงไฟธาตุ ช่วยแก้ธาตุไฟและธาตุลมกำเริบ

          อาการของธาตุไฟกำเริบก็เช่น ร้อนใน ปากเป็นแผล รุ่มร้อนในร่างกาย ปวดหัวร่วมกับมีอาการร้อนที่กลางกระหม่อม โรคกระเพาะ ไปจนถึงโรคผิวหนังที่มีการอักเสบร่วมด้วย เช่น เป็นฝี เป็นหนอง ที่รากสามสิบช่วยแก้ธาตุไฟกำเริบก็เนื่องจากพลังเย็นของมันนั่นเอง

          ส่วนอาการธาตุลมกำเริบก็อย่างเช่น ร่างกายซูบผอมอ่อนเพลีย ผิวหนังแห้ง ท้องผูกบ่อย อุจจาระแข็ง ไปจนถึงอาการปวดข้อปวดกระดูก กระดูกเสื่อม กล้ามเนื้อลีบ ที่รากสามสิบช่วยแก้ธาตุลมน่าจะมาจากรสหวานและคุณสมบัติที่ชุ่มชื้นของมัน ซึ่งตรงกันข้ามกับคุณสมบัติแห้งของธาตุลม

          รากสามสิบยังใช้ได้ดีกับคนที่ปัญหาเรื่องร่างกายทรุดโทรม บวม เป็นเถาดาน และท้องเสีย

          การนำรากสามสิบมาปรุงเป็นยานั้น ตามหลักอายุรเวทมักแนะนำให้ใช้สด คือขุดรากสามสิบมาล้างให้สะอาด ลอกเปลือกนอกออกให้หมด และเลาะเอาแกนข้างในออก (เวลาขุดรากสามสิบมาหักดูจะเห็นมีแกนเป็นเส้นอยู่ตรงกลาง ส่วนนี้เขาจะไม่ใช้ทำยา) แต่ถ้าหาอย่างสดไม่ได้จริงๆ ใช้อย่างตากแห้งก็ได้ แต่สรรพคุณและตัวยาอาจไม่มากเท่าอย่างสดเมื่อลอกเปลือกเลาะเอาแกนออกแล้ว ก็เอาส่วนที่เป็นเนื้อรากมาปรุงเป็นยา

          ต่อไปนี้เป็นสรรพคุณและวิธีใช้รากสามสิบอย่างง่ายๆ ตามคัมภีร์อายุรเวท

          สำหรับผู้ที่มีอาการปวดตามข้อหรือเป็นโรคเก๊าท์ รากสามสิบและเถาชิงช้าชาลี หรือเถาบอระเพ็ด อย่างละเท่ากัน ต้มกับน้ำ ๘ ส่วน ต้มให้เหลือน้ำหนึ่งในสี่ ดื่มครั้งละ ๖๐ ซีซี (๔ ช้อนโต๊ะ) วันละ ๒-๓ ครั้ง ก่อนอาหาร

          รากสามสิบตากแห้งบดให้เป็นผงละเอียดผสมกับนม กินครั้งละ ๕-๑๐ กรัม (๑-๒ ช้อนชา) วันละ ๒ ครั้ง ช่วยบำรุงน้ำนม

          รากสามสิบ ๑ ส่วน ต้มกับนม ๘ ส่วน และน้ำ ๓๒ ส่วน ต้มให้เหลือเท่าปริมาตรของนม ดื่มครั้งละ ๖๐-๗๕ ซีซี (๔-๕ ช้อนโต๊ะ) วันละ ๒ ครั้ง ช่วยป้องกันและบรรเทาโรคลมบ้าหมู ริดสีดวงทวาร สายตาเสื่อม ท้องเสียร่วมกับมีเลือดออก และยังเป็นยาบำรุงกำหนัดด้วย

          ยาต้มจากรากสามสิบ (รากสามสิบ ๑ ส่วน ต้มกับน้ำ ๘ ส่วน ต้มให้เหลือน้ำหนึ่งในสี่) ดื่มครั้งละ ๖๐ ซีซี (๔ ช้อนโต๊ะ) วันละ ๒-๓ ครั้ง ช่วยบำรุงร่างกาย

          นอกจากนี้การกินรากสามสิบเป็นประจำ จะช่วยป้องกันตาเป็นต้อกระจกได้ และเป็นยาอายุวัฒนะด้วย